
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา พอร์ต Global Aggressive Hybrid พัฒนาต่อยอดจาก Global Sector Strategy และสร้างผลงานที่เหนือกว่า Benchmark อย่างชัดเจน ทั้งผลตอบแทนและการควบคุมความเสี่ยง โดย Benchmark ที่ใช้เทียบคือ MSCI All World 80% + พันธบัตรไทย 20%
1.) Performance ปี 2025 (ถึงปี 18-Sep-2025)
ผลการดำเนินงานล่าสุด (ถึง 18 ก.ย. 2025)
- YTD Return: 9.26% (เหนือกว่า Benchmark 8.9%)
- Max Drawdown: -7.9% (ดีกว่า Benchmark -14.18%)
- Volatility (Annualized): 9.23% (ต่ำกว่า Benchmark 13.5%)
2.) จุดเปลี่ยนสู่ Regime Adaptive Portfolio Strategy
การมาของ AI และ Quantitative Finance ทำให้การลงทุนยุคใหม่เปลี่ยนไปอย่างมาก ปัจจุบันเพียงใช้ AI ราคาหลักพันบาท/เดือน ก็สามารถสร้างระบบ Quantitative Investment ที่ซับซ้อนได้ โดยแนวคิดหลักของพอร์ตนี้คือ Regime Adaptive — การจัดพอร์ตที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาด หลักการยังคงยึดหลักเดิมจาก Core & Satellite และ Global Sector & Factor เท่านั้น
3.) New Era of Quantitative Global Aggressive Hybrid
a. Regime Check
ใช้ Technical Indicator อย่าง EMA, Momentum และ ATR เพื่อแบ่งตลาดเป็น
- Bull
- Neutral
- Bear
แม้ยังไม่รวมปัจจัยเศรษฐกิจเข้ามาเต็มรูปแบบ แต่ก็เปิดช่องสำหรับการใช้ดุลยพินิจส่วนตัวเพื่อเสริมการตัดสินใจ
b. Allocation Strategy → Adaptive Portfolio
หัวใจสำคัญที่จะมีการเปลี่ยนแปลงของพอร์ต คือ Allocation Strategy โดยจะใช้หลักการของ Portfolio Optimization โครงสร้างพอร์ตแบ่งเป็น Core + Satellite
Core (ตรึงบางกองทุนไว้)
- ES-WDEQ : 10% (คงไว้แม้ตลาด Sideway/Bear)
- K-USXNDQ-A : 10% (ลดเหลือ 5% ใน Sideway/Bear)
- SCBGVALUE(A) : 5% (เพิ่มเป็น 10% ใน Sideway/Bear)
Satellite (Adaptive Quantitative)
- Bull Market : ใช้ Max-Sharpe → เน้น Growth
- Neutral Market : ใช้ Min-Var → กระจายเท่ากันระหว่าง Growth/Value/Hedge
- Bear Market : ใช้ Min-Var → เพิ่มสัดส่วน Defensive และ Hedge
พอร์ตจะปรับทุกไตรมาส หรือเร็วขึ้นหาก Regime เปลี่ยน
4.) ผลทดสอบย้อนหลัง
a. Equity Curve ของ พอร์ต Global Aggressive Hybrid vs Benchmark
** ทำไมต้อง Lag 10Day เพราะการปรับพอร์ต จะต้องใช้เวลา ผมส่งพอร์ตใหม่ใน Finnomena Funds กว่าจะส่งถึงนักลงทุน ผมให้ไม่เกิน 10 วัน ในรูป จะมี Net รวม Front end ต่างๆ แล้วและ Gross ไม่รวม
b. Max-DD Curve ของ พอร์ต Global Aggressive Hybrid vs Benchmark
จะเห็นระบบบริหาร Max-DD ได้ดีกว่า Benchmark
c. สรุปผลดำเนินการดังนี้
ชัดเจนว่าพอร์ตนี้ควบคุม Max Drawdown และจัดสรรในวิกฤตใหญ่ เช่น COVID-19 (2020) และ 2022 ได้ดีกว่า โดยเพิ่มสัดส่วน Defensive/Hedge
d. Allocation Breakdown ในแต่ละช่วงเวลา
จะเห็นได้ว่า ปี 2020(COVID-19) และ 2022 ระบบทำการจัด allocation ให้ Defensive และ Hedge มีสัดส่วนมากขึ้น
e. Fund Allocation Breakdown ในแต่ละช่วงเวลา
จะได้ชัดว่า ตลาด Bull, Neutral และ Bear มีการจัดพอร์ตที่แตกต่างกันมาก
- ถ้า Bull: สัดส่วนไปทาง Growth
- ถ้า Bear : สัดส่วนไปทาง Hedge และ Defensive
สรุป
Global Aggressive Hybrid (Quantitative Adaptive) เป็นพอร์ตที่ผสมผสานระหว่างระบบเชิงปริมาณ (80%) และการตัดสินใจจากมุมมองผู้จัดการพอร์ต (20%) จุดเด่นคือการใช้ Regime Check + Portfolio Optimization เพื่อจัดพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาดแต่ละแบบ ช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า Benchmark พร้อมลดความเสี่ยงขาลงได้อย่างมีระบบ
Note: ผมจะเริ่มใช้พอร์ตนี้ปีหน้า ส่วน Universe ของกองทุน อาจจะมีการเพิ่มได้ในอนาคต
บทความโดย WealthGuru
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทําให้ผู้ลงทุน ขาดทุนหรือได้รับกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | บางกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299









