ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา นั้นหนึ่งกระแสที่ยังแรงดีไม่มีตก ก็คือ กระแสการเข้าไปเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น สาเหตุก็เป็นเพราะ นับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ประเทศสหรัฐฯเมื่อปี ๒๕๕๐ มานั้น ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้เป็นกอบเป็นกำ จนทำให้นักหลายคนหลายคนมีอิสรภาพทางการเงิน ลาออกจากงานประจำ เฉพาะเงินปันผลจากบริษัทที่ตัวเองลงทุนก็เหลือกินเหลือใช้ และนั่นทำให้คนจำนวนมากต้องการไปให้ถึงฝันนั้นให้ได้เช่นเดียวกัน

มาช่วงหลังนี้ ผมเห็นว่า กระแสการคัดค้าน หรือการมองในแง่ลบต่อตลาดหุ้นนั้น เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่แปลกอะไรนะครับ ธรรมชาติของการลงทุนในตลาดหุ้น ก็เหมือนธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ มีเกิดขึ้น มีตั้งอยู่ มีดับไป เป็นธรรมดา เป็นวัฏจักรวนเวียนอยู่อย่างนี้ ดังนั้นพอถึงช่วงตลาดหุ้นร่วงลง หรือไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างที่หวัง ผู้คนก็พากันเบือนหน้าหนี บอกว่า ตลาดหุ้นเหมือนบ่อนการพนันบ้าง บอกว่า นักลงทุนรายย่อย เป็นเหยื่อของนักลงทุนรายใหญ่บ้าง

ในความเห็นของผม คำว่า การพนัน กับ การลงทุน ความต่างของความหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากวิธีการและวิธีคิดต่อการสร้างผลตอบแทน

การพนัน คือ การเสี่ยงโดยไม่ได้ศึกษา หรือศึกษาอย่างไม่รู้จริง

การลงทุน คือ การเสี่ยงโดยรู้เสมอว่าเสี่ยงไปทำไม เสี่ยงเพื่ออะไร และควบคุมความเสี่ยงอย่างไร

ถ้าถามว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นนั้น มีวิธีการคิดต่อการลงทุนอย่างไร คุณจะพบว่า เขาเหล่านั้นมีหลักคิด และวิธีการลงทุนที่มีเหตุผลและหลักการ และที่สำคัญ เขาเหล่านั้นก็เชื่อในหลักการและยึดมั่นอย่างมีวินัยที่เคร่งครัด หากเราลงทุนแล้วขาดปัจจัยสำคัญเหล่านี้ ก็ยากที่จะทำได้อย่างพวกเขา

สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งแตกต่างจากคนอื่นในปัจจุบัน แน่นอนว่า มาจากรากบุญรากกรรมที่สะสมมาแตกต่างกันในอดีต สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและทำความเข้าใจกับมัน แต่สิ่งที่สำคัญคือ ความคิด และการกระทำในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของเรา อยากเปลี่ยนตัวเอง ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิด เพราะความคิดจะส่งผลต่อเนื่องถึงการกระทำของเรา

ถ้าคุณคิดว่าตลาดหุ้นคือบ่อนการพนัน แน่นอนว่า มันก็เป็นอย่างที่คุณคิด และการกระทำต่อตลาดหุ้นสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการพนันก็คือ หลีกเลี่ยงจากมัน หรือเลวร้ายกว่านั้นก็คือ คุณจะลงทุนในตลาดหุ้นโดยขาดซึ่งเหตุผลเพราะในเมื่อมันคือการพนัน ก็ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ ไม่ต้องทำอะไรให้เสียเวลามากขึ้น

แต่ถ้าคุณคิดว่าตลาดหุ้นคือโอกาสในการลงทุน ยึดหลักลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพ รอเวลาและจังหวะที่เหมาะสม เพราะรู้ถึงสัจธรรมว่า มีขึ้น ย่อมมีลง ผลลัพธ์ต่อความคิดนี้ จะกลายเป็นการกระทำที่ต่างออกไป และให้ผลแบบต่างจากความคิดแรกอย่างตรงกันข้าม

แต่แน่นอนว่า ทุกอย่าง มันมีเงื่อนไขของเวลา ไม่ใช่ว่า คิดวันนี้ แล้วพรุ่งนี้มันจะเปลี่ยนทันที

จะฝึกสติให้ข้ามภพข้ามชาติ อย่างต่ำก็ฝึกกัน ๗ เดือน นานหน่อยก็ ๗ ปี ถ้าตั้งใจก็ไม่เกิน ๗ ชาติ ความสำเร็จอย่างอื่นก็ใช้เวลาเช่นเดียวกันนะครับ

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ