แก้ปัญหา ‘ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง’ ด้วยการทำทีละอย่าง I Alpha Pro EP.14

คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ

โลกเรามีสิ่งต่าง ๆ ให้ทำมากมาย วันหนึ่งเราสามารถเขียน To-Do List ได้เยอะแยะว่าจะทำนู่นทำนี่ ไปนู่นไปนั่น ถามว่ามีคนที่ทำทั้งหมดได้จริงๆ กี่คน? น้อยมาก! ไม่ใช่แค่เรื่องของลิสต์ยาวเหยียดของสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเท่านั้น นิสัยหลายอย่างที่เราตั้งใจว่าจะเปลี่ยนมาตั้งแต่ปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เราก็ยังเปลี่ยนไม่ได้เลย สุดท้ายก็ทำได้แค่ผิดหวังกับตัวเอง แล้วนั่งเขียนเป้าหมายอันเดิม ใส่ New Year’s Resolution อันใหม่ของปีหน้าต่อไป

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเปลี่ยนนิสัยหรือสร้างนิสัยใหม่ไม่ได้? ทำไมเราถึงทำตามที่ตั้งใจไว้ไม่ได้สักที? ตอบง่าย ๆ ก็เพราะว่าคนเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจโดยธรรมชาติ ตอบแบบวิชาการหน่อยก็เพราะว่า สมองไม่ชอบอะไรที่เปลืองพลังงาน มันถึงไม่สามารถโฟกัสหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้

อยากสร้างนิสัย ต้องสร้างทีละอย่าง

หนังสือ The ONE Thing ที่เขียนโดย Gary Keller และ Jay Papasan กล่าวว่า Multi-tasking ไม่มีอยู่จริง เราไม่สามารถทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกันได้ จริง ๆ เราแค่ทำทีละอย่างแล้วสลับไปมาอย่างรวดเร็วต่างหาก สุดท้ายมันจะมีแค่อย่างใดอย่างหนึ่งที่เราโฟกัสมากกว่า แล้วเราก็จะทำอีกสิ่งหนึ่งได้ไม่ดีเลย นอกจากนั้นการที่เรามีความตั้งใจว่าจะทำนู่นทำนี่มากมาย แค่สมองคิดว่ามันต้องทำสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดมันก็เหนื่อยแล้ว เพราะแต่เดิมในสมัยดึกดำบรรพ์ที่สมองเราวิวัฒนาการมา มันแค่ต้องอยู่รอดในสภาวะที่อาหารมีน้อยมันเลยต้องประหยัดพลังงานให้มากที่สุด อะไรที่มันไม่จำเป็นมันก็ไม่ทำ ซึ่งต่างจากสมัยนี้ที่เรามีสิ่งต้องทำเยอะแยะเพื่อพัฒนาตัวเองให้แข่งขันกับคนอื่นได้ มันเลยเกิดเหตุการณ์ ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง เพราะเราทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันมากเกินไป

จาก 2 เหตุผลข้างต้นที่ว่า เราไม่สามารถทำอะไรพร้อมกันได้จริง ๆ และสมองไม่ชอบงานเยอะ ๆ ดังนั้นถ้าเราตั้งใจจะสร้างนิสัยใหม่สักอย่าง เราต้องเลือกสร้างนิสัยแค่ทีละอย่างเท่านั้น เหมือนสุภาษิตรัสเซียที่ว่า If you try and chase two rabbits, you will not catch either one.

ทีนี้คำถามก็คือ ในเมื่อเราต้องเลือกแค่ 1 นิสัยเท่านั้น แล้วเราควรจะเลือกสร้างนิสัยอะไร?

“Keystone Habit” หนึ่งนิสัยเปลี่ยนชีวิต

นิยามของ Keystone Habit คือ นิสัยหลักที่สามารถสร้างนิสัยที่ดีอื่น ๆ ตามมาได้ ถ้าจะตอบคำถามของย่อหน้าที่แล้วว่าเราควรจะเลือกสร้างนิสัยอะไร คำตอบคือเราควรจะเลือกสร้างนิสัยที่เป็น Keystone Habit เพราะเมื่อทำสำเร็จแล้ว ผลลัพธ์อื่น ๆ จะตามมาโดยอัตโนมัติจากความพยายามแค่ครั้งเดียว

นึกภาพเป็นแก้วแชมเปญในงานแต่งงานที่มีการจัดเรียงแก้วลดหลั่นเป็นลำดับไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะกลางห้องบอลรูมของโรงแรมหรู เมื่อเรารินแชมเปญใส่แก้ว 1 แก้วที่อยู่บนยอดจนเต็ม แชมเปญก็จะล้นปากแก้วออกมาและไหลลงไปเติมแก้วอีกเป็นสิบแก้วด้านล่างจนเต็มทั้งหมด

ถ้าแก้วแชมเปญด้านล่างคือผลลัพธ์ดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเรา แก้วแชมเปญแก้วที่อยู่ด้านบนสุด ก็คือ Keystone Habit ที่เราควรทุ่มเทเวลาและพลังงานในการปลูกฝังนิสัยนั้นลงไปในชีวิตประจำวันของเราให้ได้

ตัวอย่าง Keystone Habit

นิสัยที่จะพูดถึงเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น จริง ๆ ยังมีนิสัยอื่น ๆ ที่ไม่ได้พูดถึงอีกมาก สิ่งสำคัญคือเราควรจะโฟกัสกับการสร้างนิสัยแค่ทีละอย่าง และนิสัยนั้นควรจะสร้างนิสัยอื่นที่ดีให้ตามมาได้ด้วย Effect ที่เกิดขึ้นเป็นทอด ๆ นี่แหละที่เป็นลักษณะเด่นของนิสัยที่เป็น Keystone Habit ที่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจแล้วนำไปใช้กันดู

1. ออกกำลังกาย

เริ่มด้วยนิสัยคลาสสิกก่อนเลย ที่การออกกำลังกายเป็นเรื่องคลาสสิกไม่ใช่เพราะใคร ๆ ก็พูดถึง แต่เพราะมันมีประโยชน์จริง ๆ ประโยชน์ทางตรงคือร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ส่วนประโยชน์ทางอ้อมซึ่งเป็นผลพลอยได้คือ เราแบ่งเวลาได้ดีขึ้นเพราะต้องจัดสรรเวลาเพื่อมาออกกำลังกาย เราทำงานได้ดีขึ้นเพราะสุขภาพแข็งแรง ไม่เครียดง่าย สมองปลอดโปร่ง เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะรูปร่างดูดี ซึ่งบุคลิกที่ดีก็กลับไปส่งผลเรื่องงานอีก ทั้งหมดเป็นสิ่งที่จะตามมาจากการที่เราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

2. ตื่นเช้า

ลองนึกดูว่าเวลา 1 ชั่วโมงเอาไปทำอะไรได้บ้าง? ถ้าเราตื่นเช้าขึ้น 1 ชั่วโมง เราสามารถทำทั้งหมดที่เรานึกเมื่อครู่ได้เลย การตื่นเช้า (แบบที่ไม่รบกวนการนอนเกินไป) จะทำให้เราได้เวลามากขึ้น ซึ่งเราอาจจะเอาไปอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก อะไรก็ได้ โดยที่ไม่ไปรบกวนเวลากิจวัตรประจำวันของเราที่เคยทำเลย แถมเรามีเวลาเตรียมตัวก่อนออกไปทำงาน ทีนี้เราก็จะไม่ต้องเร่งรีบจนลืมนู่นลืมนี่อีกต่อไป

3. มีอารมณ์ขัน

ข้อนี้อาจจะแปลก เพราะดูไม่ใช่นิสัย แต่การมีอารมณ์ขันสามารถทำให้เป็นนิสัยได้ โดยการมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่มุมที่ดี แง่มุมที่เราสนุกไปกับมันได้ การมีอารมณ์ขันจะช่วยให้เราไม่เครียด แถมคนรอบตัวก็ไม่เครียด ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็จะดีขึ้น แต่ที่สำคัญจริง ๆ ก็คือการมองโลกในแง่ดีบ่อย ๆ เป็นการฝึกให้เรามองหาโอกาสในสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ การมีอารมณ์ขันกับชีวิตจะช่วยให้เราไม่พลาดที่จะคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา

4. เผชิญหน้ากับความจริงเสมอ

พูดง่ายแต่ทำยากมาก ๆ คนเรามักไม่ยอมรับความจริงเพราะความจริงทำให้เราเจ็บปวด แต่ความจริงก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอยู่วันยันค่ำ การที่เราไม่เข้าไปรับรู้มัน ไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไป นอกจากนั้นการไม่เข้าไปรับรู้ความจริงนั่นหมายความว่า เราไม่สามารถแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้เลย เหมือนกับที่ Ray Dalio เขียนไว้ในหนังสือ The Principles ว่า Truth is the essential foundation for any good outcome. การฝึกเผชิญหน้ากับความจริง เช่น ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ หรือยอมรับว่าเราไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหานั้นได้เท่านั้น แต่เวลาที่เกิดปัญหาขึ้นอีก มันจะทำให้เรายอมรับความจริงได้ง่ายขึ้น เพราะเราเคยฝึกมันมาแล้วนั่นเอง

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

สรุป

ถ้าหากการรวบยอดนิสัยที่เราอยากจะแก้ไขจำนวนมากมายให้เหลือเพียงนิสัยเดียวเหมือนที่บทความนี้พยายามจะสื่อสารออกไป จะช่วยให้ผู้อ่านสลัดความท้อแท้ที่เคยมีลุกขึ้นมาสร้างนิสัยที่เปลี่ยนชีวิตได้ ก็คงเป็นเป้าหมายสูงสุดของบทความนี้แล้ว สุดท้ายแล้วสิ่งที่อยากจะบอกก็คือ…

คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ เราเลยต้องโฟกัสแค่ทีละอย่าง

TUM SUPHAKORN

อ่านบทความอื่น ๆ จากคอลัมน์ Alpha Pro ได้ที่ https://www.finnomena.com/alphapro/

ที่มาบทความ: https://adaybulletin.com/know-alpha-pro-keystone-habit/

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน