
โดยฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน (Investment Strategist), Finnomena Funds ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026
สรุปมุมมองการลงทุน
- สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งสัญญาณเด่นชัดว่าจะเข้าสู่สภาวะ ‘ยืดเยื้อ (Protraction)’ มากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้อุปทานตึงตัวและผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่ายัง ‘ไม่ใช่จังหวะในการเร่งขายสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มมีมาตรการบริหารจัดการด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นในการจัดหาแหล่งพลังงานอื่นทดแทน แต่สำหรับกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงและมีคลังสำรองน้ำมันต่ำ จะยังคงเผชิญแรงกดดันเชิงลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- การวิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อตลาดการเงินโลก (Scenario Analysis) เรายังประเมินว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิด Scenario A (สู่ Regional War รุนแรงและยืดเยื้อเต็มรูปแบบ) และมีโอกาส Scenario C (สหรัฐฯ ถอนกำลัง แต่เปิดฮอร์มุซไม่ได้) เนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้ และยังไม่มีแนวโน้มจะจบลงเร็วๆ แม้ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มลดระดับความรุนแรงลง แต่เน้นปฏิบัติการไปที่เป้าหมายสำคัญมากขึ้น
- กลยุทธ์การลงทุนในช่วงวิกฤตความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านควรเน้นการใช้จังหวะที่ตลาดตื่นตระหนก (panic) เป็นโอกาสในการเข้าทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ (Quality Asset) เนื่องจากสถิติย้อนหลังนับตั้งแต่ 1990 ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่วนใหญ่มักสร้างแรงกดดันต่อดัชนี S&P 500 เพียงระยะสั้น ตลาดมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยถึง 15% ในอีก 1 ปี โดยอาศัยความผันผวนนี้เป็นตัวช่วยในการสร้างต้นทุนที่ได้เปรียบ อย่างไรก็ตามควรมีการพิจารณาเติมสัดส่วนของการป้องกันความเสี่ยง (hedging) ในพอร์ตการลงทุนบ้าง เพื่อลดผลกระทบในระยะสั้น
คำแนะนำการลงทุน
1. Hedging พอร์ตการลงทุนด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์
- กองทุน SCBCOMP TUSENGY KT-AGRIANDFOOD SCBAUD และ KTILF
2. ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ (Quality Asset) ที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคาปรับตัวลดลงแรง
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยี → B-INNOTECH และ PRINCIPAL GCLOUD-A
- กองทุนหุ้น Rare Earth → ONE-RAREEARTH
- กองทุนหุ้น Smart Grid → A-GRID
3. ชะลอการลงทุนเพิ่มแต่ยังคงสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ในภาพรวม โดยเฉพาะเวียดนาม
- เนื่องจากประเทศดังกล่าวมีสถานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ สัดส่วนพลังงานในดัชนีเงินเฟ้อสูง และมีระดับ Oil Inventory (Days of Supply) ต่ำ ทำให้มีความเปราะบางต่อการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงให้ถือลงทุนต่อได้
วิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อตลาดการเงินโลก Scenario Analysis
|
ฉากทัศน์ |
ความน่าจะเป็น (คาดการณ์เดิม) |
| Scenario A: สู่ Regional War รุนแรงและยืดเยื้อเต็มรูปแบบ | 30% (40%) |
| Scenario B: สงครามกลางเมืองอิหร่าน | 10% (10%) |
| Scenario C: สหรัฐฯ ถอนกำลัง แต่เปิดฮอร์มุซไม่ได้ | 50% |
| Scenario D: สหรัฐฯ ถอนกำลัง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ | 10% |
การวิเคราะห์ฉากทัศน์ในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินสถานการณ์ผ่าน 4 ฉากทัศน์หลัก (Scenario Analysis) เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตลาดการเงิน ตลอดจนความแตกต่างของระดับการฟื้นตัวในแต่ละสินทรัพย์ นอกจากนี้เราตัดฉากทัศน์ “การยกระดับอยู่ในวงจำกัด” จากที่เราได้เคยประเมินไว้ในฉบับที่ 4
Scenario A: สู่ Regional War รุนแรงและยืดเยื้อเต็มรูปแบบ
สถานการณ์: การสู้รบดำเนินต่อไปและขยายวงกว้าง ฝ่ายสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการเพื่อควบคุมอิทธิพลในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่อิหร่านและเครือข่าย Proxy (Hezbollah, Houthis) ระดมโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียหรือประเทศอื่น ๆ
ผลต่อตลาด: ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากการหยุดชะงักของอุปทาน ขณะที่ราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกคาดว่าจะเผชิญกับแรงเทขายและปรับตัวลดลงในระยะสั้นจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก่อนจะเริ่มแยกทิศทางตามปัจจัยพื้นฐานระหว่างประเทศที่มั่นคงด้านพลังงานและประเทศที่เปราะบาง
Scenario B: สงครามกลางเมืองอิหร่านและความโกลาหลที่ยืดเยื้อเพื่อแย่งชิงอำนาจ
สถานการณ์: การปฏิบัติการของสหรัฐฯ นำไปสู่ Regime change ในอิหร่าน จนเกิดภาวะสุญญากาศทางอำนาจและการแย่งชิงการนำภายในอิหร่าน ส่งผลให้เริ่มมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันผ่านได้อีกครั้ง
ผลต่อตลาด: ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านอุปทานที่คลี่คลาย และเป็นปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัว (Relief Rally) อย่างเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน
Scenario C: สหรัฐฯ ถอนกำลัง แต่เปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้
สถานการณ์: สหรัฐฯ เริ่มทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้งหลัก ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการทหารลดระดับลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อิหร่านปรับกลยุทธ์มาใช้การ “ปิดช่องแคบแบบเลือกปฏิบัติ” เพื่อกดดันเฉพาะกลุ่มประเทศคู่ขัดแย้งและพันธมิตรของสหรัฐฯ แต่ยังคงผ่อนปรนให้พันธมิตรอิหร่านเพื่อรักษาช่องทางรายได้หลักของประเทศ
ผลต่อตลาด: ราคาน้ำมันดิบทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อ ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจนต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงและมีระดับสำรองพลังงานต่ำ ทำให้เกิดความแตกต่างของผลตอบแทนในสินทรัพย์เสี่ยงระหว่างประเทศที่มั่นคงด้านพลังงานและประเทศที่เปราะบาง
Scenario D: สหรัฐฯ ถอนกำลัง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้
สถานการณ์: สหรัฐฯ เริ่มทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้งหลัก ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการทหารลดระดับลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อิหร่านตอบรับด้วยการประกาศยุติการปิดกั้นและกลับมาเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) บางส่วน เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันสามารถเริ่มกลับมาเดินเรือได้อีกครั้งภายใต้การเฝ้าระวัง
ผลต่อตลาด: ราคาน้ำมันดิบจะเกิดการปรับตัวลดลง จากการคลายความกังวล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับในเชิงบวกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เคยได้รับผลกระทบหนัก เช่น สายการบิน โลจิสติกส์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ราคาทองคำอาจเผชิญแรงเทขายจากการที่นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on Sentiment)
Update สถานการณ์เพิ่มเติม
- 10/3/2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านด้วยการทิ้งระเบิดที่เข้มข้นที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ IRGC ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์, ฐานทัพ Al Harir ในอิรัก และส่งโดรนโจมตีฐานทัพ Al Dhafra ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ Juffair ในบาห์เรน
- 11/3/2026 สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกอันเนื่องมาจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
- 12/3/2026 เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 Stratotanker ของสหรัฐฯ ตกเหนืออิรักตะวันตก ทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 6 นาย กลุ่มพันธมิตรอิหร่านในอิรักอ้างความรับผิดชอบ แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าไม่ใช่การโจมตีโดยตรงและอยู่ระหว่างสอบสวน
- 14/3/2026 เรือบรรทุก LPG ของอินเดีย 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ บรรทุก LPG รวม 92,712 ตัน มุ่งหน้าสู่ท่าเรือทางตะวันตกของอินเดีย
- 14/3/2026 สหรัฐฯ โจมตีเกาะ Kharg ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่ผ่านน้ำมันส่งออกประมาณ 90% ของประเทศ ทรัมป์เผยแพร่วิดีโอการโจมตีพร้อมระบุว่าเขา “ยังเมตตา” โดยไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันทั้งหมด นักวิเคราะห์เตือนว่าหากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบจะทำลายรายได้น้ำมันของอิหร่านโดยสิ้นเชิง
- 17/3/2026 อิสราเอลโจมตีกรุง Tehran สังหาร Ali Larijani เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ถูกสังหารนับตั้งแต่ Khamenei เสียชีวิตในวันแรกของสงคราม และ Gholamreza Soleimani หัวหน้ากองกำลัง Basij กองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัครที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามภายใน อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายหัวรบใส่ใจกลางอิสราเอล ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 2 รายในเมือง Ramat Gan
- 18/3/2026 อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars นอกชายฝั่งจังหวัด Bushehr ของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก กระทรวงน้ำมันของอิหร่านยืนยันว่าโรงงานหลายแห่งได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ดังกล่าว แม้ในเวลาต่อมาได้รับการควบคุมแล้ว อิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศจะโจมตีโรงงานพลังงาน 5 แห่ง
ย้อนอ่าน Finnomena Funds House View มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนก่อนหน้านี้
- Anchor the Assets ฉบับที่ 4 วันที่ 9 มีนาคม 2026
- Silver Linings in The Storm ฉบับที่ 3 วันที่ 4 มีนาคม 2026
- Panic is Not a Strategy ฉบับที่ 2 วันที่ 2 มีนาคม 2026
- สรุปวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง Operation Epic Fury ฉบับที่ 1 วันที่ 1 มีนาคม 2026
Source:
- Heaviest day of strikes yet on Iran despite market bets that war will end soon
- ‘We never asked for a ceasefire,’ says Iran’s foreign minister, as war keeps raging
- Why is Iran’s Kharg Island important?
- Two Indian ships cross Strait of Hormuz as Iran says it allowed passage
- Iran war updates: IEA to release oil reserves; ships hit in Hormuz Strait
- Iran threatens to strike Gulf energy facilities after South Pars attack
- Iran fires barrages at Israel and wider region after killing of two of its top security officials
DISCLAIMER: เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จํากัด และ/หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทําโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนําเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทําการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทําซ้ำ ดัดแปลง นําออกแสดง ทําให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทําโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุน โดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง/ซับซ้อน และมีสินทรัพย์อ้างอิงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีความซับซ้อน ซึ่งมีปัจจัยอ้างอิงมีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้แนะนำการลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
- บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
