5 เรื่องที่ควรรู้...ก่อนซื้อรถยนต์

เมื่อถามมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไปว่าพวกเขา ‘อยาก’ จะได้อะไรไว้ครอบครองเป็นของตัวเอง? คำตอบที่หลายคนคงตอบเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ อยากมี ‘รถยนต์’ คันแรก สาเหตุหลักก็มีหลายเหตุผล อาจจะเป็นเพราะการคมนาคมของประเทศไทยไม่ได้ตอบโจทย์ให้กับคนที่ไร้ยานพาหนะส่วนบุคคล จะไปไหนมาไหนในกรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางหลายต่อ ไม่ว่าจะต่อรถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า ไปรถใต้ดิน ขึ้นสองแถว นั่งมอเตอร์ไซต์… ฟังแล้วเหนื่อยเนอะ การขับรถยนต์จึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกกว่ามาก หรือว่าอยากจะเที่ยวต่างจังหวัด ขับรถก็คงง่ายกว่าแน่นอน แถมเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ในสังคมไทย การมีรถยนต์เป็นของตัวเองมันก็สามารถบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน

การมีรถยนต์คันแรกเป็นของตัวเองคงเป็นความฝันอย่างหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นเราจึงรวบรวมข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ รวมไปถึงวิธีการวางแผนการเงินในกรณีที่เราอยากได้ ‘รถยนต์’ มือหนึ่งเป็นของตัวเอง มาให้คนที่สนใจซื้อรถได้ลองศึกษากัน

5 เรื่องที่ควรรู้...ก่อนซื้อรถยนต์

5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์

บางคนมีแค่ความคิดที่อยากจะซื้อรถ แต่ว่าอาจจะไม่ได้รู้ว่าก่อนที่จะซื้อรถยนต์ ควรมีอะไรที่ต้องรู้และพิจารณาก่อนบ้าง เราจึงสรุป 5 เรื่องสั้นๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถตอบคำถามในใจก่อนว่า ‘สรุปแล้ว เราพร้อมกับการซื้อรถยนต์หรือยัง?’

1. เราต้องตอบโจทย์ตัวเองก่อนว่า เรา ‘จำเป็น’ หรือแค่ ‘อยากมี’ รถยนต์

ถ้าเราเป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือนที่ยังไม่มีสภาพคล่องทางการเงินสูง เราจำเป็นต้องพิจารณาและสำรวจว่า เราแค่อยากมีรถไว้อวด หรือ เราจำเป็นต้องใช้รถ เพราะหากเราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากรถได้จริงๆ เราก็ไม่ควรซื้อ เนื่องจากการซื้อรถเหมือนจะมาเป็นภาระเปล่าๆ ของเรามากกว่า แต่ถ้าการมีรถทำให้เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เดินทางได้ง่ายขึ้น เราก็ควรซื้อรถพร้อมพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ด้วย

2. เราต้องตอบได้ว่า เราซื้อรถไป ‘เพื่อ’ อะไร?

หลังจากที่เราพิจารณาแล้วว่ารถมีความจำเป็นต่อเรา เราควรรู้เป้าหมายว่าเราซื้อรถไปเพื่อจุดประสงค์อะไร? เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง? มีรถสำหรับครอบครัว? หรือไว้สำหรับการบรรทุกของทำงาน? เพราะการที่เรารู้จุดประสงค์การซื้อรถของเรา จะช่วยให้เรารู้ว่าเราควรซื้อรถประเภทไหน รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร ทำให้เราสามารถศึกษาเกี่ยวกับรถที่เราสนใจไว้ ในเชิงรายละเอียดและราคาสำหรับการประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคต

3. เราต้องตรวจสภาพการเงิน ณ ปัจจุบันก่อนว่า ‘เรามีเงินพอหรือยัง?’

ถึงแม้เรามีความจำเป็นในการซื้อรถที่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าเราไม่มีเงินที่มากพอ มันก็คงลำบากไม่ใช่น้อย ซึ่งการจะซื้อรถหนึ่งคัน เราสามารถเลือกที่จะ ‘ซื้อสด’ หรือ ‘ผ่อนจ่าย’ ซึ่งถ้าเรามีเงินจำนวนมากพอ ก็แนะนำให้ซื้อสดไปเลยดีกว่า เพราะจะทำให้เราไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้สถาบันการเงินเวลาเรากู้ และข้อควรจำคือ ราคารถไม่ควรเกิน 20% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่เรามี แต่ในกรณีที่มีเงินไม่มากพอ ก็อยากแนะนำว่าค่าใช้จ่ายสำหรับผ่อนรถและดอกเบี้ยรายเดือนควรไม่เกิน 35% ของรายได้ต่อเดือน ไม่งั้นการใช้ชีวิตของเราก็จะลำบากมาก คิดสภาพที่เราต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวันเพราะเอาเงินไปจ่ายค่าผ่อนรถหมดแล้ว… เราไม่ควรมีชีวิตอย่างนั้นนะ!

4. เราต้องจำเสมอว่าผ่อนรถเสร็จแล้ว เราก็ยังจ่ายไม่จบ

การมีรถยนต์ 1 คัน มักจะมี ‘ค่าใช้จ่ายแอบแฝง’ มาเรื่อยๆ นั่นแหละ เราจะต้องจ่ายไม่จบไม่สิ้น ถ้างงว่าจะมีค่าอะไรเยอะแยะนะ ถ้าให้สรุปก็ต้องมี:

-ค่าน้ำมัน ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน

-ประกันชั้นหนึ่งไว้สำหรับรถเรา ประมาณ 1,700 บาทต่อเดือน (หรือประมาณ 20,000 บาทต่อปี)

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

-พรบ. และภาษีรถยนต์ ที่ต้องเสียทุกปี ตกเดือนละ 200 บาท (หรือ 2,400 บาทต่อปี)

-ค่าเช็กระยะ ถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ประมาณเดือนละ 250 บาท (หรือ 3,000 บาทต่อปี)

-และอื่นๆ เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าเปลี่ยนยาง ค่าล้างรถ บลาๆ และอย่าลืมว่า ยิ่งรถราคาแพง ค่าบำรุงก็แพงตามด้วย

อันนี้แค่เป็นการประมาณคร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งรวมๆ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ประมาณ 5,000 กว่าบาท ลองตอบตัวเองหน่อยซิว่า ‘จ่ายไหวไหม?’

5. เราต้องรู้ว่ารถยนต์มี ‘ค่าเสื่อมราคา’ ด้วย หวังจะเก็งกำไรเหรอ? ฝันไปเถอะ!

การซื้อรถไม่เหมือนการซื้อ ‘ที่’ ที่ราคาพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะมูลค่าของรถจะตกลงเรื่อยๆ เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไป สภาพของรถมักจะทรุดโทรมตามการใช้งาน ดังนั้นรถยนต์จึงมี ‘ค่าเสื่อมราคา’ เป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่ค่อยเห็น เราจึงมีวิธีคำนวณมาให้ลองคิดเล่นๆ กันด้วย

ตัวอย่าง เราซื้อรถยนต์มา 1,000,000 บาท ใช้งานมา 10 ปี มีราคาขายในอนาคต 200,000 บาท ดังนั้นเราจึงมีค่าเสื่อมราคาอยู่ที่ (1,000,000-200,000)/10 = 6,667 บาทต่อเดือน (หรือ 80,000 บาทต่อปี) แสดงว่า เมื่อเราขับรถไปเรื่อยๆ มูลค่าของรถยนต์จะลดลง 6,667 บาทต่อเดือน ฉะนั้นเราไม่ควรคิดว่าเราจะสามารถซื้อรถยนต์เพื่อหวังกำไรจากราคาที่ขึ้นไปเรื่อยๆ ได้

นอกจาก 5 เรื่องที่ควรจะรู้ก่อนซื้อรถแล้ว ก็จะมีข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องทำด้วย เช่น การกำหนดงบในใจ การตระเวนดูรถจากตัวแทนการขายหลายๆ ที่ก่อนตัดสินใจเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอขายและของแถม และก่อนซื้อควรทดลองขับรถก่อนว่าเราชอบไม่ชอบระหว่างขับ เป็นต้น

สำหรับบทความต่อไป เราจะมาพูดคุยกันถึงวิธีการผ่อนรถ และการวางแผนการเงินเพื่อซื้อรถกัน พร้อมแล้วก็ไปอ่านกันต่อได้เลยค่ะ ที่นี่
https://www.finnomena.com/z-admin/car2-goal/


หากใครรู้ตัวว่า พร้อมแล้วที่จะมีรถ อยากหาวิธีเก็บเงิน สามารถให้การลงทุนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ด้วยแผน Goal ที่จะช่วยให้คุณเก็บเงินทุกเดือนเพื่อบรรลุเป้าหมายเงินก้อน หากใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.finnomena.com/goal/ หรือคลิกที่แบนเนอร์ข้างล่างได้เลย

5 เรื่องที่ควรรู้...ก่อนซื้อรถยนต์

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ