
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ เตรียมเปิดการเจรจารอบใหม่กับอิหร่านในบ่ายวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังตัดสินใจยกเลิกการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่านในนาทีสุดท้าย โดยทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า อิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านขอให้ชะลอการโจมตี หลังบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งครอบคลุมการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและสมบูรณ์ รวมถึงยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนตุลาคมร่วงลง 7.3% แตะ 81.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันจันทร์
ผู้นำสหรัฐฯ เผยบนเครื่องบิน Air Force One ว่า หากการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการบุกครั้งใหญ่ที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมย้ำว่าเขาไม่ได้ต้องการฆ่าใคร โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถอย มาจากการหารือกับ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ทรงเน้นย้ำให้ใช้ทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด เกรงว่าการโจมตีเต็มรูปแบบจะนำไปสู่วิบัติภัยที่ควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ดี ทรัมป์ย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังคงเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด (Locked and loaded) หากการเจรจาล้มเหลว
ด้านอิหร่านยังคงสงวนท่าที โดย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เผยว่า การเจรจาร่วมกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในช่วงสุดท้าย แต่โฆษกกระทรวงฯ ย้ำว่าไม่ได้ครอบคลุมถึงการเปิดหรือปิดช่องแคบโดยสมบูรณ์ พร้อมโยนความผิดให้สหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้ำทางเดินเรือถูกปิด ขณะที่สำนักข่าว Fars ของอิหร่านมองว่า คำขู่ของทรัมป์เป็นเพียง Wish list และชี้ว่าการยกเลิกการโจมตีคือการถอยทัพซ้ำรอยเดิมของสหรัฐฯ
ความพยายามทางการทูตรอบใหม่เกิดขึ้นหลังข้อตกลงหยุดยิงเดือนมิถุนายนพังทลายลง และความตึงเครียดพุ่งสูงเมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมทั้งกลุ่มฮูตีในเยเมนเริ่มโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง และเหตุโดรนโจมตีเรือสินค้าในอียิปต์ จนเกิดความกังวลว่าวิกฤตเส้นทางขนส่งน้ำมันจะบานปลายไปยังจุดอื่น ส่งผลให้สถานทูตสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลางเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือการยกเลิกเที่ยวบินและการปิดน่านฟ้า
ด้านอิสราเอล ซึ่งร่วมทำศึกกับอิหร่านตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แต่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาหยุดยิง ยังคงเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด โดย ซอฟ เอลกิน สมาชิกคณะรัฐมนตรีความมั่นคง แสดงความกังขาว่ากรอบความร่วมมือระหว่างอิหร่านกับโอมานจะพัฒนาเป็นข้อตกลงและนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ แม้ทรัมป์จะยืนยันว่าอิสราเอลพร้อมสนับสนุนข้อตกลงก็ตาม หลังจากที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพิ่งเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อหารือทางเลือกในการทำศึก
การเจรจาในวันจันทร์จะเป็นแบบทดสอบสำคัญว่า ทั้งสองฝ่ายจะหาทางลงร่วมกันเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมากว่า 6 เดือนได้หรือไม่ เนื่องจากความขัดแย้งเรื้อรังได้กดดันงบลงทุนของมหาอำนาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากการเจรจาล้มเหลวและสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล หรืออิหร่านตอบโต้ด้วยการขู่ปิดช่องแคบอื่นเพิ่มเติม ราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกก็อาจเผชิญกับภาวะผันผวนรุนแรงระลอกใหม่ในอนาคตอันใกล้
อ้างอิง: Bloomberg