น้ำมันและทองแดง

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเหนือระดับ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ Brent ทะยานใกล้แตะระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอีกระลอกใกล้เกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญ

สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่จอร์แดน พร้อมออกประกาศเตือนให้ลูกเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ท่าเรือคูเวตและบาห์เรนรีบทิ้งเรือทันที เนื่องจากตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างและเพิ่มความกังวลว่าการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงจะชะงักงันยาวนาน

ความขัดแย้งทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีโรงงานพลังงานในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 60% ในปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงเทศกาล Labor Day โดยมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการที่โรงกลั่นในจีนเริ่มกลับมาเร่งนำเข้าน้ำมันดิบเข้าคลังสำรองอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในตลาดโลหะอุตสาหกรรม ราคาทองแดงบนตลาดโลหะลอนดอน (LME) พุ่งขึ้นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 2 โดยขยับขึ้นไปแตะระดับ 14,635 ดอลลาร์ต่อตัน ท่ามกลางอุปทานระยะสั้นที่ตึงตัวหนักและการกว้านซื้อเพื่อกักตุนสินค้าในสหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนและผู้ค้าเกรงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าโลหะทองแดงแปรรูป

แรงกดดันด้านภาษีดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเร่งส่งออกทองแดงไปยังคลังสินค้า Comex ในสหรัฐฯ จนปริมาณสต็อกทองแดงในคลัง LME ฝั่งยุโรปและเอเชียลดลงสู่ระดับวิกฤต ซ้ำเติมด้วยปัญหาการหยุดชะงักของเหมืองทองแดงขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก จนมีความเสี่ยงสูงที่ผลผลิตเหมืองทองแดงรวมทั้งปีจะลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017

นอกจากปัจจัยตึงตัวระยะสั้น ราคาทองแดงยังมีแรงหนุนมหาศาลจากปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ทั้งการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของ Data Center สำหรับระบบ AI การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเข้าสู่ช่วง Peak Season ของภาคการผลิตในจีน ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาทองแดงยังมีโอกาสทะยานทะลุระดับ 15,000 ดอลลาร์ต่อตันได้ในเร็ว ๆ นี้


อ้างอิง: CNBC, Bloomberg

tax-saving-funds-2026