FINNOMENA The Opportunity Morning Brief 13/06/2022

 

“หุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก เสี่ยงคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ เดือนพ.ค. เงินเฟ้อพุ่ง 8.6% สูงสุด 40 ปี กดดัน Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยทำ ‘เศรษฐกิจถดถอย’ ”

 

ภาพความเคลื่อนไหวล่าของตลาดหุ้นทั่วโลก

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) Dow Jones ปิดที่ 31,392.79 -880.00 จุด (-2.73%) S&P500 ปิดที่ 3,900.86 -116.96 จุด (-2.91%) Nasdaq 11,340.02 ปิดที่ -414.20 จุด (-3.52%) Small Cap 2000 ปิดที่ 1,800.28 -50.57 จุด (-2.73%) VIX index อยู่ที่ 27.75 (+6.36%)

 

ตลาดหุ้นยุโรป (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) EURO STOXX 50 ปิดที่ 3,599.20 -125.25 จุด (-3.36%) Dax เยอรมนี ปิดที่ 13,761.83 -436.97 จุด (-3.08%) CAC 40 ฝรั่งเศส ปิดที่ 6,187.23 -171.23 จุด (-2.69%) FTSE 100 อังกฤษ ปิดที่ 7,317.52 จุด -158.69 จุด (-2.12%)

 

ตลาดหุ้นเอเชีย (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) Nikkei 225 ญี่ปุ่น ปิดที่ 27,824.29 จุด -422.24 จุด (-1.49%) CSI 300 จีน ปิดที่ 4,089.57 จุด +6.39 จุด (+0.16%) Hang Seng ฮ่องกง ปิดที่ 21,806.18 จุด – 62.87 จุด (-0.29%) SET Index ไทย ปิดที่ 1,632.62 จุด -8.72 จุด (-0.53%) VN30 เวียดนาม ปิดที่ 1,325.69 จุด -17.23 จุด (-1.28%)

 

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เช้าวันที่ 13 มิ.ย. 2565) ราคาทองคำ 1,866.70 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Silver ราคา 21.677 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบ WTI 118.89 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Brent 120.27 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ราคา Cryptocurrency (เช้าวันที่ 13 มิ.ย. 2565) Bitcoin 25,603.5 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Ethereum 1,350.04 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และ Binance Coin 240.28 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ภาพรวมสินทรัพย์ทั่วโลกที่ปรับตัวบวกและลบสูงที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก กลุ่มที่ปรับตัวในทิศทางบวก – ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (+2.0%), น้ำมัน (+1.5%) และทองคำ (+1.1%) ปรับตัวในทิศทางลบ – Global REIT (-5.6%), หุ้นตลาดพัฒนาแล้วและดัชนี S&P500 (-5.3%), และหุ้นโลก (-4.9%)

 

ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวบวกที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก กลุ่มที่ปรับตัวในทิศทางบวก – หุ้นจีน A-Shares (+1.9%), หุ้นจีน H-Shares (+0.9%) และหุ้นอินโดนีเซีย (+0.2%) ปรับตัวในทิศทางลบ – ดัชนี DAX เยอรมัน (-6.1%), ดัชนี Nasdaq (-6.0%), ดัชนี S&P500 และดัชนี MSCI World (-5.3%)

 

ภาพรวม sector ใน S&P500 ที่ปรับตัวลบสูงที่สุดในรอบ 1 สัปดาห์ 3 อันดับแรก – Financials (-7.1%), Consumer Discretionary (-7.0%) และ Materials  (-6.7%)

 

ผลตอบแทนของดัชนี MSCI แบ่งตามสไตล์การลงทุนในรอบ  1 สัปดาห์ – MSCI World Momentum Index (-3.6%), MSCI World Value Index (-4.7%), MSCI World Small Cap (-5.1%), MSCI World Large Cap (-5.3%), MSCI World Quality Index (-5.5%) และ MSCI World Growth Index (-5.9%)

 

ผลตอบแทนตามธีมต่างๆ ในรอบ  1 สัปดาห์ – Esport (-1.5%), Health Care (-3.6%), Cybersecurity (-4.5%), Clean Energy (-4.7%), Global Cloud (-5.7%), Global Luxury (-6.6%), Semiconductor (-7.5%) และ Blockchain (-12.5%)

 

สรุปข่าวประจำวัน

ตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือนพ.ค. ประกาศออกมาที่ 8.6% สูงที่สุดในรอบ 40 ปี และหากตัดราคาอาหารและพลังงานจะอยู่ที่ 6% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 8.3% และ 5.9% สัดส่วนราคาพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง

 

คาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐฯ จาก Bloomberg ปี 2022 อยู่ที่ 7% ปี 2023 อยู่ที่ 3% ส่วนคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ จาก Bloomberg ปี 2022 อยู่ที่ 2.6% ปี 2023 อยู่ที่ 2%

 

ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจัดทำโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

 

นักวิเคราะห์คาดว่าโอกาสจะเกิด recession สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ที่ 31.5% แต่ส่วนใหญ่ 48% มองว่ามีโอกาสเป็นเพียงการชะลอตัวแบบ soft landing

 

พันธบัตรตลาดเกิดใหม่ซื้อขายใกล้เคียงจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี

 

Mohamed A. El-Erian นักเศรษฐศาสตร์จาก Allianz มองว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อาจจะปรับขึ้นถึงระดับ 9% ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงของการใช้นโยบายการเงินของ Fed โดย Fed จะมีการประชุมในวันที่ 14 – 15 มิ.ย. นี้ ตลาดคาดว่าจะทำการขึ้นดอกเบี้ย 50 bps.

 

คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ปี 2022 อยู่ที่ 2.63% ปี 2023 และ 2024 อยู่ที่ 3.13% ส่วนระยะยาวอยู่ที่ 2.5%

 

งบดุล Fed คาดว่าจะปรับลดลงจากระดับเกือบ 9 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ประมาณ 6.7 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 ตามมุมมองจากนักวิเคราะห์

 

จีนออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่าหากช่วยไต้หวันเป็นเอกราช มีโอกาสเจอการโต้ตอบจากจีน ขณะที่ภายในประเทศ เจอความเสี่ยงจากการที่ไวรัสโควิดอาจจะระบาดซ้ำ มีการสั่งตรวจครั้งใหญ่ในปักกิ่ง

 

Tesla ยื่นต่อสำนักงานก.ล.ต. ขอแตกหุ้น 3 ต่อ 1 หุ้น เพิ่มสภาพคล่องในตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแตกหุ้น 5 ต่อ 1 แล้ว ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจากนักวิเคราะห์อยู่ที่ 936.2 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับปัจจุบันมี upside ประมาณ 34%

 

ตลาดคริปโตฯ ผันผวน ราคา BTC และ ETH ปรับตัวลดลงแรง ทำจุดต่ำสุดในรอบประมาณกว่า 1 ปี และเป็นการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเกิน 60% แล้ว

 

รายการที่น่าสนใจ

Mr. Messenger Talk EP24: EV จะเปลี่ยนโลก หรือโลกจะเปลี่ยนเพราะ EV พบกับ คุณวิธาน มีนาภินันท์ จากเพจ BottomLiner

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน