
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดจากอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์พุ่งสูงขึ้นทันที ท่ามกลางความตึงเครียดที่กลับมาปะทุหลังความพยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงนานกว่า 10 สัปดาห์ส่อแววล้มเหลว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ย้ำว่าสงครามยังไม่จบจนกว่าขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกทำลายสิ้นซาก
อิหร่านเสนอส่งมอบยูเรเนียมบางส่วนให้ประเทศที่สามแต่ต้องรับประกันการส่งคืนหากเจรจาล้มเหลว พร้อมปฏิเสธการรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยสื่อกึ่งทางการอย่าง Tasnim ชี้ว่าข้อเสนอของทรัมป์บีบให้ยอมจำนนมากเกินไป พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางทะเลและจ่ายค่าเสียหายจากสงครามก่อนพิจารณาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ยังคงวิกฤตหลังมีรายงานโดรนโจมตีเรือสินค้าจนไฟไหม้นอกชายฝั่งกาตาร์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ด้านทรัมป์วิจารณ์อิหร่านว่ากำลัง “เล่นเกม” และเตือนว่าจะไม่ยอมให้ใครหัวเราะเยาะสหรัฐฯ อีกต่อไป ส่วนเนทันยาฮูยืนยันเดินหน้าภารกิจกำจัดวัสดุนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่ยังเป็นภัยคุกคามหลัก
ความล่าช้าของสันติภาพกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง สร้างความกดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ซาอุดี อารัมโก เตือนว่าต่อให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดได้ทันที ตลาดน้ำมันอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ และหากยืดเยื้ออาจต้องรอถึงปี 2027 กว่าอุปทานจะกลับเข้าสู่สมดุล
ท่ามกลางวิกฤตนี้ ประเทศในอ่าวเปอร์เซียเริ่มหาทางออกผ่านเส้นทางเลือก โดยเรือขนส่ง LNG ของกาตาร์สามารถผ่านช่องแคบมุ่งหน้าสู่ปากีสถานได้สำเร็จเป็นครั้งแรกภายใต้การเจรจาลับ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียหันไปส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งไปยังทะเลแดงแทนเพื่อลดผลกระทบจากการปิดล้อมทางทะเลที่ยังคงยืดเยื้อ
อ้างอิง: Bloomberg