
สำนักข่าว BBC และ Reuters ระบุว่า มีกลุ่มนักลงทุนนิรนามตัดสินใจวางเดิมพันมหาศาลกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI เพียง 15 นาทีก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เพื่อประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงทันทีถึง 14-15% ในเวลาไม่กี่นาที สร้างกำไรมหาศาลให้แก่ผู้ที่ถือสถานะขาย (Short) ไว้ล่วงหน้า
ข้อมูลจากตลาด NYMEX และ ICE พบว่าในช่วงเวลา 06:49 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ปริมาณการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากหลัก 10 เป็นหลัก 1,000 สัญญาภายในเวลาเพียง 60 วินาที ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีสัญญาณหรือข่าวสารใด ๆ บ่งบอกว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีการเจรจาเกิดขึ้น นักวิเคราะห์จาก XAnalysts ระบุว่าพฤติกรรมนี้ “ผิดปกติอย่างชัดเจน” เนื่องจากเป็นการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลลงในฝั่งที่คาดว่าราคาน้ำมันจะร่วงลง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตลาดยังคงกังวลกับคำขู่ของทรัมป์ที่จะลบโรงไฟฟ้าอิหร่านออกจากแผนที่โลก
ไม่เพียงแต่น้ำมันเท่านั้น รูปแบบการซื้อขายที่น่าสงสัยยังลามไปถึงสัญญาฟิวเจอร์สของดัชนีหุ้นสำคัญอย่าง S&P 500 และ Euro Stoxx 50 โดยมีการเข้าซื้อในฝั่งขาขึ้น (Long) อย่างหนักในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก่อนการแถลงข่าว ซึ่งหมายความว่ามีกลุ่มคนบางกลุ่มคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าหุ้นจะดีดตัวขึ้นและน้ำมันจะร่วงลงจากข่าวดีเรื่องการเจรจา เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเป็นไปได้ในการใช้ “ข้อมูลภายใน” (Insider Trading) จากคนในทำเนียบขาวเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงิน
ทางด้านทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธและยืนยันกับ Financial Times ว่า “จะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่คนใดใช้ข้อมูลภายในของรัฐบาลมาทำกำไรอย่างผิดกฎหมายเด็ดขาด” ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC ยังคงสงวนท่าทีและปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความมั่งคั่งจาก Killik & Co มองว่านี่เป็นกรณีที่ต้องมีการสืบสวนอย่างจริงจัง เพราะจังหวะเวลา (Timing) นั้นประจวบเหมาะจนเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญในตลาดทุนที่ตึงเครียดเช่นนี้
ในขณะเดียวกัน ฝั่งอิหร่านโดยนายโมฮัมหมัด-บาเกอร์ กาลิบราฟ ประธานรัฐสภา ได้ออกมาโพสต์ผ่าน X โจมตีว่าเหตุการณ์นี้คือการใช้ “ข่าวปลอม” เพื่อปั่นกระแสและปั่นราคาในตลาดการเงิน เพื่อหาทางช่วยให้สหรัฐฯ และอิสราเอลหลุดพ้นจากหล่มสงครามที่ตนเองสร้างขึ้น สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลเตหะรานที่ปฏิเสธทุกการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มดีดกลับขึ้นมาอีกครั้งหลังข่าวปฏิเสธแพร่สะพัดออกไป ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่สับสนและอาจมีการบิดเบือน
ประเด็นอื้อฉาวนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ถูกโยงเข้ากับการพนันในตลาดทุน โดยมีการยกตัวอย่างกรณีการยึดตัวประธานาธิบดีมาดูโรแห่งเวเนซุเอลาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีบัญชีปริศนาทำกำไรได้มหาศาลจากการวางเดิมพันบนแพลตฟอร์มคริปโตเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น