
เจาะลึกการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อโลกการเงินและการลงทุนอย่างไร ?
ย้อนดูสถิติว่าทำไมนี่คือโอกาสสำคัญ พร้อมมุมมองจาก Finnomena Funds
จะเกิดอะไรขึ้นใน “การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา”
ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นี้ สหรัฐอเมริกาจะเข้าสู่ช่วง “การเลือกตั้งกลางเทอม” (US Mid-Term Election) ซึ่งเป็นการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 435 คน, สมาชิกวุฒิสภา 35 ราย จากทั้งหมด 100 ราย , ผู้ว่าการรัฐ 36 มลรัฐ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งจะเกิดขึ้นทุก 2 ปี เหตุการณ์นี้เป็นเหมือนการประเมินผลงานและรายงานความคืบหน้าของรัฐบาลในครึ่งแรก และเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพตลอดของนโยบายในวาระที่เหลืออยู่
ย้อนดูสถิติว่าทำไมนี้คือ “โอกาสเข้าซื้อ”?
- วัฏจักรความผันผวนของตลาดหุ้น
เมื่อย้อนดูสถิติตั้งแต่ปี 1938 ในช่วงก่อนเลือกตั้งประมาณ 1-2 เดือน ความผันผวน VIX Index (เส้นสีดำ) มีการพุ่งสูง ขณะที่ดัชนี S&P 500 (เส้นสีเทา) ปรับตัวลดลง แต่หลังจากวันเลือกตั้ง ตลาดจะ “คลายความกังวล” ไปเอง ทำให้ราคากลับเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก ๆ การเลือกตั้งกลางเทอมตั้งแต่ยุค 90’s
- ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจ
โดนัลท์ ทรัมป์ ได้ประกาศ นโยบายแจกเงิน $5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ชาวอเมริกันทุกคน หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม แม้จะเป็นนโยบายที่น่าสนใจ แต่กลับสร้างความกังวลต่อความมั่นคงทางการเงินของรัฐและภาวะเงินเฟ้ออีกทั้ง คะแนนความนิยมก็ยังคงไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะเสียงประชาชนที่ไม่สนับสนุนพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับนโยบายอย่างเห็นได้ชัด
- ตลาดยังไปต่อได้ แม้ทรัมป์ไม่ชนะ
แม้นักลงทุนหลายคนจะกังวลกับการเกิด สภาแบ่งฝ่าย (Divided Government) แต่หากเราย้อนดูนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งกลางเทอมมา 22 ครั้ง ตามด้วยการเกิด Divided Government ถึง 14 ครั้ง และเกิด Unified Government เพียง 8 ครั้งแสดงให้เห็นว่าแม้พรรคไหนจะชนะหรือแพ้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่เคยกลัว กลับกันตลาดหุ้นจะฟื้นตัวและให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวเหมือนเดิม เพราะตลาดชอบความมั่นคงไม่ใช่นโยบายสุดโต่งที่อาจออกมาสร้างความผันผวนให้ภาคธุรกิจ
มุมมองการลงทุนจาก Finnomena Funds
การปรับฐานครั้งนี้คือโอกาสการลงทุน เพราะจากสถิติชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) จะมีการฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง แม้ว่าในช่วง 1–2 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ตลาดจะผันผวนและปรับตัวลงตามความกังวลที่พุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อตลาดคลายกังวลจากผลเลือกตั้ง รวมถึงประเด็นเรื่องการปรับเพิ่มดอกเบี้ยของ Fed
ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ใช้จังหวะนี้เข้าทยอยสะสมในสินทรัพย์เสี่ยง (Risky Assets) โดยเฉพาะกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง และกองทุนหุ้นโลก เพื่อเตรียมรับแรงส่งเมื่อกระแสเงินลงทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงหลังจบการเลือกตั้ง
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

เมื่อย้อนดูสถิติตั้งแต่ปี 1938 ในช่วงก่อนเลือกตั้งประมาณ 1-2 เดือน ความผันผวน VIX Index (เส้นสีดำ) มีการพุ่งสูง ขณะที่ดัชนี S&P 500 (เส้นสีเทา) ปรับตัวลดลง แต่หลังจากวันเลือกตั้ง ตลาดจะ “คลายความกังวล” ไปเอง ทำให้ราคากลับเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก ๆ การเลือกตั้งกลางเทอมตั้งแต่ยุค 90’s
อีกทั้ง คะแนนความนิยมก็ยังคงไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะเสียงประชาชนที่ไม่สนับสนุนพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับนโยบายอย่างเห็นได้ชัด