fear-greed-index-web

ความกลัว (Fear) และความโลภ (Greed) เป็นอารมณ์ที่ขับเคลื่อนตลาดอยู่เบื้องหลังมาอย่างยาวนาน เชื่อว่าในวิกฤตไวรัสครั้งนี้ การที่ราคาขึ้นลงผันผวนสูงก็เป็นผลจากอารมณ์ทั้งสองอย่างนี้แน่นอน

Fear กับ Greed เป็นอารมณ์ที่อยู่ในสัญชาตญาณของมนุษย์ เหมือนอารมณ์รัก อารมณ์โกรธ อะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นอารมณ์ที่รุนแรง ที่ทำให้เราสละการใช้เหตุผลและการควบคุมตนเองออกไปได้

fear-greed-index-1อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาด
ที่มา: http://dezan.vachnganviet.co/psychological-stock-cycle-chart/

เมื่อมามองในมุมของตลาด เมื่อคนโลภ คนจะแห่ไปอยู่ฝั่งซื้อ ซึ่งทำให้ราคาของสิ่งต่างๆ สูงขึ้น สูงกว่ามูลค่าที่มันควรจะเป็น ส่วนเวลาที่คนกลัว คนก็จะแห่ไปอยู่ฝั่งขาย ทำให้ราคาตกฮวบ และอาจจะต่ำกว่ามูลค่าของมันจริงๆ

ถ้าเกิดมันมีเครื่องมือที่ช่วยบ่งบอกได้ว่า ในเวลานี้ตลาดกำลังกลัวหรือโลภ ก็จะทำให้นักลงทุน (ที่ยังมีสติอยู่) สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในสภาวะตลาดต่างๆ ซึ่งกลายเป็นที่มาของอินดิเคเตอร์ที่มีชื่อว่า Fear & Greed Index

Fear & Greed Index คืออะไร

Fear & Greed Index พัฒนาขึ้นมาโดย CNN Money ของอเมริกา

fear-greed-index-2หน้าตาของ Fear & Greed Index

ความหมายของ “ดัชนี (Index)” คือ ตัวเลขที่คำนวณขึ้นมาเพื่อบ่งชี้ถึงอะไรบางอย่าง เช่น S&P500 บ่งชี้ถึงผลการดำเนินการของบริษัทใหญ่ 500 บริษัทแรกของอเมริกา หรือ PMI บ่งชี้เศรษฐกิจของภาคการผลิตและบริการ เป็นต้น (ตัวเลข index พวกนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีหน่วย)

สำหรับ Fear & Greed Index ก็สร้างขึ้นมาเพื่อบ่งชี้ว่าคนส่วนใหญ่ที่มีส่วนรวมในตลาด ณ ขณะนั้น กำลังโลภหรือกลัว โดยแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา คือ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี

ทำไมต้องดู Fear & Greed Index

จากความเห็นของผม นักลงทุนควรดู Fear & Greed Index ไว้ประกอบการการตัดสินใจด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ

  1. จากที่เกริ่นไว้ตอนต้น ว่าความโลภและความกลัวเป็นอารมณ์ที่รุนแรงที่ชักนำการตัดสินใจของคน และความเป็นเหตุเป็นผลอาจจะใช้ไม่ได้กับตลาดอีกต่อไปเมื่อคนโลภมากๆ หรือกลัวมากๆ
  2. ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนคนเดียว เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจอารมณ์ของคนหมู่มากจะช่วยประกอบภาพการวิเคราะห์ตลาดของเราได้
  3. ในเวลาที่ตลาดเริ่มโลภ ราคาอาจจะสูงขึ้นได้อีก ส่วนในเวลาที่ตลาดเริ่มกลัว ก็บ่งชี้ว่าราคาอาจจะลงได้อีกเช่นกัน แต่ถ้าเกิดตลาดเริ่มโลภ หรือกลัวถึงขีดสุด กรณีนั้นอาจจะเกิดการกลับตัวได้ ซึ่งจะทำให้เราระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น

fear-greed-index-3Fear & Greed Index ในช่วงที่ผ่านมา

Index ตัวนี้คำนวณยังไง

ส่วนตัวรู้สึก Index ตัวนี้ค่อนข้างพิเศษ เพราะเป็นการวัดอารมณ์ของคนให้ออกมาเป็นตัวเลข เลยเป็นเรื่องน่าสนใจที่เราจะมาดูวิธีคำนวณ Index ตัวนี้กันครับ

Fear & Greed Index ทาง CNN Money สร้างขึ้นโดยรวมเอาปัจจัย 7 ข้อเข้าด้วยกัน ไล่ให้ฟังไวๆ คือ

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน
  1. Stock Price Momentum:
    เอาตัวเลขของ S&P 500 ในเวลานั้น เทียบกับ Moving Avereage 125 วันของมัน ถ้าสูงกว่าแสดงว่าตลาดโลภ ต่ำกว่าแสดงว่าตลาดกลัว 
  2. Stock Price Strength:
    จำนวนหุ้นที่ขึ้นสูงกว่าราคา 52-week เทียบกับจำนวนหุ้นที่ลงต่ำกว่าราคา 52-week ใน New York Stock Exchange (NYSE) 
  3. Stock Price Breadth:
    เทียบปริมาณการซื้อหุ้นกับปริมาณการขายหุ้น ดูจาก McClellan Volume Summation Index 
  4. Put and Call Options:
    เอาปริมาณการซื้อ Put Option (เก็งว่าราคาจะลง) ส่วนด้วย Call Option (เก็งว่าราคาจะขึ้น) 
  5. Junk Bond Demand:
    เปรียบเทียบ yield spread ของ Investment Grade Bonds (ตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ) กับ Junk Bonds (ตราสารหนี้เสี่ยงสูง) สามารถอ่านเรื่อง yield เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ 
  6. Market Volatility:
    อันนี้ค่อนข้างตรงตัวว่าดูจาก VIX หรือ Volatility Index ซึ่งบ่งชี้ความผันผวนของตลาด สามารถอ่านเรื่อง VIX เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ 
  7. Safe Haven Demand:
    เปรียบเทียบผลตอบแทนของ stock เทียบกับ bond ปกติแล้วหุ้นจะให้ผลตอบแทนดีกว่า bond แต่ถ้าเริ่มลงมาต่ำกว่าแสดงว่าลงทุนเริ่มกลัวความเสี่ยงจึงเริ่มขายหุ้นออกไป

ตัวเลขทั้ง 7 ตัวนี้จะถูกนำมาเปลี่ยนเป็นสเกลตั้งแต่ 0-100 แล้วเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเท่าๆ กัน จนได้ออกมาเป็นตัวเลขสุดท้าย คือ Fear & Greed Index ซึ่งถ้าได้ค่าเท่ากับ 50 แสดงว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Neutral ส่วนถ้ายิ่งน้อยก็ยิ่ง Fear ยิ่งมากก็ยิ่ง Greed

Fear & Greed Index ในวิกฤตไวรัส Covid-19 (ข้อมูลวันที่ 17 มี.ค.63)

มาดูกันว่าในช่วงที่ตลาดได้รับผลกระทบจากทั้งไวรัสและจากสงครามน้ำมันอะไรต่างๆ Fear & Greed Index บอกอะไรเราบ้าง

fear-greed-index-4

แตะหลักหน่วยไปเรียบร้อยแล้วครับ แสดงว่าช่วงนี้ตลาดอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกมาก จึงมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง เปลี่ยนไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย หรือมีการเก็งราคาว่าตลาดจะลงไปอีก สุดท้ายตัวเลขต่างๆ ถูกคำนวณออกมาและสะท้อนอยู่ใน Fear & Greed Index ว่า คนส่วนใหญ่กำลังอยู่ในอารมณ์กลัวครับ

ส่งท้าย

Index เป็นเพียงอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในการวิเคราะห์ตลาด แต่ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ฟันธงทิศทางตลาด เราควรดูปัจจัยหรือตัวเลขอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วยครับ สุดท้ายขอยกคำพูดของ Warren Buffett ที่สามารถใช้เตือนสตินักลงทุนได้เป็นอย่างดีครับ

“Be fearful when others are greedy and greedy when others are fearful”

ช่วงนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

เขียนโดย TUM SUPHAKORN

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน