สรุปกองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา เลือกกองทุนไหนดี ?

รวมกองทุนหุ้นที่มีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นกองทุนที่เน้นกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นแบบ Active Management และกองทุนสาย Passive Management ซึ่งอ้างอิงดัชนีชี้วัดสำคัญต่าง ๆ เช่น S&P500 หรือ Nasdaq-100 คัดมาให้เลือกแล้ว

มุมมองต่อหุ้นอเมริกา

Finnomena Funds ให้คำแนะนำ Buy ต่อกองทุนตลาดหุ้นอเมริกา เนื่อจากแนวโน้มประมาณการกำไรของตลาดหุ้นยังถูกปรับเพิ่มขึ้น แม้การเติบโตในปี 2027 จะชะลอลงเหลือ 13% จาก 33% ในปี 2026 แต่ Valuation ของตลาดก็ไม่ได้อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี

แม้ว่าตามสถิติ September Effect ในเดือนกันยายน ตลาดหุ้นอเมริกามีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น ซึ่งครั้งนี้มีปัจจัยกดดันสำคัญคือการประชุม Fed แต่เราคาดว่า Fed จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่จะให้โทน Hawkish จากเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงเกินเป้าหมาย 2% 

เพราะฉะนั้น จึงยังคงสามารถแนะนำทยอยสะสมกองทุนอเมริกาได้สำหรับเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว

รวมกองทุนหุ้นอเมริกาที่น่าสนใจ

สรุปกองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา เลือกกองทุนไหนดี ?

1. กองทุน TOP11USA 

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัด 11 หุ้นขนาดใหญ่ มูลค่าตลาดสูง มีสภาพคล่องดี และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักจากดัชนี S&P 500

2. กองทุน KF-SP500M

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัด 100 หุ้นโมเมนตัมขาขึ้นในดัชนี S&P 500 ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing โดยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

3. กองทุน KF-SP500MFX 

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัด 100 หุ้นโมเมนตัมขาขึ้นในดัชนี S&P 500 ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing โดยไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

4. กองทุน M-USEQH

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัดหุ้นอเมริการะดับ Big Cap ประมาณ 30 บริษัทในหลากหลายสไตล์ทั้ง Value, Growth, Quality หรือ Momentum เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มและภาวะตลาด

5. กองทุน ES-USBLUECHIP

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัดหุ้น Blue Chip ที่มีมูลค่าสูง 75-125 บริษัท เป็นบริษัทแถวหน้าที่มีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอ ซึ่งซื้อขายและมีธุรกิจในอเมริกา

6. กองทุน MEGA10-A

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • คัด 10 หุันที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง (Brand Value) มูลค่าตลาดสูง และมีสภาพคล่องดี ที่จดทะเบียนซื้อขายในอเมริกา

7. กองทุน A-AIRR

  • ระดับความเสี่ยง 7
  • ลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็กในอเมริกา ซึ่งได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตกลับเข้าประเทศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจของอเมริกา

8. กองทุน TLUS500-H

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • มีนโยบายการลงทุนแบบ Passive Investment ตามดัชนี S&P 500

9. กองทุน KKP NDQ100-H

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • มีนโยบายการลงทุนแบบ Passive Investment ตามดัชนี Nasdaq-100

10. กองทุน KF-US-PLUSRMF

  • ระดับความเสี่ยง 6
  • กองทุนลดหย่อนภาษี RMF โดยลงทุนในหุ้นอเมริกาที่ผสานกลยุทธ์ Long-Short เพื่อโอกาสสร้าง Alpha ภายใต้ความผันผวนเท่าเดิม

 

สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน


คำเตือน: ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน RMF และ Thai ESG ตามคู่มือการลงทุนและข้อกำหนดของกรมสรรพากร กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษีจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

 

tax-saving-funds-2026