ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

สิ่งที่มักจะได้ยินหลาย ๆ คนถามกันคือ กองทุนเทคโนโลยีกองไหนน่าลงทุน? โดยส่วนใหญ่คนก็มักจะลังเลระหว่าง 5 กองนี้ นั่นคือ ONE-UGG-RA, TMBGQG, B-INNOTECH, KF-GTECH และ K-USXNDQ-A(D) ไม่แน่ใจว่าแต่ละกองต่างกันอย่างไรบ้าง เราจึงลองรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ของแต่ละกองมาเปรียบเทียบกันดู เพราะแม้จะเป็นกองเทคฯ เหมือนกัน แต่รายละเอียดกองอาจจะไม่เหมือนกันนะ

แต่ละกอง ลงทุนในอะไรบ้าง?

ด้วยความที่ทั้ง 5 กองเป็นกองทุนที่ไปลงในกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียวอีกที จึงเป็นการดีที่เราจะเปรียบเทียบกองทุนต่างประเทศเหล่านั้น ซึ่งทั้ง 5 กองก็ลงใน Master Fund ที่ไม่เหมือนกันเลย

ONE-UGG-RA

ลงทุนใน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund Class B Net Accumulation ซึ่งจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง มุ่งสร้างผลตอบแทนภายในระยะเวลา 5-10 ปี เป็นกองทุน Active บริหารเชิงรุก ไม่ได้อ้างอิงดัชนีใด ๆ โดยกองทุนจะคัดเลือกบริษัทแบบ Bottom-Up ดูว่าบริษัทไหนมีศักยภาพในการเติบโตด้านรายได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะลงทุนในบริษัทนั้น ๆ

Baillie Gifford นั้นเป็น Fund House สัญชาติสก็อตแลนต์ ก่อตั้งมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 1908 โดยจุดเด่นอยู่ที่ทีมการลงทุนประกอบไปด้วยผู้คนจากหลากหลายสาขา ไม่ใช่แค่สายการเงินอย่างเดียว แต่มีทั้งด้านแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ดนตรี เป็นต้น สิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งเพราะคนจากด้านต่าง ๆ จะเข้าใจธุรกิจจากด้านนั้น ๆ ได้ละเอียด

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

หุ้น 10 อันดับแรกที่ Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund – Class B ลงทุน

วันที่: 1 ตุลาคม 2564

ที่มา: ONE-UGG-RA Fund Fact Sheet

เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ บริษัทนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แม้จะไม่ได้มีรายได้จากการขายสินค้าทางเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ก็มีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังระบบของธุรกิจ เช่น Shopify มีรายได้จากการเก็บค่า Subscription ผ่านการขายสินค้าโดยผู้อื่น โดยใช้แค่แพลตฟอร์มออนไลน์ในการช่วยเชื่อมผู้ใช้เข้าด้วยกัน

หุ้นในพอร์ตล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่เติบโตได้สูงตามที่กองทุนคาดหวัง อย่าง Amazon อันดับหนึ่งของพอร์ตนี่รายได้ปี 2020 ก็เติบโต 37.62% รายได้ปี 2019 ก็เติบโต 20.45% รายได้ปี 2018 เติบโต 30.93% ส่วนอันดับ 2 Tencent นั้นปี 2020 โต 28% รายได้ปี 2019 โตขึ้น 15.55% และปี 2018 โต 34.27%!!

แต่ถ้าดูในรายชื่อนี้ดี ๆ อาจจะมีสงสัยกันเล็กน้อยว่า Kering บริษัทเจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Gucci และ Saint Laurent มาทำอะไรในนี้? ต้องย้อนกลับไปดูว่าจริง ๆ แล้วกองทุนนี้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตยาว ๆ ไม่ได้บอกว่าเป็นหุ้นเทคโนโลยีอย่างเดียว นั่นหมายความว่า หากเป็นหุ้นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคฯ มาก แต่มีศักยภาพเติบโตสูง ก็สามารถเข้ามาอยู่ในพอร์ตได้เช่นกัน 

จากภาพด้านล่างเราจะเห็นได้ว่ากองทุนให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่ม Consumer Discretionary แทบจะใกล้เคียงกัน โดยกลุ่ม Consumer Discretionary ก็อาจจะมีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังธุรกิจหรือใช้เทคโนโลยีอยู่แล้วได้เช่นกัน

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละ Sector
ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2564
ที่มา: ONE-UGG-RA Fund Fact Sheet

TMBGQG

ลงทุนใน Wellington Global Quality Growth Fund USD Class S Accumulating Unhedged เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นโลก มุ่งเน้นหาผลตอบแทนระยะยาว บริหารกองทุนแบบ Active หวังเอาชนะดัชนี MSCI ACWI Index โดยผู้บริหารคือ Wellington Asset Management ซึ่งก่อตั้งในปี 1928 เป็นอีกหนึ่ง บลจ. ที่มีประวัติยาวนานกว่า 92 ปี

เห็นคำว่า Global และ Growth เหมือนกองแม่ของ ONE-UGG-RA เบื้องต้นเราอาจจะคิดว่าน่าจะคล้าย ๆ กัน ดังนั้นเราลองมาดูไส้ในกัน

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

หุ้น 10 อันดับแรกที่ Wellington Global Quality Growth Fund ลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564
ที่มา: Wellington Management

กองนี้มีวิธีการคัดเลือกหุ้นโดยใช้ 4 ปัจจัยหลักคือ 1. Valuation 2. Growth 3. Quality 4. Capital Return ซึ่งทางทีมก็จะปรับสัดส่วนไปตามสภาวะเศรษฐกิจ เรียกได้ว่ามีความยืดหยุ่น หากช่วงไหนเศรษฐกิจซึม ก็จะไปเน้นปัจจัยด้าน Quality และ Capital Return แต่ถ้าช่วงไหนเศรษฐกิจดี ก็จะเน้น Valuation และ Growth

นอกจากนั้นแล้วกองทุนยังมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่มีรายได้เติบโต ช่องทางปกติ (Organic Sales) สัดส่วนสูง แผนธุรกิจที่อุดมด้วยคุณภาพเพื่อการเติบโตที่ต่อเนื่อง และมีสภาพคล่องซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของบริษัทในระดับที่สูง ซึ่งการตรวจสอบกระแสเงินสดนั้นลงลึกถึง คำถามสำคัญที่ว่า เงินสดที่มีอยู่ในมือนั้นมาจากแหล่งใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากกระแสเงินสดที่มีอยู่ในมือนั้น เป็นเงินสดที่ได้มาจากการกู้ยืม ก็คงไม่ต่างจากการไม่มีเงินสดเท่าใดนัก

เมื่อลองมาดู 10 อันดับข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าใน 10 อันดับหุ้นที่กองทุนลงทุนนั้น นอกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Microsoft, Amazon, Alphabet ก็ยังมีหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้เน้นเทคโนโลยี เช่น JPMorgan ซึ่งกลุ่มนี้เป็นหุ้น Value ของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาเพื่อสร้างความสมดุลให้กับพอร์ต เพื่อไม่ให้ผลการดำเนินงานเหวี่ยงมากเกินไป สามารถถือยาว ๆ ได้  โดยประเภทหุ้นที่กองทุนถือเยอะสุดก็ยังหนีไม่พ้นเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ที่ 30.4% รองลงมาคือ Health Care ซึ่งก็ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เกาะติด Mega Trend เหมือนกัน

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละ Sector
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564
ที่มา: Wellington Management

B-INNOTECH

ลงทุนใน Fidelity Funds – Global Technology Fund Class Y-ACC-USD ซึ่งกองนี้จะไม่เหมือนกับ 2 กองแรกแล้ว เพราะเน้นลงในหุ้นที่เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้วน ๆ เรียกได้ว่าธีมชัดเจน โดยกองทุนมุ่งหวังลงทุนอย่างน้อย 70% ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

ในฝั่งของตัว บลจ. มูลค่าสินทรัพย์ของ Fidelity นั้นอยู่ที่ $6.85 พันล้าน เป็นบริษัทที่แยกตัวมาจาก Fidelity Management & Research ที่มีประวัติมาตั้งแต่ 1969 (อายุบริษัทจริง ๆ จึงถือว่าเข้า 50 ปีแล้ว)

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

หุ้น 10 อันดับแรกที่ Fidelity Funds – Global Technology Fund ลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564
ที่มา: Fidelity International

สไตล์การบริหารกองทุนของกองนี้ก็จะเน้นแบบ Bottom-Up ดูพื้นฐานและคุณภาพของกิจการว่ามีต้องแนวโน้มการเติบโตที่ดี และราคาหุ้นต้องไม่แพงเกินไปด้วย คุณ Hyunho Sohn ผู้จัดการกองทุนนี้เชื่อว่าการเข้าใจเทรนด์เทคโนโลยีคือหัวใจหลักของการบริษัทที่จะเป็นผู้นำในระยะยาว 

กลยุทธ์การเลือกหุ้นของกองนี้จะโฟกัสบริษัทที่เข้าข่าย 3 ประเภทนี้ นั่นคือ 1. มีแนวโน้มเติบโตสูงจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีแบบ Disruptive 2. มีรอบ Cycle ที่สร้างโอกาสทำกำไรได้ โดยจะเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมย่อย ๆ ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว และ 3. เป็นสถานการณ์พิเศษ จำพวกบริษัทที่ราคาไม่ตรงกับมูลค่าที่แท้จริง โดยยังสามารถเติบโตได้อีกในอนาคต

หุ้น 10 อันดับแรกจะเห็นได้ว่าโฟกัสไปที่หุ้นเทคฯ ล้วน ๆ มีทั้งชื่อที่เราคุ้นเคยอย่าง Apple, Alphabet, Amazon, Microsoft, Samsung และชื่ออื่น ๆ ที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่าไร เช่น KLA Corp และ Texas Instruments ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์, Salesforce บริษัทซอฟต์แวร์ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าประเภทหุ้น 10 อันดับนั้นเน้นหนักไปที่กลุ่ม Information Technology มาก ๆ ล้วนเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องมือหรือระบบในการประมวลผลข้อมูล

KFGTECH-A

ลงทุนใน T-Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund (Class Q) เป็นอีกกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเช่นกัน ตัว บลจ. ซึ่งก็คือ T.Rowe Price นั้นมีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ $1 ล้านล้าน บริษัทจัดตั้งตั้งแต่ 1937 (83 ปี) มีสำนัก Research และตัวแทนมากกว่า 51 ประเทศทั่วโลก

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

หุ้น 10 อันดับแรกที่ T-Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund ลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564
ที่มา: T-Rowe Price

กองทุนนี้จะถือหุ้นในพอร์ตเป็นจำนวนระหว่าง 30-80 ตัว ซึ่งก็จะเน้นเป็นบริษัทที่เกาะเทรนด์ระยะยาวของโลก การวิเคราะห์ก็จะเป็นแบบ Bottom-Up เพื่อหาเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยส่วนใหญ่กองทุนก็จะลงทุนในบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ 

10 อันดับของกองทุนนี้ก็เป็นหุ้นเทคฯ ล้วน ๆ ตามที่คาดหวังกันไว้ แต่เมื่อดูรายตัวแล้วก็จะเห็นว่ามีหลายบริษัทที่ “มาแรง” ในช่วงนี้เช่น Amazon, Netflix, Alibaba นอกจากนั้นยังมีบริษัทชื่อใหม่ ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้จัก เช่น Atlassian, Okta, HubSpot ซึ่งจุดร่วมของบริษัทเหล่านี้คือมีความเกี่ยวข้องกับระบบการทำงาน เช่น ระบบ CRM, ระบบซอฟต์แวร์หลังบ้าน หรือ ระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันโดยมี Cloud Computing เข้ามาช่วย

ยอดการเติบโตของบริษัทเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดา อย่าง Okta ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบคลาวด์ที่ช่วยบริษัทในด้านการจัดการและการยืนยันตัวตนก่อนเข้าแอปพลิเคชัน นั้นมี Compound Annual Growth Rate (CAGR) ถึง 48.2% หากนับตั้งแต่ปี 2019 มาจนปี 2021 แปลง่ายๆ ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว หากรายได้ของ Okta ตั้งแต่ปี 2019 เติบโตเฉลี่ยปีละ 48.2% แบบทบต้น!! ส่วน Intuit ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการทำบัญชี ก็มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึงราว ๆ 6 เท่าใน 5 ปี

K-USXNDQ-A(D)

หากเทียบกับกอง 4 กองก่อนหน้านี้ กองนี้จะแตกต่างออกไปเลยอย่างเห็นได้ชัด โดยกองทุนลงทุนใน Invesco QQQ Trust, Series 1 เป็น ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีนโยบายลงทุนให้ผลตอบแทนตามดัชนี NASDAQ-100 ฉะนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นแบบ Passive ล้อไปกับดัชนี ไม่เหมือนกองก่อนหน้านี้ที่กองแม่เป็น Active โดยดัชนี NASDAQ-100 ประกอบไปด้วยหุ้น 103 ตัวที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในตลาด NASDAQ 

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

หุ้น 10 อันดับแรกที่ Invesco QQQ Trust ลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564
ที่มา: Invesco

ในภาพรวมกองทุนก็จะถือหุ้นตามดัชนีเลย ซึ่ง Top 10 ส่วนใหญ่ก็เป็นชื่อที่คุ้นหูกัน และหากใครสงสัยว่าทำไมถึงมี PepsiCo หลุดมา ดัชนี NASDAQ ไม่ใช่ดัชนีหุ้นเทคฯ หรอกหรือ? อันที่จริงแล้วต้องทำความเข้าใจก่อนว่า NASDAQ แม้จะมีหุ้นเทคฯ อยู่เป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด โดย NASDAQ นั้นย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotation  (เห็นได้ว่าไม่มีคำว่า Technology เลย) เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่แรกของสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการซื้อขาย เหตุผลที่มีบริษัทเทคฯ มากมายใน NASDAQ นั่นเป็นเพราะช่วงแรก ๆ บริษัทเทคฯ ยังมีมูลค่าสินทรัพย์ไม่มากนัก ไม่เพียงพอให้จดทะเบียนในตลาดใหญ่อย่าง NYSE เลยต้องมาจดใน NASDAQ แทน แม้ตอนนี้บริษัทเทคฯ เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงแล้ว แต่ก็ยังอยู่ใน NASDAQ ต่อไป

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละ Sector
ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564
ที่มา: Invesco

จากตรงนี้ เราจะเห็นได้ว่า

  • K-USXNDQ-A(D) เป็นกองเดียวที่ลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ล้วน ๆ ขณะที่กองอื่น ๆ จะกระจายไปทั่วโลก เป็นกอง Passive ที่ตามดัชนี NASDAQ-100 ในขณะที่กองอื่น ๆ เป็น Active
  • ONE-UGG-RA กับ TMBGQG จะมีการผสมหุ้นกลุ่มอื่นเข้ามาด้วย ไม่ใช่แค่กลุ่มเทคฯ อย่างเดียว แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ONE-UGG-RA จะมีหุ้นเติบโตเยอะกว่า ในขณะที่ TMBGQG จะมีหุ้นแนว Value มาผสมเยอะกว่า
  • B-INNOTECH และ KFHTECH-A จะเน้นไปที่หุ้นเทคฯ โดยเฉพาะ
  • B-INNOTECH กองแม่ลงทุนในหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ บางเจ้าก็คุ้นชื่อกันมานานแล้ว ส่วน KFGTECH-A กองแม่ลงทุนในหุ้นเทคฯ ใหม่ ๆ ที่มาแรงในปัจจุบัน มีโอกาสเติบโตสูงกว่า

ผลการดำเนินงาน

ทีนี้เราลองมาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานทั้ง 5 กองกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

ผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2564
ข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค. 2564
ที่มา: FINNOMENA

เข้าไปดูข้อมูลการเปรียบเทียบแบบอัปเดตล่าสุดได้ที่ https://finno.me/compare-tech-funds-2

ปีนี้ยังคงเป็นอีกปีหนึ่งที่ท้าทายสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะความกังวลของตลาดเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อาจส่งผลให้ Fed ลด QE เร็วกว่าคาด จนสร้างความไม่แน่นอนให้กับหุ้น แต่กองทุนหุ้นทั้ง 5 กองนี้ก็ยังปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งสมกับเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตมาโดยตลอดในช่วงไม่กี่ 10 ปีให้หลัง

ทิศทางของทั้ง 5 กองทุนดำเนินไปในทางเดียวกันตามที่คาดหมายไว้ โดยกองทุนที่ทำผลการดำเนินงานได้สูงสุดคือ B-INNOTECH สูงโดดเด่นถึง 38.06% ที่มีสัดส่วนลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการ WFH แบบเต็ม ๆ อย่างหุ้นประเภทซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ช่วยในการทำงาน

ทีนี้เราลองมาดูผลการดำเนินงานแบบปักหมุด ในแต่ละช่วงเวลาบ้าง

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

 

กองทุน B-INNOTECH ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นแทบทุกช่วงเวลา (เว้นก็แต่ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ที่เฉียดฉิวกับกองทุน ONE-UGG-RA) โดยกองทุนมี Standard Deviation และ Max Drawdown ใกล้เคียงกับกองอื่น ๆ สังเกตได้จากรูป 3D Diagram ในส่วนถัดไป

ส่วนกองเน้นเทคฯ อย่าง ONE-UGG-RA ทำผลงานได้ดีกว่า KFGTECH-A’>KFGTECH-A ทำผลงานได้ค่อนข้างสูสีกันเลยทีเดียวตามแต่ช่วงเวลา จะมีก็แต่ Max Drawdown ของ ONE-UGG-RA สูงกว่าค่อนข้างเยอะ

ส่วนกอง K-USXNDQ-A(D) ผลตอบแทนถือว่าไม่น้อยหน้ากองอื่น ๆ ที่เป็น Active Fund และมี 3D Diagram ที่โดดเด่นแบบสุด ๆ ในช่วงนี้ทั้ง 3 ด้าน!!!

ในฝั่งของ 3D Diagram ทั้ง 5 กองมีสามเหลี่ยมที่กว้าง สื่อให้เห็นว่ามีปัจจัยทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับที่ดี ทั้ง Performance, Risk-Adjusted Return และ Max Drawdown จึงสรุปได้ว่าทั้ง 5 กองนั้นถือเป็นกองทุนที่คุณภาพดี หากจะถือยาว ๆ ก็สามารถทำได้

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของ ONE-UGG-RA และ TMBGQG เทียบดัชนี
ที่มา: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ*

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เริ่มที่ ONE-UGG-RA กับ TMBGQG ก่อน เนื่องจากกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายกัน คือลงทุนในหุ้นโลก ดัชนีชี้วัดของกองไทยจึงใช้ MSCI All Country World Index (MSCI ACWI) เป็นต้นทางเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อเทียบกับดัชนีแล้ว ถือว่ากองทุนทำผลงานได้ดี เวลาขึ้นก็ขึ้นสูสีกับดัชนี เวลาลงก็ลงน้อยกว่า จะมีแค่ปี 2559 ที่ TMBGQG ลงในขณะที่ดัชนีขึ้น นั่นก็เพราะปีนั้นหุ้นกลุ่ม Energy กับ Material ขึ้นแรงจากการที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง แต่กองทุน TMBGQG Underweigtht ใน Sector ที่กล่าวมา เลย Underperform เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของ B-INNOTECH และ KF-GTECH เทียบดัชนี
ที่มา: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ*

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

คู่ต่อมาคือกองทุนที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่าง B-INNOTECH และ KF-GTECH ซึ่งกองไทยใช้ดัชนีต้นทางตัวเดียวกันนั่นคือ MSCI All Country World Information Technology Index จะพอเห็นว่า B-INNOTECH ทำผลงานได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับดัชนี ในขณะที่ KF-GTECH จะทิ้งห่างหน่อยในช่วงปี 2564 แต่ในปี 2561 KF-GTECH ปรับตัวลงมาค่อนข้างเยอะกว่า B-INNOTECH แสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่สูงกว่า

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของ K-USXNDQ-A(D) เทียบดัชนี
ที่มา: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ*

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

มาถึงกองสุดท้ายที่ไม่เหมือนใครเพื่อน ดัชนีเปรียบเทียบของกองทุนคือ Nasdaq-100 ซึ่งจากภาพก็จะเห็นได้ว่ากองทุนทำหน้าที่เลียนแบบดัชนีในดี ผลงานล้อไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะต่างก็ไม่ต่างมากเท่าไรนัก ตรงกับนโยบายการลงทุนแบบ Passive

ค่าธรรมเนียม

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

 

สังเกตว่าค่าธรรมเนียมรวมของ K-USXNDQ-A(D) จะต่ำกว่ากองอื่น ๆ อย่างมีนัย นั่นเป็นเพราะกองนี้มีกองแม่เป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนแบบ Passive ตามดัชนี ซึ่งส่งผลให้ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด กองอื่น ๆ ลงทุนในกองแม่ซึ่งมีกลยุทธ์ Active แบบตั้งใจเอาชนะดัชนี จึงมีค่าธรรมเนียมที่แพงกว่า โดยกองที่ค่าธรรมเนียมรวมสูงสุดคือ ONE-UGG-RA อยู่ที่ 2.28%

ในฝั่งของค่าธรรมเนียมขาเข้า-ออก กอง K-USXNDQ-A(D) เป็นกองเดียวที่ไม่เก็บขาเข้า แต่ไปเก็บขาออกแทน ส่วนกองอื่น ๆ นั้นเก็บขาเข้าที่ประมาณ 1.5% แต่ไม่เก็บขาออก

ขั้นต่ำการลงทุน

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

 

ทั้ง 5 กองใช้เงินไม่สูงเกินไป โดยกองที่ขั้นต่ำน้อยสุดคือ ONE-UGG-RA และ TMBGQG ซึ่งอยู่ที่ 1 บาทเท่านั้น สูงขึ้นมาหน่อยคือ B-INNOTECH KFGTECH-A และ K-USXNDQ-A(D) อยู่ที่ 500 บาท

กองไหนเหมาะกับใครบ้าง?

ในเมื่อทั้ง 5 กองถือว่าเป็นกองที่ดีกันทั้งนั้น แต่ปลีกย่อยของแต่ละกองก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ลองมาดูกันว่ากองไหนเหมาะกับผู้ลงทุนสไตล์ไหนบ้าง

ONE-UGG-RA: เหมาะสำหรับนักลงทุนสไตล์บู๊ แสวงหาการเติบโตและผลตอบแทนสูง ๆ ในระยะยาว ไม่เกี่ยงว่าต้องเป็นหุ้นเทคฯ หรือไม่ ขอให้มีศักยภาพเติบโตสูง ๆ เป็นพอ

TMBGQG: เหมาะสำหรับนักลงทุนสายสมดุล ที่อยากได้ทั้งการเติบโตและความมั่นคงไปพร้อม ๆ กัน แม้ผลตอบแทนจะไม่ได้บู๊มาก แต่หากลงทุนระยะยาวก็ให้ผลตอบแทนที่ดี

B-INNOTECH: เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ ๆ มั่นคง ๆ ที่เราคุ้นหูกันมานาน

KF-GTECH: เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่เป็นที่พูดถึงเยอะ ๆ ในช่วงหลัง ๆ มานี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอัตราการเติบโตที่สูง แต่ก็อาจจะผันผวนกว่า

K-USXNDQ-A(D): เหมาะสำหรับนักลงทุนสาย Passive อยากได้ผลตอบแทนตามดัชนี NASDAQ-100 ที่สำคัญคืออยากได้เงินปันผลด้วย (หากไม่อยากได้ปันผล สามารถสับไปลงทุนในหน่วย (A) แทน)

ความเสี่ยงที่พึงระวัง

  • ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากทั้ง 5 กองทุนลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ส่วนใหญ่แล้วแต่ละกองจะป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เว้นเพียงแต่กองทุน K-USXNDQ-A(D) ที่ป้องกันความเสี่ยงประมาณ 75%
  • ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกองที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคฯ อย่าง KF-GTECH กับ B-INNOTECH ซึ่งอาจจะเจอความเสี่ยงเฉพาะของอุตสาหกรรม เพราะไม่ได้กระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่น ๆ 

เพื่อนผู้ใจดี

Jessada Sookdhis
Investment Analyst (IA)
ตรวจทานบทความ

ข้อมูลอ้างอิง

*หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
ONE-UGG-RA: วันที่ 31 มีนาคม 2563 : ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ ONE Asset
TMBGQG: วันที่ 31 มีนาคม 2563 : ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ TMBAM Eastspring
B-INNOTECH: วันที่ 19 มีนาคม 2563 : ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ BBLAM
KF-GTECH: วันที่ 31 มีนาคม 2563 : ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ Krungsri Asset
K-USXNDQ-A(D): วันที่ 31 มีนาคม 2563 : ดูฉบับปัจจุบันได้ที่ Kasikorn Asset
https://www.macrotrends.net/stocks/charts/AMZN/amazon/revenue
https://www.macrotrends.net/stocks/charts/TCEHY/tencent-holding/revenue
https://www.one-asset.com/doc_fund/Fund%20Masterfund/ONE-UGG-RA_MasterFund.pdf
https://www.tmbameastspring.com/THDocs/FS/RGQ_master_th_03.pdf

https://www.fidelityinternational.com/FILPS/Documents/en/current/ret.en.xx.LU1560650563.pdf
https://www4.troweprice.com/twx/TWXservicesWEB/mvc/SICAVRetailFactSheets/GTEQU/active/nl/en/retrieveSingleDocument
https://www.invesco.com/us-rest/contentdetail?contentId=3a48e01e98630410VgnVCM10000046f1bf0aRCRD&dnsName=us
https://www.finnomena.com/tmbam/port-tmbam/
https://www.finnomena.com/z-admin/bblam-3-funds/
https://www.youtube.com/watch?v=hIYS-MAji_E


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต |  ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน |  กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี  ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย |  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” 

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม