ทรัมป์ขึ้นภาษีโดรนจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีศุลกากร 100% สำหรับการนำเข้าโดรน (Unmanned Aircraft Systems) และชิ้นส่วนประกอบ เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติและสกัดการครอบงำตลาดของจีน โดยมาตรการภาษีอัตราสูงสุด 100% จะมีผลบังคับใช้ภายใน 21 วัน สำหรับโดรนที่มีขนาดตามกำหนด หรือโดรนที่มีสมรรถภาพเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่โดรนขนาดเล็กที่ไม่มีฟังก์ชันความมั่นคงจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วันนับจากนี้

แถลงการณ์ระบุว่า Howard Lutnick รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ข้อสรุปจากการสืบสวนว่า ตลาดโดรนในสหรัฐฯ โดนต่างชาติเข้ามากินส่วนแบ่งในสัดส่วนที่สูงเกินไป ทำให้ประเทศต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนจากภายนอกมากเกินไป ประกอบกับบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้แสดงให้เห็นว่าโดรนคือยุทธโธปกรณ์สำคัญในยุคไฮบริด ทำให้ทรัมป์ออกประกาศเตือนว่าระบบอากาศยานไร้คนขับเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

การตัดสินใจครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการกีดกันเทคโนโลยีจากประเทศจีน เนื่องจากจีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกโดรนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีบริษัท DJI ครองส่วนแบ่งในตลาดโดรนเพื่อการพาณิชย์ของสหรัฐฯ สูงถึงราว 70% การประกาศจัดเก็บภาษีระลอกใหม่จึงกลายเป็นการสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีนอย่างหนัก ก่อนหน้าการพบปะเจรจาครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ในการบังคับใช้มาตรการรอบนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจฉุกเฉินระดับชาติ หลังจากศาลฎีกาเคยมีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าทรัมป์ทำเกินขอบเขตอำนาจ โดยเปลี่ยนมาใช้อำนาจตามมาตรา 232 (Section 232) ของกฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 ที่อนุญาตให้จำกัดการนำเข้าเพื่อเหตุผลทางความมั่นคงได้หลังผ่านการสืบสวน ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับที่เคยใช้เก็บภาษีเหล็ก อลูมิเนียม และชิ้นส่วนยานยนต์ในอดีต

สำหรับประเทศพันธมิตรที่ได้ทำข้อตกลงทางการค้ากับทรัมป์ล่วงหน้า จะได้รับสิทธิประโยชน์จัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า หากชิ้นส่วนและเทคโนโลยีทั้งหมดมีแหล่งกำเนิดจากประเทศนั้นๆ หรือจากสหรัฐฯ โดยโดรนจากกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสวิตเซอร์แลนด์ จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 15% ขณะที่สหราชอาณาจักรจะได้รับอัตราภาษีพิเศษอยู่ที่ 10% สำหรับตัวเครื่องและชิ้นส่วนประกอบ

หลังการประกาศมาตรการภาษีดังกล่าว ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตโดรนและชิ้นส่วนในสหรัฐฯ อย่าง AeroVironment Inc., Aevex Corp. และ Unusual Machines Inc. ต่างพุ่งขึ้นอย่างคึกคักในการซื้อขายหลังปิดตลาด (Post-market) เนื่องจากนักลงทุนคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเปิดทางให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาจากคู่แข่งต่างชาติได้มากขึ้น


อ้างอิง: Bloomberg

BT