FINNOMENA The Opportunity Morning Brief 01/08/2022

 

“รัฐบาลจีนยอมรับ GDP อาจพลาดเป้า 5.5% ผลจากมาตรการโควิดเป็นศูนย์ ภาคการผลิตหดตัวต่ำสุดรอบ 3 เดือน”

 

ภาพความเคลื่อนไหวล่าของตลาดหุ้นทั่วโลก

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) Dow Jones ปิดที่ 32,845.13 +315.50 จุด (+0.97%) S&P500 ปิดที่ 4,130.29 +57.86 จุด (+1.42%) Nasdaq 12,390.69 ปิดที่ +228.10 จุด (+1.88%) Small Cap 2000 ปิดที่ 1,887.37 +14.34 จุด (+0.77%) VIX index อยู่ที่ 21.33 (-4.48%)

 

ตลาดหุ้นยุโรป (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) EURO STOXX 50 ปิดที่ 3,708.10 +55.90 จุด (+1.53%) Dax เยอรมนี ปิดที่ 13,484.05 +201.94 จุด (+1.52%) CAC 40 ฝรั่งเศส ปิดที่ 6,448.50 +109.29 จุด (+1.72%) FTSE 100 อังกฤษ ปิดที่ 7,423.43 จุด +78.18 จุด (+1.06%)

 

ตลาดหุ้นเอเชีย (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) Nikkei 225 ญี่ปุ่น ปิดที่ 27,801.64 จุด -13.84 จุด (-0.05%) CSI 300 จีน ปิดที่ 4,170.10 จุด -55.57 จุด (-1.32%) Hang Seng ฮ่องกง ปิดที่ 20,156.51 จุด -466.17 จุด (-2.26%) SET Index ไทย ปิดที่ 1,576.41 จุด +23.23 จุด (+1.50%) VN30 เวียดนาม ปิดที่ 1,232.00 จุด -4.14 จุด (-0.33%)

 

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เช้าวันที่ 1 ส.ค. 2565) ราคาทองคำ 1,778.30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Silver ราคา 20.11 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบ WTI 97.20 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Brent 102.78 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ราคา Cryptocurrency (เช้าวันที่ 1 ส.ค. 2565) Bitcoin 23,354.4 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Ethereum 1,686.38 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และ Binance Coin 286.80 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ภาพรวมสินทรัพย์ทั่วโลกที่ปรับตัวบวกและลบสูงที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก กลุ่มที่ปรับตัวในทิศทางบวก – ดัชนี S&P500 (+8.1%), หุ้นยุโรป (+7.8%) และหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว (+7.4%) ปรับตัวในทิศทางลบ – น้ำมัน (-9.9%) และทองคำ (-2.5%)

 

ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวบวกที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก กลุ่มที่ปรับตัวในทิศทางบวก – ดัชนี Nasdaq (+11.4%), ดัชนี Nifty อินเดีย (+9.1%) และดัชนี S&P500 (+8.1%) ปรับตัวในทิศทางลบ – หุ้นจีน H-Shares (-7.3%), หุ้นจีน A-Shares (-5.9%) และดัชนี MSCI Asia ex Japan (-0.4%)

 

ภาพรวม sector ใน S&P500 ที่ปรับตัวบวกและลบสูงที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก – Consumer Discretionary (+16.6%), Information Technology (+13.3%) และ Industrials  (+8.5%)

 

ผลตอบแทนของดัชนี MSCI แบ่งตามสไตล์การลงทุนในรอบ  1 สัปดาห์ – MSCI World Growth Index (+11.0%), MSCI World Small Cap (+8.6%), MSCI World Quality Index (+8.5%), MSCI World Large Cap (+7.3%), MSCI World Momentum Index (+4.1%) และ MSCI World Value Index (+4.0%)

 

ผลตอบแทนตามธีมต่างๆ ในรอบ  1 สัปดาห์ – Blockchain (+40.3%), Semiconductor (+20.8%), Global Luxury (+13.1%), Clean Energy (+7.2%), Esport (+3.5%), Health Care (+3.3%), Global Cloud (+3.0%) และ Cybersecurity (+0.7%)

 

สรุปข่าวประจำวัน

สัปดาห์นี้ติดตามผลประกอบการของ Activision Blizzard, Uber, AMD, PayPal, Marriott, Starbucks, Moderna, Alibaba และ AMC เป็นต้น

 

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมรอบล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ด้าน ‘พาวเวล’ ยังมั่นใจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ เชื่อเศรษฐกิจยังไม่ถดถอย

 

สหรัฐฯ ประกาศ GDP ไตรมาสที่ 2 ติดลบ 0.9% (ประมาณการเบื้องต้น) เป็นการติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส จากไตรมาส 1 ที่ติดลบ -1.6% เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ทำให้ตลาดเริ่มมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยแรงในขึ้นปีหลัง มีโอกาสไม่มาก

 

ยูโรโซนประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 8.9% เป็นจุดสูงสุดใหม่ และมากกว่าที่คาดการณ์ หลักๆ ยังมาจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น 40% YoY และประกาศ GDP ไตรมาสที่ 2 เติบโต 0.7% ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และมากกว่าไตรมาส 1 ที่เติบโต 0.5%

 

จีนส่งสัญญาณอาจจะพลาดเป้าการเติบโตของทางการที่ตั้งไว้ที่ 5.5% หลังจากเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างทั้งสถานการณ์โควิด รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นไปในทิศทางเดียวกับนักวิเคราะห์จากหลายแห่งที่ทยอยปรับลดเป้าการเติบโตของ GDP จีนมาโดยตลอด

 

ตัวเลข PMI จีนล่าสุดประกาศออกมาที่ 49 ถือว่าเข้าสู่การถดถอยแล้ว (ต่ำกว่า 50) และเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน

 

ราคาหุ้น Alibaba ติดลบ -11% หลังจากถูกสหรัฐฯ แบล็กลิสต์กรณีไม่เปิดเผยข้อมูลความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน มีโอกาสจะถูกถอดออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมทั้งการลาออกของ Jack Ma ใน Ant Financial สร้าง sentiment เชิงลบกับหุ้นเทคโนโลยีจีน

 

IMF หั่นเป้าการเติบโตของเอเชียเหลือ 4.2% ในปี 2022 และ 4.5% ในปี 2023 สาเหตุจากสงครามรัสเซีย – ยูเครน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed แต่ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้ จากภาคการท่องเที่ยว โดยคาด GDP ไทยโต 2.8% ปี 2022 และ 4% ในปี 2023

 

สี จิ้นผิง เตือนโจ ไบเดน อย่าเล่นกับไฟ กรณีไต้หวัน ด้านประธานสภาสหรัฐฯ เริ่มทัวร์เอเชีย โดยไร้ชื่อไต้หวันในแผนเดินทาง

 

ผลประกอบการของ Apple ยอดขายเติบโต 2% ส่วนกำไรลดลง -11% รายได้จาก iPhone ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ ยังทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส และจะมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในปลายไตรมาสนี้ ขณะที่รายได้จากธุรกิจบริการเติบโต 12% ส่วน iPad และ MacBook รายได้ลดลง โดยเกิดจากการผลิตที่ลดลงจากปัญหา supply

 

Amazon รายได้เพิ่ม 7% สูงกว่าตลาดคาด ทำให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นแรงในวันประกาศงบ และคาดการณ์ไตรมาสที่ 3 รายได้มีโอกาสเติบโต 13 – 17% นักวิเคราะห์มองว่าการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลประกอบการยังเติบโตได้

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ