ในตลาดหุ้นไทย มีหุ้นหลายตัวที่ดำเนินธุรกิจซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เช่น CPF (บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด มหาชน), TU (บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด มหาชน) และ TVO (บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด มหาชน) บริษัทเหล่านี้มีมูลค่าการตลาดสูงและเป็นที่รู้จักของนักลงทุนไทย

วันนี้เลยอยากมาแชร์กันถึงเรื่องน่ารู้ก่อนลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์กันครับ

แนวคิดสำคัญคือ Scarcity Premium

แนวคิดนี้เกิดจากความกลัวว่าสินค้าจะขาดแคลน เลยมีการซื้อของแพงขึ้นเพื่อที่จะได้ของ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าจะมีนักเก็งกำไรเข้ามาเล่นด้วย ซึ่งจะมีผลต่อราคาได้เช่นกัน

สินค้าโภคภัณฑ์แบบอาหารจะถูกจัดหมวดเป็น Soft Commodity ตัวอย่างก็เช่น ข้าว น้ำตาล ถั่วเหลือง ซึ่งสามารถเน่าได้ โดยธรรมชาติของสินค้าเกษตรคือ เวลามีราคาดี ชาวไร่ก็จะแห่กันปลูก ผลผลิตก็จะเยอะจนราคาลง

นอกจากสินค้าเกษตรแล้วยังมีกลุ่มเนื้อสัตว์อีกด้วยคือ ไก่ หมู กุ้ง และปลา

สินค้าโภคภัณฑ์มีการแบ่งออกเป็นหลายประเภท วันนี้จะขอยกตัวอย่างมาบางส่วน

ถั่วเหลือง: หุ้นในกลุ่มนี้คือ TVO หรือ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

1) สภาพอากาศมีผลกับถั่วเหลืองมาก ซึ่งส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นหรือลงแรง หากอากาศแย่ ผลผลิตก็จะลด แต่ถ้าอากาศดีผลผลิตก็จะล้น

2) น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชเป็นสินค้าทดแทนกัน ถ้าราคาน้ำมันปาล์มแพง คนจะหันมาใช้น้ำมันถั่วเหลืองซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นกับ TVO หลักๆ ในปี 2559

3) ประเทศไทยผลิตถั่วเหลืองได้ไม่ถึง 5% ของปริมาณที่ต้องการบริโภค เพราะต้นทุนการปลูกแพง สู้ผลตอบแทนของพืชเศรษฐกิจเช่นยางกับข้าวไม่ได้

สามารถดูราคาถั่วเหลืองได้ที่ CME

https://www.cmegroup.com/trading/agricultural/grain-and-oilseed/soybean.html

น้ำตาล: หุ้นในกลุ่มนี้คือ BRR หรือ บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)

1) เวลาผลิตน้ำตาลจะมีผลผลิตพลอยได้คือกากน้ำตาลที่ใช้ทำเอทานอล (Ethanol) หรือพวกน้ำมัน E85 และ E20 นอกจากนี้บริษัทก็ขายไฟฟ้าเช่นกัน เพราะกากอ้อยสามารถใช้ผลิตไฟฟ้าได้

2) เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา มีการลอยตัวราคาขายปลีกน้ำตาลในประเทศ ทำให้เป็นไปตามกลไกตลาด

3) ค่าความหวานของอ้อยมีผลกับคุณภาพของน้ำตาล ยิ่งหวานยิ่งดี ซึ่งระดับความหวานก็อาจจะขึ้นอยู่กับแหล่งที่ใช้ปลูกด้วย

สามารถดูราคาตลาดน้ำตาลได้ที่ Nasdaq

https://www.nasdaq.com/markets/sugar.aspx

ส่วนสินค้าเนื้อสัตว์ก็มีการแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่หลัก ๆ คือไก่และกุ้ง ที่ประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่

ไก่: หุ้นในกลุ่มนี้คือ CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)

1) ไก่แปรรูปจะมีอัตรากำไรสูงกว่าไก่สดแช่แข็ง สิ่งที่บริษัทสามารถทำได้คือเน้นขายไก่แปรรูป ถ้ามีไก่เหลือค่อยขายเป็นไก่สดแช่แข็งทีหลัง

2) ไทยมีระบบเลี้ยงไก่ที่ดีมาก ซึ่งประสิทธิภาพจะสูงกว่าประเทศอย่างบราซิล

3) ไทยต้องนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากต่างประเทศ ไม่มีพันธุ์ของตัวเอง เป็นเพราะว่าใช้เวลาเลี้ยงนาน ก็เลยใช้ทางลัดด้วยการนำเข้าแทน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

สามารถดูราคาตลาดไก่ได้ที่ USDA

https://www.indexmundi.com/commodities/?commodity=chicken

กุ้ง: หุ้นในกลุ่มนี้คือ CPF

1) ไทยเคยเลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่ตอนนี้เป็นกุ้งกุลาขาวแทนเพราะทนกว่า เลี้ยงง่ายกว่า

2) ประเทศไทยเคยโดนโรค EMS หรือโรคตายด่วนทำให้กุ้งตายไปเยอะมาก แต่อินเดียไม่โดนเพราะว่าจับกุ้งตามธรรมชาติ ไม่ได้เลี้ยงในบ่อซึ่งเป็นแหล่งผลิตเชื้อ EMS

3) ปี 2553 ไทยผลิตกุ้งเยอะที่สุดในโลก แต่เจอ EMS ไป คนเลยเลิกเลี้ยง บางรายขาดทุน ตอนนี้ก็ยังผลิตได้ไม่เท่าเดิม

สามารถดูราคาตลาดกุ้งได้ที่ US Department of Commerce, NOAA

https://www.indexmundi.com/commodities/?commodity=shrimp

ทั้งนี้ทั้งนั้น การขึ้นลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนที่ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของ สินค้าโภคภัณฑ์ชนิดนั้น ๆ ซึ่งปัจจัยก็มีความแตกต่างกันออกไป

แม้อุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์จะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ แต่นักลงทุนก็ควรทำความเข้าใจและศึกษาหุ้นนั้น ๆ เป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะถ้าไม่ได้ศึกษาและไม่มีความเข้าใจในสินค้าโภคภัณฑ์นั้น ๆ มากพอก็อาจเกิดการขาดทุนได้ครับ

ข้อมูลอ้างอิงจาก

กลุ่มหลักสูตร “Turn Pro 2: การวิเคราะห์รายอุตสาหกรรม”: วิเคราะห์หุ้นอาหารและเครื่องดื่ม วันที่ 30 กันยายน 2560

—————————-

Vithan Minaphinant

Securities Investment Analyst (IA)

ตรวจทานบทความ


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผู้เขียนบทความนี้มิได้รับค่าตอบแทนหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่กล่าวถึงในบทความนี้แต่อย่างใด

ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้

SaveSave

SaveSave

SaveSave

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ