วรวุฒิ อุ่นใจ กับก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ "COL"

วรวุฒิ อุ่นใจ คือนักธุรกิจรายแรก ๆ ของไทยที่บุกเบิก ธุรกิจขายเครื่องใช้สำนักงานในระบบ catalog ผู้ซึ่งเผชิญความผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน กว่าที่บริษัทจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ต้องต่อสู้มาอย่างยาวนาน

20 ปีก่อน ร้านขายเครื่องเขียน “กิจวิทยา สเตชั่นเนอรี่” ธุรกิจครอบครัวกำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่จากวิกฤติเศรษฐกิจ สถาบันการเงินจำกัดสินเชื่อ ทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง เวลานั้นคุณพ่อของเขาตั้งใจย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อหนีหนี้แต่คุณวรวุฒิกลับคิดว่าต้อง “แก้ไข” สถานการณ์นี้ให้ได้

สิ่งแรกที่คุณวรวุฒิทำ คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากขายหน้าร้าน เป็นขายผ่าน catalog เปลี่ยนจากลูกค้ารายย่อยเป็นการขายกับลูกค้าองค์กร การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้พลิกธุรกิจที่กำลังย่ำแย่กลับมาฟื้นคืนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหนทางย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากก่อตั้งบริษัท ออฟฟิศเมท ในปี 2537 ถัดมาเพียง 3 ปีประเทศไทยก็เข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ แม้รายได้และลูกค้าจะลดลงแต่คุณวรวุฒิกลับมองว่าเป็นโอกาส โอกาสนั้นคือในช่วงที่เกิดวิกฤตสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือความมั่นใจ และประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้คุณวรวุฒิตัดสินใจลงทุนสวนกระแสโดยการทำ catalog สินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 หน้าเป็น 200 หน้า ทำรูปเล่มสวยที่สุด ใช้กระดาษดีที่สุด ผลปรากฏว่ายอดขายของบริษัทเติบโตขึ้นกว่า 30% และเติบโต 30-40% มาโดยตลอด

จนวันนี้บริษัทมีมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท แล้วรู้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ “บริษัท ออฟฟิศเมท” เกิดขึ้นจากแผนธุรกิจวิทยานิพนธ์ปริญญาโทของคุณวรวุฒิเท่านั้น ที่ศึกษาความเป็นไปได้ทั้งหมดจนนำไปเสนอธนาคารและสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง เราจะพาไปดูถึงจุดเริ่มของ ออฟฟิศเมท และอนาคตของ COL

2537
จัดตั้งบริษัท เพื่อจำหน่ายเครื่องเขียนผ่าน catalog และคำสั่งซื้อระบบ Call Center

2542-2550
เปิดบริการเว็บไซต์ www.officemate.co.th เพิ่มช่องทางการจำหน่ายในการสั่งสินค้า

2551-2553
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ตัวย่อ OFM และทำการ IPO ที่ราคา 4.90 บาท (ราคาหลังปรับพาร์ = 1 บาท)

2555-2559
กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล เข้าซื้อกิจการของ OFM และโอนธุรกิจออฟฟิศ ดีโป + บีทูเอส ให้ OFM หลังควบรวมกิจการ หลังจากนั้น OFM ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์โดยเน้นการขายแบบ B2C และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น COL

2560
หลังจากบริษัทได้แบกขาดทุนในส่วนของออนไลน์มาโดยตลอดทำให้ในปี 2560 บริษัทตัดธุรกิจออนไลน์แบบ B2C ออกไปกลับไปเน้นธุรกิจเดิมคือ B2B เหลือช่องทางออนไลน์ 4 เว็บไซต์คือ officemate.co.th , b2s.co.th , b2s.com.vn และ mebmarket.com

นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทยังเปิดตัว Officemate x Kerry Express ให้บริการส่งพัสดุด่วนกับลูกค้าด้วย

โครงสร้างรายได้ของบริษัท และภาพธุรกิจค้าปลีก

เพื่อให้เข้าใจภาพธุรกิจของบริษัทฯ มากขึ้นต้องให้เห็นสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ ซึ่งจะแบ่งได้ดังนี้

  1. ออฟฟิศเมท : 62%
  2. บีทูเอส : 36%
  3. ธุรกิจออนไลน์ B2C : 2%

ออฟฟิศเมท

กลุ่มลูกค้าของออฟฟิศเมท คือกลุ่มบริษัท ออฟฟิศ SME โมเดลธุรกิจเน้นการขายแบบ B2B หรือ Business to Business โดยมากลูกค้าที่สั่งสินค้ากับ officemate มักจะไม่เปลี่ยนเจ้า เนื่องจากความเคยชิน และในบริษัทใหญ่ หากมีการเปลี่ยนบริษัทในการสั่งซื้ออาจต้องมีขบวนการมากมาย จุดนี้นับเป็นจุดแข็งของ officemate

B2S

ภาพรวมของธุรกิจร้านหนังสือดูจะไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ที่เห็นได้ชัดคือความถดถอยของร้านหนังสือรายใหญ่อย่าง ซีเอ็ด บุ๊คส์ ที่เคยเป็นบริษัทเติบโต มียอดขายหลายพันล้าน กำไรหลักร้อยล้าน แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการเข้ามาของอินเตอร์เนต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ยอดขายของ ซีเอ็ดลดลง จนมีผลขาดทุนในช่วงปีที่ผ่านมา สิ่งที่ B2S ได้ทำคือการเพิ่มสินค้าภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ของเล่น เครื่องเขียน จนล่าสุดบริษัทพยายามผลักดันให้ B2S เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์สำหรับลูกค้า โดยให้คอนเซ็ปเป็น Think Space

การเติบโต

1. เพิ่มกลุ่มสินค้า สร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิม

โดยเพิ่มขึ้นมา 3 กลุ่มคือ

  • Manufacturing
  • HoReCa
  • Heathcare

2. เปิดแฟรนไชส์ ดึงคู่แข่งมาเป็นคู่ค้า

การเปิดแฟรนไชส์ มีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มร้านเครื่องเขียนที่ทำธุรกิจเดิมอยู่แล้ว โมเดลนี้จะทำให้ COL รุกตลาดต่างจังหวัดได้โดยไม่ต้องลงทุนเองสามารถเพิ่มรายได้เข้ามาได้ทันที

3. B2B Market Place

สร้าง Platform ให้ผู้ผลิตมาเจอกัน ต่างจากรายอื่นคือ “ผู้ขายเจอผู้ซื้อ” แต่สิ่งที่ COL ทำคือ “ผู้ผลิตเจอผู้ขาย” โดยจะเน้น B2B

ส่วนตัวคิดว่าการเติบโตของกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มแรกที่สินค้านั้นจะไปทับไลน์ของ HMPRO และ MAKRO พอสมควรทีเดียว แม้ตลาดจะใหญ่แต่เจ้าตลาดเดิมคงสู้ไม่ถอยเหมือนกัน ส่วนการเติบโตโดยแฟรนไชส์จะเป็นอีกก้าวที่สำคัญเพราะบริษัทไม่ต้องไปโฟกัสกับการขยายสาขา แต่เน้นจุดแข็งที่บริษัทมีนั่นคือโลจิสติก และออนไลน์

ถอดข้อคิดจากคุณวรวุฒิ อุ่นใจ

“ผมผิดมาเยอะมากก่อนที่จะถูก” คุณวรวุฒิกล่าว

“เราต้องรู้จักป้องกันตัวเองก่อนที่จะบุกคนอื่น ล้มให้เป็น ล้มแล้วต้องประเมินตัวเองให้เป็น ไม่ใช่สู้ไปเรื่อยๆ และต้องรู้ตัวเองกำลังต่อสู้เพื่ออะไร”

และนี่คือกฎของนักสู้จาก COL

“ล้มก่อนจึงจะชนะ”

โดย – บันทึกการลงทุน – https://www.facebook.com/valuewaynjr/


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้

https://www.finnomena.com/stock/

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม