
วันที่ 3 สิงหาคม 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวลงมากกว่า 4% หลังตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาเผชิญแรงขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ภายหลังดัชนีพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ราว 18% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย SK Hynix ร่วงเกือบ 20% ระหว่างวัน ก่อนฟื้นตัวบางส่วนและปิดลดลง 9.6% ขณะที่ Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างปรับตัวลงมากกว่า 8% ในช่วงการซื้อขาย
แม้การฟื้นตัวก่อนหน้านี้ได้รับแรงหนุนจากแผนลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ Sentiment ต่อผู้ผลิตชิปยังเปราะบางจากความกังวลต่อผลประกอบการและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลัง DeepSeek เปิด Public Beta API ของโมเดล V4 Flash พร้อมระบุถึงความก้าวหน้าด้าน Agentic AI ทำให้ประเด็นการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI จีนกลับมาได้รับความสนใจ ขณะเดียวกัน การที่ KOSPI สามารถแกว่งตัวจากการพุ่งขึ้นราว 18% ในวันศุกร์มาสู่การลดลงมากกว่า 4% ในวันจันทร์ ตอกย้ำว่าการเคลื่อนไหวของตลาดในระยะสั้นยังถูกขับเคลื่อนด้วย Positioning และ Sentiment ค่อนข้างมาก แม้แนวโน้มการลงทุนด้าน AI ในระยะยาวยังเป็นปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
อีกปัจจัยสำคัญของตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดย Brent สัญญาเดือนตุลาคมร่วงลงสูงสุด 7.3% สู่ 81.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะเริ่มการเจรจารอบใหม่ในวันที่ 3 สิงหาคม และส่งสัญญาณพร้อมชะลอการโจมตีอิหร่าน หลังพันธมิตรในตะวันออกกลางรวมถึงซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้สหรัฐฯ เดินหน้าแนวทางการเจรจา เพิ่มความหวังว่าทั้งสองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงเพื่อนำไปสู่การกลับมาเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ขณะเดียวกัน OPEC+ ปรับเพิ่มโควตาการผลิตอีกเล็กน้อย เพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานต่อราคาน้ำมัน การลดลงของราคาพลังงานยังช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลง 4 bps สู่ 4.7% อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของน้ำมันยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการเจรจาและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
Finnomena Funds ประเมินว่า สำหรับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แม้แนวโน้มการลงทุนด้าน AI และอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาวยังเป็นปัจจัยสนับสนุน แต่ตลาดยังมีความเสี่ยงจาก Positioning และความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม หลังราคาหุ้นปรับฐานลงอย่างรุนแรงจนสะท้อนปัจจัยลบไปมากและระดับ Valuation มีความน่าสนใจขึ้น
Finnomena Funds จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ต่อหุ้นเกาหลีใต้จาก Sell เป็น Hold ขณะที่น้ำมันยังคงคำแนะนำ Hold (Neutral)
เนื่องจากความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านและโอกาสกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจลด Risk Premium ของราคาน้ำมัน ประกอบกับการเพิ่มโควตาการผลิตของ OPEC+ เป็นปัจจัยจำกัด Upside แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และอุปทานในตะวันออกกลางยังไม่หมดไป
จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299