
ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังหวาดวิตกกับสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซีย วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กลับส่งสัญญาณเตือนที่น่ากลัวยิ่งกว่า โดยระบุว่าความขัดแย้งที่ช่องแคบฮอร์มุซอาจเป็นเพียงแค่ “การซ้อมใหญ่” (Dry Run) ก่อนเจอหายนะที่แท้จริง หากสหรัฐฯ และจีนเปิดฉากเผชิญหน้ากันเต็มรูปแบบในมหาสมุทรแปซิฟิก
หัวใจของเรื่องนี้คือ “จุดตายเชิงยุทธศาสตร์” (Chokepoints) โดยบาลากริชนันเปรียบเทียบให้เห็นว่า หากฮอร์มุซคือเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก ช่องแคบมะละกาก็คือเส้นเลือดแดงใหญ่ของการค้าโลกที่เปราะบางยิ่งกว่า ด้วยจุดที่แคบที่สุดเพียง 2 ไมล์ทะเล (เทียบกับฮอร์มุซที่กว้าง 21 ไมล์ทะเล) ทำให้พื้นที่หน้าบ้านของอาเซียนมีโอกาสกลายเป็นสมรภูมิที่บีบคั้นเศรษฐกิจโลกให้หยุดชะงักได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าหลายเท่า
ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจที่บีบให้ต้องเลือกข้าง สิงคโปร์ประกาศจุดยืนที่แข็งแกร่งผ่านวาทะว่า “เราจะเป็นรัฐที่มีประโยชน์ แต่จะไม่ยอมถูกใช้ประโยชน์” นี่คือการยืนยันว่าสิงคโปร์จะ “ปฏิเสธที่จะเลือกข้าง” ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ผู้ลงทุนรายใหญ่ หรือจีนคู่ค้าอันดับหนึ่ง แต่จะเลือกยืนบนผลประโยชน์ระยะยาวของชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือท่ามกลางกลิ่นอายสงคราม
ในโลกปี 2026 ที่ความเชื่อมั่นพังทลายลงจากวิกฤตตะวันออกกลาง สิงคโปร์จึงชูจุดขายใหม่ในฐานะ “ศูนย์กลางแห่งความไว้วางใจ” (Trust-based Ecosystem) โดยมองว่าในยุคที่ทุกอย่างคาดเดาไม่ได้ “ความน่าเชื่อถือ” คือสินทรัพย์ที่มีราคาแพงที่สุด สิงคโปร์จึงเลือกวางตัวเป็นประเทศที่ “ตรงไปตรงมาและคาดเดาได้” เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและจากทั่วโลก
อ้างอิง: CNBC