ตอนนี้ควรเก็บทองคำหรือเงิน? หาคำตอบด้วย Gold-Silver Ratio

เวลาเห็นราคาทองคำพุ่งทะยานแบบไม่พัก เชื่อว่าหลายคนคงลังเลว่าจะรีบกระโดดตามไปตอนนี้ หรือควรใจเย็นรอให้ราคาย่อตัวลงมาซื้อของถูก?

แต่ในโลกของการลงทุนโลหะมีค่า มีเครื่องมือหนึ่งที่ใช้เป็นเข็มทิศนำทางมานับพันปี นั่นคือ “Gold-Silver Ratio” ตัวเลขที่บอกเราได้ว่าราคาทองคำตอนนี้เริ่มแพงไปหรือยัง หรือแร่เงินกำลังถูกจนน่าเก็บเข้าพอร์ตกันแน่

ตอนนี้ควรเก็บทองคำหรือเงิน? หาคำตอบด้วย Gold-Silver Ratio

Gold-Silver Ratio คืออะไร?

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน หรือ Gold-Silver Ratio คือการเปรียบเทียบราคาทองคำและราคาเงิน เพื่อบอกว่า “ต้องใช้เงินกี่ออนซ์ ถึงจะแลกทองคำได้ 1 ออนซ์”

นักลงทุนจะใช้อัตราส่วนนี้เป็นตัวช่วยตัดสินใจว่า “ทองคำแพงไปเมื่อเทียบกับเงิน” หรือ “เงินถูกไปเมื่อเทียบกับทองคำ” เพื่อหาจังหวะสลับฝั่งการถือครอง

วิธีคำนวณ Gold-Silver Ratio

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio)
= ราคาทองคำ / ราคาเงิน

เช่น ทองคำราคา $2,000 / เงินราคา $30 → Gold-Silver Ratio = 66

หมายความว่า การซื้อทองคำ 1 ออนซ์ ต้องใช้เงินจำนวน 66 ออนซ์

แล้วตัวเลขไหนถึงเรียกว่าแพงหรือถูก? นักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้ “กฎ 80/50” เป็นจุดสังเกตในการจับจังหวะลงทุนทองคำและเงิน

Gold-Silver Ratio > 80 → เงินราคาถูกเกินไปเมื่อเทียบกับทองคำ 

  • กลยุทธ์: ซื้อเงิน (Long Silver) / ขายทอง (Short Gold)

Gold-Silver Ratio < 50 → ทองคำราคาถูกเกินไปเมื่อเทียบกับเงิน

  • กลยุทธ์: ซื้อทอง (Long Gold) / ขายเงิน (Short Silver)

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Gold-Silver Ratio

อัตราส่วนนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ ดัชนี VIX ที่ใช้วัดความกลัวในตลาดหุ้น

  • เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อัตราส่วนนี้มักจะ “สูงขึ้น” คนแห่ไปถือทองคำมากกว่าเงิน จนราคาทองคำพุ่งแรงนำหน้าเงิน
  • เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว อัตราส่วนมักจะ “ลดลง” เพราะภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้เงินมากขึ้น ทำให้ราคาเงินพุ่งแรงกว่าทอง

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของโลหะทั้งสองชนิด ได้แก่

  • ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทองคำและเงินมักวิ่งสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์
  • อัตราดอกเบี้ย มีผลต่อต้นทุนการถือครองโลหะมีค่า ยิ่งดอกเบี้ยสูง คนยิ่งไม่อยากถือทองคำและเงิน เพราะไม่มีปันผลหรือดอกเบี้ย
  • ปริมาณการผลิต ไม่ใช่แค่ทองคำหรือเงินเท่านั้น แต่รวมถึงโลหะอื่น ๆ ในตลาด เช่น ยูเรเนียม แพลทินัม และอะลูมิเนียม ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม

Gold-Silver Ratio ย้อนหลัง 20 ปี

ตอนนี้ควรเก็บทองคำหรือเงิน? หาคำตอบด้วย Gold-Silver Ratio

Source: JM Bullion as of 7 May 2026

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน 2020 Gold-Silver Ratio พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 110 ซึ่งเป็นโอกาสทองของคนที่สลับมาถือเงิน เพราะหลังจากนั้นราคาเงินพุ่งขึ้น จนอัตราส่วนกลับมาที่ระดับปกติ

ในช่วงปี 2025 อัตราส่วนมีการแกว่งตัวแรงอีกครั้ง ท่ามกลางตลาดหุ้นที่ผันผวนและความกังวลเศรษฐกิจโลก โดยดีดขึ้นไปสูงกว่า 100 ก่อนจะย่อตัวลงมา หลังเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในภาคอุตสาหกรรม และมีความต้องการใช้แร่เงินในการผลิตมากขึ้น

.

สร้างพลังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับธีมเหมืองโลหะเงิน
หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ด้วย กองทุน A-SLVP

กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส ซิลเวอร์ ไมเนอร์ส อิควิตี้ หรือ A-SLVP ความเสี่ยงระดับ 7 เปิดประตูสู่การลงทุนใน “โลหะเงิน” ผ่านกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและเจ้าของเหมืองชั้นนำทั่วโลก

จุดเด่นของกองทุน A-SLVP

  • คัดเฉพาะบริษัทที่มีรายได้หลักจากการทำเหมืองหรือผลิตโลหะเงิน ไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้รวม ให้พอร์ตการลงทุนสะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
  • กระจายการลงทุนในประมาณ 29 บริษัทชั้นนำ เน้นให้น้ำหนักลงทุนในประเทศที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหมืองแร่โลหะของโลก ได้แก่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก
  • ลงทุนครอบคลุมตั้งแต่บริษัทที่อยู่ในช่วงสำรวจและพัฒนา ไปจนถึงผู้ผลิตโลหะเงินรายใหญ่ระดับโลก ครอบคลุมหุ้นทุกขนาดตั้งแต่ใหญ่ กลาง และเล็ก

.

อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน A-SLVP ขุดพลังเติบโตหุ้นเหมืองโลหะเงิน

สนใจกองทุน A-SLVP ขุดพลังเติบโตหุ้นเหมืองโลหะเงิน

สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena

คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน


ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
    1. วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
    1. ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
    2. ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
    1. One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
    2. Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
    3. Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Morning Brief On Stage