ผ่านไปแล้วกับอีกเดือนของปี 2017 เราได้เห็นหุ้นโลกทำจุดสูงสุดใหม่จากมุมมอง เมื่อหุ้นโลกทำ All Time High อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ตลาดทุนเริ่มกลับมามีความผันผวนบ้างหลังนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับความสามารถของทรัมป์ในการดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ แต่เรายังคงเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตราสารทุนในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะตลาด Emerging Market รวมถึง ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งยังสอดคล้องกับมุมมองของเรา นอกจากนี้คือเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 2.7%

picture1รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI

1. ผลตอบแทนของสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD 29 มี.ค. 60

picture2รูปที่ 2 ผลประกอบการสินทรัพย์ชนิดต่างๆตั้งแต่ต้นปีถึง 29 มี.ค. 60: ที่มา Bloomberg, INFINITI

เมื่อดูผลตอบแทนผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปี 2560 จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นกลุ่ม Emerging market โดยเฉพาะตลาดหุ้นอินเดีย (Sensex) และทองคำ ยังคงทำผลตอบแทนได้สูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น และหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตราสารหนี้ต่อเนื่องในปีนี้ สะท้อนภาพการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตราสารหนี้เข้าสู่ตราสารทุนได้ค่อนข้างชัดเจนและสอดคล้องกับมุมมองของเรา

2. Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25%

เริ่มต้นรายภูมิภาคด้วยประเด็นสำคัญอย่างเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ในเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาสู่ระดับ 0.75-1.00% ตามตลาดคาดการณ์ รวมถึงมีท่าทีขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวังมากกว่าคาด (Dovish) และเป็นการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปตามแผนการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวกลับมาลดความร้อนแรงลง ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Emerging markets ทองคำ และตราสารหนี้

3. ตัวเลขสหรัฐฯขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่ Valuation ยังแพงกว่ากลุ่ม EM

picture4รูปที่ 4 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ : Bloomberg, BEA, ISM

ในส่วนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมีการปรับฐานหลังนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการลดภาษีและการผ่อนคลายกฎระเบียบของทรัมป์ที่อาจออกมาช้ากว่าที่คาด ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เรายังคงหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐเนื่องจาก valuation ที่แพงกว่ากลุ่ม EM เมื่อเทียบกับการเติบโต

4. หุ้นกลุ่ม Global Healthcare ยังคงแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ

picture5รูปที่ 5 ผลตอบแทนของ iShare Global Healthcare ETF และ S&P500 : Bloomberg, INFINITI

มาดูที่หุ้นกลุ่ม Global Healthcare จะเห็นได้ชัดเจนว่ายังคงแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯโดยรวมในสัปดาห์ที่มีการร่วมลงคะแนนเสียงแก้ไข Obama care ซึ่งผลออกมาล้มเหลว สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อปัจจัยพื้นฐานที่ดีในหุ้นกลุ่มดังกล่าว เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนเท่าเดิมในหุ้นกลุ่ม Global Healthcare

5. ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับคาดการณ์ GDP ไทยขึ้นเป็น 3.4%

picture6-1รูปที่ 6 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย : BOT, FTI, Bloomberg, Nikkei, IHS Markit

มาดูเศรษฐกิจบ้านเราพบว่า กนง.ยังคงมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ในเดือนมี.ค.นี้ ในขณะที่ธปท.มีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยขึ้น โดย ปรับคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีนี้ขึ้นเป็น 3.4% และปรับตัวเลขเงินเฟ้อลงเป็น 1.2% ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ. ตัวเลขส่งออกไทยกลับมาหดตัว ตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวจากเดือนม.ค.เล็กน้อย แต่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเติบโตมากสะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัว

6. ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาดการณ์

picture7รูปที่ 7 ยอดซื้อสุทธิรายวันและยอดซื้อสะสมในหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ: Bloomberg, INFINITI

หากพิจารณาถึงกระแสเงินทุน พบว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมามีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาดการณ์ ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกและคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยในสัดส่วนเดิม

7. หุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กทยอยฟื้นตัวตามการเติบโตของกำไร

picture8-1รูปที่ 8 ผลตอบแทน SET เทียบกับ SET50 ข้อมูล ณ 27 มี.ค. 60: Bisnews, INFINITI

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

ส่วนหุ้นขนาดกลางขนาดเล็กมีการผันผวนในช่วงที่ผ่านมาจากแรงขายหุ้น GL ที่ส่งผลให้เกิดการ Force sell และกดดันบรรยากาศในการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กหลายตัว อย่างไรก็ตามหุ้นในกลุ่มดังกล่าวเริ่มกลับมาทยอยฟื้นตัวตามทิศทางการเติบโตของกำไรที่ดีในระยะยาว

8. หุ้นอินเดียทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ หลังนายกโมดีชนะการเลือกตั้งท้องถิ่น

picture10-1รูปที่ 9 ตัวเลขเศรษฐกิจอินเดีย: Bloomberg, Nikkei, IHS Markit

ส่วนตลาดหุ้นอินเดียได้ทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี และเตรียมทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี อีกทั้งพรรครัฐบาลของนายกโมดีชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นในรัฐอุตตรประเทศกว่า 300 ที่นั่งจาก 403 ที่นั่ง ส่งผลให้มีแนวโน้มที่พรรครัฐบาลจะชนะการเลือกตั้งในระดับประเทศต่ออีกสมัยในปี 2562 เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นอินเดีย

9. จีนฟื้นตัวบ้าง แต่ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายทรัมป์

chinaรูปที่ 10 ตัวเลขเศรษฐกิจจีน: Bloomberg, Caixin, IHS Markit

เมื่อพิจารณาถึงประเทศจีน จะเห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวบ้างในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อจีน แต่อย่างไรก็ตามภาคเศรษฐกิจจีนบางส่วนอาจเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้าของทรัมป์ ทำให้เรายังคงชอบหุ้นไทยและอินเดียมากกว่าจึงยังหลีกเลี่ยงการลงทุนในจีน

 10. ญี่ปุ่นโดนค่าเงินเยนกดดัน

picture11-1รูปที่ 11 ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น: Bloomberg, Nikkei, IHS Markit

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ตามหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินเยนที่แข็งค่า ทำให้เรายังคงมุมมองให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเนื่องจากมองว่าค่าเงินเยนยังมีโอกาสผันผวนสูงตามค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอาจผันผวนแรง

 11. ยุโรปยังมีปัญหาด้านการเมือง

picture12รูปที่ 12 ผลโพลล์การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส: Telegraph, INFINITI

มาดูทางฝั่งยุโรปกันบ้าง ผลโพลล์การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส Le Pen ผู้มีแนวคิดในอยากนำฝรั่งเศสออกจาก EU ยังคงสูสีในอันดับต้น ในขณะที่อังกฤษประกาศใช้มาตรา 50 เพื่อผลักดันประเทศออกจาก EU ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสร้างความกดดันให้กับตลาดหุ้นยุโรปในช่วงเดือนเมษายนนี้ ดังนั้นเราจึงยังคงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นยุโรป

 12. ความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์และการเมืองยุโรป หนุนราคาทองอย่างต่อเนื่อง

picture13-2รูปที่ 13 ราคาทองคำ เทียบกับ USD Index ข้อมูล ณ 28 มี.ค. 60: Bloomberg

เมื่อพิจารณาถึงราคาทองคำ หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปัจจัยความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์และภาคการเมืองยุโรป ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยหนุนให้ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง

สำหรับคำแนะนำพอร์ตการลงทุนแบบ Global Absolute Return Portfolio ของ INFINITI Global Investors ซึ่งเป็นคำแนะนำการลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามมุมมองภาวะตลาด มีเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนต่อปีประมาณ 8 – 10% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนระยะยาวของตลาดหุ้นเล็กน้อย และมีเป้าหมายความผันผวนของพอร์ตในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นจากการกระจายการลงทุน โดยกลยุทธ์นี้จะพยายามลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่พื้นฐานการลงทุนไม่ดี ทั้งนี้สำหรับเดือนมีนาคม 2017 เรายังคงแนะนำคงสัดส่วนการจัดพอร์ตดังนี้

screen-shot-2560-03-31-at-18-05-13 รูปที่ 14 Global Absolute Return Portfolio Model เดือน เม.ย. 60: ที่มา INFINITI Global Investors

ในเดือนเมษายนนี้เราได้คงสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน ที่ 70% โดยประเทศไทยและอินเดียยังคงมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี และเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นดังกล่าว อีกทั้งทางประเทศอินเดียยังมีปัจจัยบวกจากการชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นของโมดี อีกทั้งการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนที่ดีและแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯโดยรวม ดังนั้นเรายังคงมุมมองที่ดีต่อการลงทุนในตราสารทุน เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงดีอยู่ โดยเราเชื่อว่าปี 2017 น่าจะยังเป็นปีที่ดีต่อพอร์ตการลงทุน Global Absolute Return

FundTalk รายงาน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ