ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วทั้งโลก และผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกาก็คือคุณโจ ไบเดน นั่นเอง

จริง ๆ แล้วสิ่งที่มากกว่าการติดตามว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี ก็คงเป็นการติดตามว่านโยบายการพัฒนาประเทศที่จะตามมาคืออะไร เพราะนั่นอาจกำลังบอกทิศทางการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมไปพร้อม ๆ กันด้วย คลิปนี้จะสรุปกลุ่มหุ้นที่น่าจะได้รับอิทธิพลทางบวกจากการดำรงตำแหน่งของคุณไบเดน มาให้ฟังกัน

กลุ่มหุ้นที่น่าจะได้ผลบวกจากนโยบายของ Joe Biden

กลุ่ม Technology : เป็นกลุ่มที่อาจได้รับการสนับสนุนภายใต้นโยบาย Buy American ของคุณไบเดน ที่จะผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า, 5G, AI แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ก็อาจได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษี ซึ่งก็เป็นอีกนโยบายสำคัญของคุณไบเดนเช่นกัน

กลุ่ม Emerging Market (ตลาดเกิดใหม่) : อย่างเช่นประเทศจีน โดยจะได้รับประโยชน์จากนโยบายการค้าที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง รวมถึงนโยบายการเพิ่มอัตราภาษี และขยายฐานภาษีในสหรัฐอเมริกา ก็จะทำให้เกิดการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ด้วย

กลุ่ม Cannabis (กัญชา)  : เนื่องจากคุณไบเดนสนับสนุนการถอดถอนการใช้กัญชาออกจากการเป็นฐานความผิดทางอาญาในกฎหมายระดับสหพันธรัฐ หรือกฎหมายที่ใช้บังคับทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อกฎหมายว่าด้วยการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ รวมถึงการถอดถอนกัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดในหลาย ๆ มลรัฐ และจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้บริษัทกัญชาเข้าถึงเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลทิศทางบวกต่อกำไรของบริษัทกัญชา

กลุ่ม Clean Energy (พลังงานสะอาด) : เพราะนโยบายแก้ไขปัญหาโลกร้อนเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่สุดของคุณไบเดน นอกจากนี้ นโยบายรักษ์โลกของไบเดนจะยังผลักดันแนวคิดการดำเนินธุรกิจแบบ ESG หรือ Environment, Social and Governance ซึ่งเป็นแนวคิดที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการทางสังคม และธรรมาภิบาล

กลุ่ม Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน)เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายแก้ไขปัญหาโลกร้อน การบริการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตามมาอย่างขาดเสียไม่ได้ โดยคุณไบเดนเองก็มีนโยบายเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมถึงสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

กองทุน ESG แนะนำโดย FINNOMENA

MRENEW : ลงทุนในกองทุนหลักที่ลงทุนในหุ้นธุรกิจพลังงานยั่งยืน รวมถึงพลังงานทดแทนชั้นนำจากทั่วโลก

WE-GSECURE : ลงทุนในหุ้นธุรกิจที่เสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม ไอที การจราจร การป้องกันสุขภาพ และการป้องกันอาชญากรรมทั่วโลก เป็นต้น

K-CHANGE-A(A) : ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ทั้งในด้านการศึกษา ความเท่าเทียมทางสังคม คุณภาพของระบบดูแลสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม 

UESG : ใช้ ESG ในการวิเคราะห์มูลค่าทางการเงินของบริษัท และจะคัดเลือกหุ้นที่ธุรกิจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มาก ใช้ทรัพยากรน้อย

หากสนใจรายละเอียดของแต่ละกองทุนเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ ลงทุนแบบ “ESG” คว้าโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน  | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม