
รู้จักกับเทรนด์สุขภาพ Longevity พลังทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัย พร้อมโอกาสการลงทุนผ่านบริษัท Health Care ชั้นนำระดับโลก ทั้งฝั่งสหรัฐฯ อย่างกองทุน KKP GHC-A และฝั่งจีนกับกองทุน UCHI
ในโลกยุคปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “เศรษฐกิจอายุยืน” หรือ Longevity Economy กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก การเข้าใจและวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์หรือสาธารณสุข แต่ยังเป็นโอกาสที่นักลงทุนไม่สามารถมองข้ามได้
Longevity Economy มากกว่า Silver Economy
หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า Silver Economy ซึ่งหมายถึงตลาดสำหรับผู้สูงวัย แต่ Longevity Economy คือกรอบเศรษฐกิจที่กว้างกว่านั้นมาก มันไม่ใช่แค่การมองผู้สูงวัยเป็นผู้บริโภค แต่เป็นการปรับมุมมองทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ Healthspan ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีและสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง
โลกกำลังเปลี่ยนจากวงจรชีวิต “เรียน-ทำงาน-เกษียณ” ไปสู่ “ชีวิตหลายช่วง” (Multi-Stage Life) ซึ่งผู้คนอาจกลับมาเรียนรู้หรือเปลี่ยนอาชีพหลายครั้งตลอดชีวิต
ความยืดหยุ่นนี้ส่งผลต่อโครงสร้างการเงิน การวางแผนชีวิต และรูปแบบการบริโภค ทำให้เกิดโอกาสลงทุนใหม่ ๆ ในสินทรัพย์และบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตยืนยาว
พลังทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัย
Source: Ben Franklin Learning Center
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าประชากรวัย 50 ปีขึ้นไปเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุด ในปี 2020 กลุ่มนี้สร้างรายได้รวม 45 ล้านล้านดอลลาร์ (1,400 ล้านล้านบาท) หรือประมาณ 34% ของ GDP โลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 118 ล้านล้านดอลลาร์ (3,700 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2050 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 40% ของ GDP โลก
ประชากรกลุ่มนี้ยังครองการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกสูงถึง 50% หรือประมาณ 35 ล้านล้านดอลลาร์ (1,100 ล้านล้านบาท) ในปี 2020 โดยส่วนใหญ่ใช้จ่ายกับสุขภาพ นันทนาการ การเงิน ที่อยู่อาศัย และการขนส่ง ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้สูงวัยไม่ใช่ภาระทางเศรษฐกิจ แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้อย่างตรงจุด
เทรนด์สำคัญในตลาด Longevity
สุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ
Source: Market Research Future
ตลาด Longevity ครอบคลุมเทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการยืด Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีและสามารถสร้างคุณค่าได้ โดยในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 21,290 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตถึง 63,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
นวัตกรรมที่น่าจับตามอง ได้แก่ Senolytics (ยากำจัดเซลล์ชรา) เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Rehabilitation Medicine) และ AI ทางการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive & Personalized Medicine)
Wellness และไลฟ์สไตล์สูงวัย
ผู้สูงวัยในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต (Wellness) และมีเวลาว่างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ท่องเที่ยวระยะยาว และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ตัวอย่างเช่น Estee Lauder แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลก ที่เปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ “Aging Gracefully” และ Nestlé ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย สะท้อนถึงโอกาสลงทุนในสินค้าและบริการที่ตรงกับช่วงชีวิตและความสนใจด้านสุขภาพ
Age-Tech และ AI สำหรับผู้สูงวัย
ตลาด Age-Tech มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่การแพทย์ทางไกล อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ไปจนถึง AI เพื่อการดูแลส่วนบุคคล เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเพียงผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณค่าให้ผู้ดูแลและครอบครัวด้วย
โอกาสลงทุนผ่านบริษัท Health Care ชั้นนำ
เพื่อให้เข้าใจโอกาสลงทุนในกลุ่ม Health Care อย่างชัดเจน บริษัทต่าง ๆ ถูกจัดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก พร้อมตัวอย่างเด่นจากสหรัฐฯ และจีน ดังนี้
กองทุนแนะนำโดย Finnomena Funds
มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของ Janus Global Life Sciences Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่า NAV ซึ่งจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุขภาพ (Healthcare) เน้นบริษัทที่สร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ เช่น กลุ่ม Biotechnology
มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของ Global X China Biotech และ Kraneshares MSCI All China Health Care Index ETF โดยจะลงทุนหุ้น Health Care ของจีนที่โดดเด่นด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ (Healthcare Innovation)
คำแนะนำหุ้นกลุ่ม Health Care
Source: Bloomberg as of 09/09/2025
ก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่ม Health Care ปรับตัวลงจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของ Trump ที่มีเป้าหมายลดราคายาในสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดว่าจะกระทบกับรายได้ของหุ้นผู้ผลิตยา แต่ในปัจจุบันเราคาดว่าตลาดได้ price-in ความไม่แน่นอนดังกล่าวไปเยอะแล้ว
ในขณะที่ยา Orforglipron ของ Eli Lilly ที่เพิ่งประกาศผลการทดสอบ Clinical Trial ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้โดยเฉลี่ย 12.4% ถึงแม้ผลทดสอบจะไม่ดีเท่าที่ตลาดคาด แต่ก็เป็นยา GLP-1 ที่มีจุดเด่นเรื่องการผลิตและการบริโภคที่ทำได้ง่ายกว่ายาตัวเก่า ซึ่งคาดว่าจะเป็น flagship ของบริษัทในอนาคต
ภาพรวมดัชนี MSCI World Health Care Index ก่อนหน้านี้ถูกปรับประมาณการกำไรลง แต่ล่าสุดประมาณการกำไรเริ่มทรงตัว และ Valuation อยู่ในระดับเดียวกันกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ประกอบกับ P/E Ratio ยังอยู่ในระดับที่ถูก เมื่อเทียบกับภาพรวมหุ้น Developed Market
ดังนั้น จึงปรับคำแนะนำหุ้นกลุ่ม Health Care จาก Neutral เป็น Slightly Positive แนะนำ “ทยอยสะสม”
อ้างอิง: Ben Franklin Learning Center, EIN Presswire, AARP, The Gerontechnologist, Market Research Future
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299



