โจมตีเรือน้ำมัน

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง หลังอิหร่านส่งเรือบรรทุกระเบิดโจมตีเรือน้ำมันใกล้น่านน้ำอิรักจนไฟลุกท่วม สวนทางคำประกาศชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมขู่ใช้ราคาพลังงานเป็นอาวุธเขย่าเศรษฐกิจโลก ด้านองค์กรพลังงานระหว่างประเทศเร่งปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อสกัดวิกฤต

อิหร่านพุ่งเป้าทำลายห่วงโซ่พลังงาน

โจมตีเรือน้ำมัน

เรือบรรทุกน้ำมันถูกอิหร่านโจมตี | Source: The Edge Malaysia

เหตุโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นในน่านน้ำอิรักและอ่าวเปอร์เซีย โดยเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีจนเสียหายหนัก ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้อิหร่านยังขยายการโจมตีไปยัง ‘คลังเก็บน้ำมัน’ ในบาห์เรน นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือการตอบโต้กลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ที่พยายามจะกดราคาน้ำมันให้ถูกลง

ขณะที่โฆษกกองทัพอิหร่านส่งคำเตือนถึงสหรัฐฯ อย่างรุนแรงโดยระบุว่า “โลกต้องเตรียมตัวรับมือน้ำมันราคา 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะเมื่อความมั่นคงในภูมิภาคถูกสหรัฐฯ ทำลายลง ราคาพลังงานย่อมไม่มีเสถียรภาพ”

ทรัมป์ประกาศชัย แต่ฮอร์มุซยังอัมพาต

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแถลงอย่างมั่นใจระหว่างการหาเสียงที่รัฐเคนตักกี้ว่าสหรัฐฯ “ชนะสงครามแล้ว” โดยทำลายกองเรืออิหร่านไปกว่า 58 ลำ แต่ในความเป็นจริง เส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องไหลผ่าน ยังคงถูกอิหร่านปิดล้อมและมีการวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ทำให้เรือสินค้าไม่สามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้กลุ่มประเทศ G7 กำลังพิจารณาส่งเรือรบเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์

สงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 2 สัปดาห์ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวขึ้นทันทีเกือบ 5% กระทบดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกให้ร่วงหนัก ขณะที่ด้านมนุษยธรรม ยูนิเซฟ (UNICEF) เปิดเผยตัวเลขสุดสลดว่า มีเด็กเสียชีวิตและบาดเจ็บจากความขัดแย้งนี้แล้วกว่า 1,100 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตรวมกว่า 2,000 คน

มาตรการฉุกเฉิน ปล่อยน้ำมันสำรองทุบสถิติโลก

เพื่อตอบโต้การใช้พลังงานเป็นอาวุธ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้แนะนำให้ประเทศสมาชิกปล่อยน้ำมันสำรองรวม 400 ล้านบาร์เรล โดยรัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ยืนยันเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 172 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์หน้า เพื่อสยบวิกฤตเงินเฟ้อและแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970

โอกาสลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์โลก

SCBCOMP เป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยมีกองทุนหลักคือ PIMCO Commodity Real Return Strategy Fund ซึ่งบริหารการลงทุนโดยอิง Bloomberg Commodity Index และใช้กลยุทธ์บริหารเชิงรุกผ่าน Futures และ Inflation-linked Instruments เพื่อรักษากำลังซื้อในระยะยาว


อ้างอิง: Reuters, The Business Standard
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

 

Morning Brief On Stage