มนต์ขลัง FANGMAN หมดแล้วจริงหรือ? EP6: Netflix บริการ Streaming ที่ Disrupt การดู TV ของผู้คน จะเป็นอย่างไรต่อ?

Executive Summary คือ Netflix กำลังต้องการ The Next Big Thing !! ถ้าให้เดาคือ ไปทำหนังโรงเองเลยดีไหมมม เพราะไม่ว่าจะทำซีรีส์ดีมีคุณภาพ ผ่าโควิดแค่ไหน อย่าง Vincenzo ที่ใช้ CG ช่วยเหมือนไปถ่ายที่อิตาลีจริง ๆ ผลลัพธ์คือคนชอบ เสมอตัว ได้แค่รักษา User ไม่ให้จากไป ทำไมเป็นเช่นนั้น เรามาดูกันครับ

ใครที่ไม่รู้จัก Netflix ไม่เคยลองใช้เลย ให้นึกถึงเวลาใช้บริการ Cable TV หรือจานดาวเทียม แล้วมีหนังฉายมาเรื่อย ๆ …แต่ Netflix จะต่างกันนิดหน่อยที่เป็น Video on Demand ด้วยคือ เลือกดูได้ตามใจชอบ หากซีรีส์ยังไม่จบ ก็ทยอยออกอากาศทุกสัปดาห์ เช่นทุก เสาร์ อาทิตย์ เวลา 3 ทุ่ม หนังใดฉายที่ Netflix เท่านั้น คนก็ต้องมาสมัครบริการจึงจะดูได้

รูปแบบการบริการจะเป็นแบบ Subscription โดยทาง Netflix จะไปซื้อลิขสิทธิ์หนังต่าง ๆ มาใส่ไว้ใน Streaming Platform ของตนเอง และเรา User สามารถเข้าใช้งาน ผ่านมือถือ Website หรือ Smart TV ก็ได้

เดิม Netflix ขยายตลาดโดยพึ่งพา Content จาก Disney เลยก็ว่าได้ ต่อมา Disney ประกาศทำ Disney+ และดึง Content ออก คนต่างคิดว่าพังแน่ ๆ

ซ้ำร้ายเมื่อธุรกิจเริ่มมีชื่อเสียงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้เหล่า Supplier ต่างจับจ้อง และทยอยกันเพิ่มค่าลิขสิทธิ์ให้แพงขึ้นกว่าเดิมในทุกปี และอยากทำเองบ้าง บางบริษัทถึงขั้นไม่ยอมขายสิทธิ์นั้นให้เลยด้วยซ้ำ Netflix จึงแก้เกมด้วยการ “ทำคอนเทนต์เองซะเลย” และผลตอบรับก็ออกมาดีเกินคาด โดยอาศัยการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับบรรดา Studio ท้องถิ่นและร่วมมือกันผลิตคอนเทนต์และนำ Local Content มาให้บริการบนแพลตฟอร์มของตัวเอง

ไม่พอ บริษัทยังโหนกระแสจาก นักแสดงชั้นนำในระดับ Local ได้ เมื่อเซ็นสัญญาได้ มีหนังใหม่ระดับ Netflix Exclusive บรรดาแฟนคลับกรูกันตามมา ก็ได้ User ใหม่เพิ่มไปด้วย

User 3 ปีหลังสุด

User ปี 2018 : 139 ล้านคน

User ปี 2019 : 167 ล้านคน

User ปี 2020 : 203 ล้านคน

รายได้ของ Netflix

รายได้ปี 2018 : 15,794 ล้านดอลลาร์

รายได้ปี 2019 : 20,156 ล้านดอลลาร์

รายได้ปี 2020 : 24,996 ล้านดอลลาร์

Challenge ที่สำคัญที่สุด ที่นักลงทุนถามกันมาตลอด ว่า เมื่อไหร่จะ Breakeven แถมผลิต Content เองไม่ยิ่งเจ๊งเหรอ คนจะดูเหรอ … Netflix ได้ตอบคำถามนี้ไปแล้วในปลายปีที่แล้วว่าทำได้ และทำได้ดีเสียด้วย

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงของ Netflix ก็ได้เกิดขึ้นหลังจากประกาศงบไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แม้รายได้และ User ยังคงเติบโตดีและเงินทุนตอนนี้ Netflix มีกระแสเงินสดเป็นบวกเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ งบออกมาสวยและตัวเลขการเงินถือว่าดี… แต่ Guidance ในไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมาค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะคาดว่า User จะเติบโตเพียง 1 ล้านคน โดยถือว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปีหลังสุด ซึ่งผิดคาดจากที่นักวิเคราะห์มองไว้ ส่งผลให้หุ้นร่วงลงไป -10% หลังประกาศงบ

จะเห็นได้ว่าปี 2020 ที่ผ่านมาคือปีที่ยอดเยี่ยมของ Netflix ด้วยสถานการณ์โควิดเป็นตัวเร่งการเติบโตของ Netflix

แต่ในปีนี้ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดและอาจจะไม่ได้เติบโตสูงมากเหมือนกับปีก่อนยังคงต้องดูต่อไปว่า Netflix จะผลิตคอนเทนต์ที่น่าสนใจหรือทำอย่างไรให้ User เพิ่มขึ้นและกลับมาเติบโตได้ดีอย่างเดิม รวมถึงจะยังคงรักษา User เก่าได้หรือไม่

แต่แม้จะดีแค่ไหน Content เป็นเรื่องต้องใช้เวลา กว่าจะเทียบเคียงบัลลังก์ของ Disney ได้นั้นจัดว่ายาก การพึ่งพา Local Studio ก็เป็น Playbook ที่น่าสนใจไปอีกแบบครับ อนาคตอาจจะไปลุย หนังโรง ก็ได้นะ

BottomLiner

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม