นับตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามเจอมรสุมอย่างหนัก จากความกังวลด้านปัญหาสภาพคล่อง (liquidity crunch) ของระบบธนาคาร จนทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิด Bank Run ซึ่งต่อมาธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ได้เสริมสภาพคล่องเพื่อแก้ไขความกังวลดังกล่าว จนทำให้ปัญหาจบลงได้ในระยะเวลาอันสั้น และ ความกังวลต่อความสามารถในการไถ่ถอนหุ้นกู้ให้แก่$นักลงทุนได้ตามกำหนดเวลาของบริษัท No Va Land Investment Group Corporation ซึ่ง FINNOMENA Investment Team ประเมินว่า เป็นปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัว และจะไม่ลุกลามจนกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ (systematic risk) 

แต่หากพิจารณาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มธนาคารและประกันภัย กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเป็นอีกสองอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้นเวียดนาม สามารถปรับตัวขึ้นสวนทางกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ สวนทางกับแรงขายของนักลงทุนรายย่อยที่ค่อยๆชะลอลง เมื่อประกอบกับการกลับเข้าเป็นสมาชิกของ WFE (World Federation of Exchanges) ของตลาดหุ้นเวียดนาม

รูปที่ 1 กราฟดัชนี VN30 TF Day Source: Tradingview as of 28/11/22

หนุนให้ ดัชนี VN30 ซึ่งทดสอบจุดต่ำสุดที่ระดับ 905 จุด ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสที่จะเป็นจุด Bottom ในระยะสั้น จากสัญญาณDivergence ของ RSI ในช่วงกลางเดือน ณ ช่วงเวลาที่ดัชนีทำจุดต่ำสุดที่ 905 จุด เมื่อประกอบกับการปรับตัวขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (MA 20 Days) สู่ระดับ 983 จุด  พร้อมด้วยการตัดขึ้นของ MACD เหนือ Signal Line สะท้อน Momentum ที่ดีในระยะสั้น

FINNOMENA Investment Team จึงแนะนำลงทุนภายใต้คำแนะนำ Tactical Call ในกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A ซึ่งมีค่า Correlation กับดัชนี VN30 0.959 สะท้อนการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันในระดับที่สูง สำหรับการเก็งกำไรในดัชนี VN30 โดยมีคำแนะนำดังนี้

  1. แนะนำเข้าลงทุนที่ระดับราคาไม่เกิน 1,065 จุด (+6.03% จากระดับราคาปิดตลาดวันที่ 28/11/2022) ซึ่งเป็นระดับราคาที่เราแนะนำให้พิจารณาชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Tactical Call เนื่องจากทำให้ Risk/Reward ratio เข้าใกล้ระดับ 1:1 

และหากหลังจาก FINNOMENA Investment Team แนะนำ Tactical Call แล้ว ดัชนี VN30 ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,065 จุด และปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,065 จุดอีกครั้ง FINNOMENA Investment Team ยังคงแนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Tactical Call เนื่องจากปัจจัยทางเทคนิคอาจเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่ให้คำแนะนำครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทุนระยะยาวตามคำแนะนำ Long Term Call ซึ่งพิจารณาจากการเติบโตของปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ ประชากรและการบริโภค (Structural Growth) ยังมีความน่าสนใจในระยะยาว เมื่อประกอบกับ Valuation อยู่ในระดับ Deep Discount ที่ซื้อขายกันที่ระดับ PE 8.2x หรือเท่ากับ -3SD เมื่อเทียบกับตัวเองในอดีตช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราจึงยังคงแนะนำลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ดัชนี VN30 จะปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,065 จุดตาม Tactical call ในครั้งนี้ก็ตาม เนื่องจาก 

ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของรูปแบบการลงทุน อาทิ

  • วัตถุประสงค์การลงทุน : Long Term Call เป็นไปเพื่อลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานที่ดี Valuation ที่เหมาะสม เพื่อสะสมลงทุนในระยะยาว ขณะที่ Tactical Call เป็นไปเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น
  • เงื่อนไขการลงทุน : Long Term Call เป็นการเข้าลงทุนเพื่อสะสมสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งลดความเสี่ยงผ่านการซื้อเมื่อดัชนีมีมูลค่าถูกเมื่อเทียบกับการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ Tactical Call เป็นการเข้าลงทุนตามสัญญาณทางเทคนิค(Technical Analysis) และคุมความเสี่ยงโดยการ Stop Loss
  1. แนะนำ Take Profit เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นถึง 1,160 จุด (Upside 15.50%) ซึ่งเท่ากับระดับ Fibonacci 38.2% ของแนวโน้มขาลงปัจจุบัน
  2. และแนะนำ Limit Loss หรือตัดขาดทุนทันที เมื่อดัชนีปิดตลาดต่ำกว่า 969 จุด (Downside 3.52%) ซึ่งเป็นระดับที่ดัชนีกลับมาปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน

นักลงทุนที่เหมาะกับ Tactical Call ระยะสั้นนี้ควร…

  1. เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง
  2. ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
  3. นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที

PRINCIPAL VNEQ-A

FINNOMENA Tactical Call: ดัชนี VN30 หลังดัชนีส่งสัญญาณกลับตัวในระยะสั้น

รูปที่ 2 Top 5 Holding of PRINCIPAL VNEQ-A | Source: PRINCIPAL.th. as of 28/11/22

กองทุนเป็นกองทุนความเสี่ยงสูง (ระดับ 6) มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ/หรือกองทุนรวม

อื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

FINNOMENA Investment Team

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ