FINNOMENA The Opportunity Morning Brief 15/12/2021

“สรุป 9 ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ที่เราต้องเผชิญในปี 2022”

ภาพความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดหุ้นทั่วโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones ปิดที่ 35,544.18 จุด -106.77 จุด (-0.3%)  S&P500 ปิดที่ 4,634.09 จุด -34.88 จุด (-0.75%)  Nasdaq ปิดที่ 15,237.6 จุด -175.6 จุด (-1.14%)  Small Cap 2000 ปิดที่ 2,159.46 จุด -21.04 จุด (-0.96%) VIX index ปิดที่ 21.89 จุด (+7.78%)

ตลาดหุ้นยุโรป Euro Stoxx 50 ปิดที่ 4,144.51 จุด -38.53 จุด (-0.92%) Dax เยอรมัน ปิดที่ 15,453.56 จุด -168.16 จุด (-1.08%) CAC 40 ฝรั่งเศส ปิดที่ 6,895.31 จุด -47.6 จุด (-0.69%) 

ตลาดหุ้นเอเชีย (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) ดัชนี Nikkei 225 ปิดที่ 28,423.57 จุด -207.7 จุด (-0.73%) ดัชนี CSI 300 ปิดที่ 5,049.69 จุด -34.1 จุด (-0.67%) ดัชนี Hang Seng ปิดที่ 23,635.96 จุด -318.63 จุด (-1.33%) และ SET Index ปิดที่ 1,630.64 จุด +4.81 จุด (+0.3%)

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เช้าวันที่ 15 ธ.ค. 2564) ทองคำ 1,772.6 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Silver 21.953 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบ WTI 70.08 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Brent 73.12 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคา Cryptocurrency (เช้าวันที่ 15 ธ.ค. 2564) Bitcoin 48,103.5 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Ethereum 3,836.21 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Dogecoin 0.184244 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Binance Coin 527.9 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

WHO เตือนโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ระบาดเร็วกว่าทุกสายพันธุ์ มีโอกาสแพร่ทั่วโลกวัคซีนในปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดลง ล่าสุดอังกฤษออกมายืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนเป็นรายแรก และ CDC รายงายเคสโอมิครอน ที่กิดในสหรัฐฯ ส่วนมากมาตากประชากรอายุระหว่าง 19 – 39 ปี โดย 79% ของผู้ติดเชื้อได้รับวัคซีนแล้ว และ 16% ของผู้ติดเชื้อเคยติดเชื้อโควิดแล้ว

ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนพุ่ง 9.6% จากปีก่อน แรงสุดเป็นประวัติการณ์ และ Core PPI (ไม่รวมราคาอาหาร และพลังงาน) ของสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 7.7% จากปีก่อน สาเหตุสำคัญที่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจาก Supply การส่งขนส่งสินค้าที่ขาดแคลน และแรงงานที่ขาดแคลนทำให้ค่าแรงสูงขึ้น

9 ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่โลกต้องเผชิญในปี 2022 โดย Bloomberg คือ

1) โอมิครอน ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดที่ไวของโอมิครอน

2) เงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี โดยมีปัจจัยจากราคาน้ำมัน ค่าแรง และราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น

3) อัตราดอกเบี้ย สัญญาณนโยบายเข้มงวดของ Fed สร้างความปั่นป่วนต่อตลาดหุ้นเสมอ

4) จีน เศรษฐกิจจีน Q3 หยุดชะงักจากทั้งวิกฤตอสังหาฯ การล๊อกดาวน์ การขาดแคลนพลังงาน และการคุมเข้มของรัฐบาล

5) ยุโรป ความวุ่นวายทางการเมืองในยุโรปจากการเลือกตั้ง ปธน. อิตาลี และ ปธน. ฝรั่งเศส ช่วงต้นปี

6) Brexit การเจรจาระหว่าง EU และ UK เกี่ยวกับประเด็นไอร์แลนด์เหนือ ยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้

7) นโยบายการคลัง รัฐบสลทั่วโลกเตรียมถอนมาตรากระตุ้นในปีหน้า ซึ่ง UBS คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 2.5% ของ GDP โลก

8) ราคาอาหาร โควิดและสภาพอากาศที่เลวร้าย ส่งผลให้ราคาอาหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า

9) ประเด็นการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองกำลังก่อตัวขึ้น เช่น ประเด็นไต้หวัน – จีน

Elon Musk ขายหุ้น Tesla อีก 934,000 หุ้น มูลค่าประมาณ $900  ล้าน ในวันจันทร์ คาดสิ้นปีขายทิ้งถึง $18,000 ล้าน Boomberg รวบรวมราคาเป้าหมายของหุ้น Tesla เฉลี่ยอยู่ที่ $845.09 ปัจจุบันราคาอยู่ $958.51

ธนาคารโลก คาด GDP ไทย 64 โต 1% ปี 65 โต 3.9% และปี 66 โต 4.3% มีคนจนเพิ่ม 1.6 แสนคนหลังวิกฤตโควิด และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสภาวะปกติปลายปี 65

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในรายใหม่ไทยอยู่ที่ 3,370 ราย (ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,259 ราย จากในเรือนจำ 111 ราย) เสียชีวิตเพิ่ม 29 ราย หายป่วยกลับบ้าน 4,557 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,149,413 ราย หายป่วยสะสม 2,083,275 ราย

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน