china-equity-comeback

ตลาดหุ้นจีน เป็นการลงทุนที่นักลงทุนไทยบอบช้ำมากที่สุดตลาดหนึ่งในปี 2015 ที่ผ่านมา จากการดีดขึ้นฟ้า ราวกับว่า อนาคตจะสดใส แต่แล้วกลับกลายเป็นว่า จีน ประสบปัญหา เงินทุนไหลออก จนแบงก์ชาติ (PBOC) ต้องออกมาตรการ ทั้งห้าม Short Sell ทั้งพยุงค่าเงินหยวน ฯลฯ เอาเถอะ นั่นคือ อดีตที่เกิดขึ้นครับ

คำถามคือ วันนี้ ตลาดหุ้นจีนเป็นอย่างไรบ้าง?

ผมพาไปดูทิศทางของตลาดหุ้นจีนที่สำคัญๆ 3 ตลาด

หนึ่งคือ ตลาดเซี้ยงไฮ้ (Shanghai Composite Index)

SSEC

สองคือ ตลาดเสินเจิ้น CSI 300 (Shenzen Index)

CSI

สามคือ H-Share (Hang Seng China Enterprise Index)

HSCE

จะเห็นว่า ทั้ง 3 ดัชนี เคลื่อนไหวในทิศทางที่เหมือนกัน คือ นับตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. เป็นต้นมา เคลื่อนไหวแบบกรอบ Sideway Up ขึ้นมาเงียบๆ และเพิ่งมาทำจุดสูงสุดใหม่ของปี (Higher High) ในช่วงต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา

ภาพทางเทคนิค จึงบอกว่า มีโอกาสที่ตลาดหุ้นจีน จะสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้อีก ดังนั้นคำถามที่ต้องไปหาต่อก็คือ

ตลาดหุ้นจีน จะมีปัจจัยบวกอะไรกระตุ้นในอนาคต?

จีนประกาศแผนปฏิรูปการเงินรวมตลาดหุ้น “เซินเจิ้น-ฮ่องกง” เร่งสู่สากล

ที่เห็นว่ามีปัจจัยบวกไปแล้วซึ่งก็คือ ข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ นั่นก็คือ ข่าวเรื่องที่รัฐบาลจีน เริ่มมี Project จะเชื่อมตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น-ฮ่องกง ให้นักลงทุนทั้งสองประเทศ สามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งดูแล้ว นักวิเคราะห์ก็คาดกันว่า น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นภายในปีนี้ และทำให้มีแนวโน้มที่เงินทุนจะกลับมาไหลเข้าตลาดหุ้นจีนได้อีกครั้ง

อ่านข่าวเรื่อง จีนประกาศแผนปฏิรูปการเงินรวมตลาดหุ้น “เซินเจิ้น-ฮ่องกง” เร่งสู่สากล ได้ที่นี่

ภาพก็คงคล้ายๆกับช่วงปลายปี 2014 ที่ จีนเริ่ม Project เชื่อมตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกงในช่วงปี 2014 จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีนปีที่แล้ว

ที่น่าลุ้นอีกข้อก็คือ การเชื่อมตลาดเข้าด้วยกัน เป็นการกรุยทางให้ตลาดหุ้นจีนมีโอกาสเข้าไปคำนวนในดัชนี MSCI Emerging market เพิ่มขึ้นด้วย

แต่มีจุดสังเกตอย่างหนึ่งนะครับ ถ้าใช้ Shanghai – Hang Seng Linked Model ละก็ จากกราฟด้านล่าง จะเห็นว่า ยอดการใช้โควต้าของ A-H Linked ลดลงตั้งแต่ต้นปี แสดงว่า นักลงทุนเริ่มไม่ตื่นเต้นกับการเชื่อง 2 ตลาดมากนัก ถ้าโวลุ่มการซื้อขายของการเชื่อมตลาดเสินเจิ้นเดินตามรอย เซี้ยงไฮ้ ก็แสดงว่า ธีมนี้ไม่ดีในระยะยาว ดังนั้น ต้องติดตามนะครับ

30ad8143-9938-4861-8729-78f83a0b4723

รูปที่ 1 : ยอดการซื้อขายหุ้นโดยใช้โควต้า Northbound ที่นักลงทุนในฮ่องกงมาซื้อขายในตลาดเซียงไฮ้
ที่มา : Bloomberg

ตัวเลขหนี้เสียในระบบธนาคารจีนเริ่มไม่ปรับตัวสูงขึ้น

เรื่องที่สองก็คือ ตอนนี้ เราเริ่มเห็นตัวเลขอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ของจีนที่เริ่มทรงตัวในไตรมาสที่ 2 ที่ 1.75% นับเป็นการทรงตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ถ้าดูดีๆย้อนกลับไป 3 ปีก่อน จะเห็นว่า ตัวเลข NPL นี้เพิ่มขึ้นทุกๆไตรมาสมาติดต่อกัน ดังนั้น พอตัวเลขนี้ไม่เพิ่มขึ้น ตลาดก็เริ่มคาดหวังว่า หรือมันจะเริ่มลดลง? ซึ่งถ้าลดลงได้จริงละก็ จะสะท้อนการคุมหนี้เสียของภาคเศรษฐกิจ แสดงว่า มาตรการของทางการจีน มีประสิทธิภาพอยู่

53d9da26-5575-43bf-9618-583fefca495c

รูปที่ 2 : Total NPL and Total NPL % ของสินเชื่อใในภาคธนาคารจีน (ย้อนหลัง 5 ปี)
ที่มา : Bloomberg

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

สำหรับตัวเลขนี้ ที่ต้องระวังก็คือ NPL ที่ไม่เพิ่มขึ้น อาจแค่ชั่วคราวก็ได้ ซึ่งก็คงดูได้จากกลุ่มธุรกิจ Natural Resource เป็นหลัก เพราะในช่วงที่ราคาน้ำมันร่วงลงมา บริษัทที่มีปัญหาล้มละลาย และจ่ายนี้ไม่ได้ก็คือ กลุ่มนี้นะครับ ดังนั้น ถ้าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ปรับตัวลงแรงอีกรอบ ก็น่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจจีนต่อเนื่องด้วย

ตัวเลขเงินทุนสำรองของจีน เริ่มทรงตัว

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนกังวลกันมากๆในปีที่แล้วคือ ปรากฏการณ์การที่เงินทุนสำรองของจีน ลดลงอย่างรวดเร็ว จาก $4 Trillion เหลือ $3.2 Trillion ภายในเวลาแค่ 6 เดือน และทำให้ทุกคนกลัวว่า เงินทุนสำรองจะถูกใช้ให้ลดลงรวดเร็วกว่าเดิม ถ้ายังมีกระแสเงินทุนไหลออกจากจีนต่อเนื่องแบบนี้

แต่ความกังวลนั้น ก็ลดลง เพราะจากรายงานของแบงก์ชาติจีนนับตั้งแต่ต้นปี 2016 ที่ผ่านมา Capital Reserve ของจีน เริ่มทรงตัวได้แล้ว สะท้อนว่า สามารถจัดการกับปัญหาเงินทุนไหลออกได้พอสมควร

b0ceaf6a-ed97-4f6f-902e-1be01708237d

รูปที่ 3 : China Foreign Reserve Capital (in Million USD)
ที่มา : Bloomberg

ถ้า Fund Flow ไหลเข้าเอเชีย ทำไมจะไม่เข้าจีน?

กระแสเงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลเข้าภูมิภาคเอเชียได้ต่อเนื่องหลังเฟดน่าจะยังชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปถึงช่วงปลายปีหรือปีหน้า ซึ่งจีนน่าจะมีโอกาสตกเป็นเป้าของเงินทุนไหลเข้าอีกแห่งหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้เงินทุนไหลเข้าไปยังประเทศอื่นในเอเชียค่อนข้างเยอะ ประกอบกับทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว

2bd1bebf-53ed-4305-aea5-1f5308069118

รูปที่ 4 : กระแสเงินทุนไหลเข้าในตลาดเอเชีย (in Million USD)
ที่มา : Bloomberg

จากตาราง จะเห็นว่า เงินทุนไหลเข้าตลาดเอเชียตั้งแต่ต้นปีจำนวนไม่น้อยทีเดียว ยกเว้นก็เพียง ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ประสบปัญหาเรื่อง ความมีประสิทธิภาพของนโยบายการเงินที่ลดลง และตลาดหุ้นเวียดนาม ที่ Valuation ยังอยู่ในระดับที่แพงกว่าตลาดอื่น

กลับมาดูที่ Valuation ตลาดหุ้นจีน ก็พบว่า ยังถูก

ตอนนี้ตลาดหุ้น H-Share มีค่า P/E Ratio ต่ำกว่า 8 เท่า P/BV ต่ำกว่า 1 ขณะที่ Dividend Yield จ่ายได้สูงกว่าตลาดอื่นๆในเอเชียรวมถึงหุ้นไทย แต่ถ้าดูไกลๆ จริงๆตลาดหุ้น H-Share ก็มีความถูกมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับ ดังนั้น การจะไปลงทุนในตลาดหุ้นจีน โดยใช้เหตุผลเรื่องความถูกเพียงมุมเดียว ดูจะเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล ต้องไปดูปัจจัยบวกในอนาคตมากกว่า

dbe8bcf9-1287-4228-8a66-871c469c8d74

รูปที่ 5 : Financial Ratio & Valuation ของตลาดหุ้น H-Share
ที่มา : Bloomberg

สรุป

ตลาดหุ้นจีน ดูจะมี Story และมีพัฒนาการที่ดีในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ ตลาดหุ้น ก็ปรับตัวขึ้นมาผ่านแนวต้านสำคัญ และได้ข่าวปัจจัยระยะสั้น ซึ่งอาจ Unlock Upside ได้เหมือนกัน

แต่ข้อควรระวังและสิ่งที่นักลงทุนต้องไปทำการบ้านกันต่อก็คือ ปัจจัยที่พัฒนาขึ้นนั้น จะยังดีต่อไปในระยะยาวหรือไม่ และตลาดหุ้นจีน เมื่อถึงเวลาจะขึ้น เราก็เห็นมาหลายรอบแล้วว่า วิ่งแรง และลงแรงเช่นกัน ดังนั้น ดูแลตัวเองดีๆนะครับ

คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
• ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

แหล่งที่มาข้อมูล :-
Bloomberg
BISNEWS

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน