JPMorgan ระบุว่า สินทรัพย์จีนกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอีกครั้ง หลังมาตรการล็อกดาวน์และกฎระเบียบต่างๆ ถูกผ่อนคลายลง ความปั่นป่วนบางส่วนที่หุ้นจีนเผชิญอยู่ก็มีแนวโน้มลดลง

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงอย่างมากในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา จากมาตรการ “โควิดเป็นศูนย์” ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศจีนต้องชะงักลง ประกอบกับการปราบปรามด้านกฎระเบียบได้กดดันธุรกิจต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทใหญ่ของจีน เช่น Tencent และ Alibaba

ในวันจันทร์ (13 มิ.ย) ตลาดจีนยังคงปรับตัวลงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 มิ.ย) ร้อนแรงเกินคาด ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงกว่า 3.5% ขณะที่เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลง 1.45%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เริ่มกลับมามีความหวัง จากการที่จีนจะเริ่มเปิดเมืองอีกครั้งและส่งสัญญาณผ่อนคลายการควบคุมภาคเทคโนโลยี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า

ทิลมันน์ กัลเลอร์ นักกลยุทธ์ตลาดโลก ของ JPMorgan Asset Management กล่าวว่าความพยายามในการเปิดเมืองอีกครั้งและเปิดตัวโครงการฉีดวัคซีนบ่งชี้ว่าปักกิ่งตระหนักดีว่ากลยุทธ์ “โควิดเป็นศูนย์” นั้นไม่ยั่งยืน และประเทศจีนกำลังเปลี่ยนไปใช้นโยบาย “อยู่ร่วมกับโควิด” แทน

กัลเลอร์กล่าวว่าแม้ความไม่แน่นอนในระยะสั้นยังคงดำเนินต่อไป แต่อุปสรรคสำคัญเช่น นโยบายปลอดโควิด นโยบายการคลังและกฎระเบียบที่เข้มงวดนั้นเป็นปัจจัยเชิงวัฏจักรมากกว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง หมายความว่าแนวโน้มระยะยาวของจีนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

กัลเลอร์ยังกล่าวเสริมว่า เมื่อเทียบกับธนาคารกลางอื่นๆ ในยุโรปและอเมริกา ธนาคารกลางจีนมีความยืดหยุ่นในการสนับสนุนเศรษฐกิจมากกว่า จีนเคยใช้นโยบายเข้มงวดกว่านี้ แต่ในปัจจุบันพวกเขากำลังเปลี่ยนทัศนคติและทิศทางของนโยบาย

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของจีนในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 2.1% จากปีที่แล้ว เทียบกับ 7.4% ในยูโรโซนและ 8.3% ในสหรัฐฯ ซึ่งตัวเลขทั้งสองภูมิภาคก็ปรับตัวขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคม

กัลเลอร์เน้นยํ้าว่า ที่สำคัญกว่านั้นคือการที่นโยบายการคลังก็กำลังเปลี่ยนแปลงเช่นกัน จะมีการสนับสนุนจากรัฐบาลมากขึ้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนสนามบิน การลดภาษี และเงินสนับสนุนในการซื้อรถยนต์สำหรับตลาดรถยนต์ที่กำลังตกต่ำในขณะนี้

“แรงต้านจะกลายเป็นแรงหนุน”คือคำนิยามในปัจจุบันสำหรับจีน ซึ่งกัลเลอร์ได้พูดถึงปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกสำหรับตลาดหุ้นจีน เช่น

การเติบโตของสินเชื่อภายในประเทศจีนกำลังกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อจะลดลงในเดือนเมษายน แต่อุปสงค์ที่ลดลงจากการล็อกดาวน์จะฟื้นตัวอีกครั้งเนื่องจากเมืองต่างๆ เช่น เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งกลับมาดำเนินกิจกรรมอีกครั้ง นอกจากนี้ตลาดจีนมีค่า P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 20% ดังนั้นราคาหุ้นจีนจึงได้สะท้อนข่าวร้ายไปหมดแล้ว

ไมเลส แบรดชอว์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตราสารหนี้เสริมว่าเศรษฐกิจประเทศอื่นกำลังชะลอตัวไปพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ขณะที่จีนยังไม่เริ่มใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย นั่นทำให้สินทรัพย์จีนกลายเป็นตัวกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ

ที่มา:https://www.cnbc.com/2022/06/13/jpmorgan-says-chinese-assets-are-a-good-diversifier-right-now.html?fbclid=IwAR15yI8z4Ga2JoXePKPt29g7X76gFok_a8hAknqY2Td8f0iqPzEIgkYiu5Q

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน