Nonfarm Payroll ต่ำคาดเกือบ 3 เท่า

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานตัวเลขอัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payroll) ประจำเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 84,000 ตำแหน่งอย่างมาก พร้อมปรับลดตัวเลขการจ้างงานในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมลงรวมกันอีก 60,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นสู่ระดับ 4.2% และการเติบโตของค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ยชะลอตัวลงเหลือ 3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวท่ามกลางต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจที่สูงขึ้น

Nonfarm Payroll

แม้ตัวเลขการจ้างงานรวมจะเติบโตต่ำ แต่ภาพรวมตลาดแรงงานยังคงอยู่ในลักษณะ “จ้างน้อย-เลิกจ้างน้อย” (Low-hire, low-fire) โดยการจ้างงานใหม่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มการแพทย์ (17,000 ตำแหน่ง) ก่อสร้าง (11,000 ตำแหน่ง) และภาคการผลิต (9,000 ตำแหน่ง) ในขณะที่ตำแหน่งงานในภาครัฐ บริการชั่วคราว ข้อมูลสารสนเทศ และการเงินปรับตัวลดลง ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยี AI 

อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานที่ขยับขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก โดยอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงาน (Participation Rate) พุ่งขึ้นแตะระดับ 61.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน

ตัวเลขแรงงานที่อ่อนตัวลงส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทันที ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yields) และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่าโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมพุ่งสูงขึ้นเกิน 80% หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไป 0.25% ในการประชุมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed โดย ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน (Philip Jefferson) รองประธาน Fed ระบุว่า Fed อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยี AI และภาษีนำเข้า ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินในอนาคต เช่นเดียวกับ มิเชล โบว์แมน (Michelle Bowman) รองประธานฝ่ายกำกับดูแล และ จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ที่ต่างเห็นพ้องกันว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในขณะนี้

แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ จะยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed แต่เจ้าหน้าที่ Fed มองว่าตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังแข็งแกร่ง (โดย GDP ไตรมาส 3 คาดว่าจะโตถึง 3.7%) เปิดโอกาสให้ Fed สามารถดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวังได้มากขึ้น โดยนักวิเคราะห์จาก Jefferies ชี้ว่าตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำเกินคาดนี้เปรียบเสมือนตะปูตอกฝาโลงสำหรับโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือนตุลาคม และส่งผลให้ Fed น่าจะคงดอกเบี้ยไว้เพื่อรอประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง


อ้างอิง: CNBC, Bloomberg

tax-saving-funds-2026