
เวลาเห็นกองทุนไหนกำลังมาแรง หลายคนอาจเริ่มต้นด้วยคำถามว่า …
“กองนี้ดีไหม?”
“กองไหนผลตอบแทนดีกว่า?”
“ตอนนี้ควรซื้อกองทุนอะไร?”
แต่ถ้าเป้าหมายคือการลงทุนในกองทุนหุ้นเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว คำถามเหล่านี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการหยิบกองทุนตัวท็อปมารวมกัน ไม่ได้แปลว่าจะได้ “พอร์ตการลงทุนที่ดี” เสมอไป
เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “เลือกกองทุนอะไร” แต่ต้องมองต่อว่าพอร์ตกำลังพาเราเดินทางไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นโลก การจัดสัดส่วนและวางโครงสร้างพอร์ตจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกกองทุน
เริ่มต้นสร้างแผน All Star ได้ที่
https://finno.me/port-all-star
1. พอร์ตที่ดี ไม่ได้วัดกันที่จำนวนกองทุนเด็ด
ลองนึกภาพตามว่า คุณมีกองทุนหุ้นเต็มพอร์ต ทั้งหุ้นสหรัฐฯ หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน หุ้นยุโรป หุ้นตลาดเกิดใหม่ ไปจนถึงกองทุนธีมแห่งอนาคตต่าง ๆ มองผ่าน ๆ อาจรู้สึกว่าเรากระจายการลงทุนทั่วโลกแล้ว เพราะมีทั้งหลายประเทศ หลายภูมิภาค และหลายธีม
แต่เมื่อเจาะลึกดูไส้ในจริง ๆ อาจพบว่าหุ้นที่แต่ละกองทุนถืออยู่นั้นมีความซ้ำซ้อนกัน หรือหลายกองทุนให้น้ำหนักกับหุ้นและกลุ่มธุรกิจเดียวกันมากกว่าที่คิด จนทำให้น้ำหนักส่วนใหญ่ของพอร์ตกระจุกตัวอยู่ในบางตลาดหรือบางธีมโดยไม่รู้ตัว และความเสี่ยงของพอร์ตอาจไม่ได้กระจายอย่างที่คิด
ดังนั้น ก่อนเลือกกองทุนแต่ละกอง ลองถอยออกมามอง “ภาพใหญ่ของพอร์ต” ซึ่งเป็นหัวใจของการออกแบบและสร้างพอร์ต (Portfolio Construction) เพื่อให้พอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการลงทุนในกองทุนหุ้นโลกไม่ได้จบแค่การมีหลายประเทศอยู่ในพอร์ต แต่ต้องมองต่อด้วยว่า แต่ละตลาดควรมีน้ำหนักเท่าไร
2. วางแผนหลักให้ไม่หลุดทิศทางระยะยาว
เมื่อเป้าหมายคือการลงทุนในหุ้นทั่วโลกในระยะยาว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการกำหนดสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ แนวคิดนี้เรียกว่า Strategic Asset Allocation (SAA)
โดย SAA คือการกำหนดว่าในระยะยาวเราต้องการให้พอร์ตมีโครงสร้างแบบไหน และแต่ละส่วนควรมีน้ำหนักเท่าไร เปรียบเหมือนเข็มทิศของพอร์ต ที่ช่วยให้เราไม่ต้องเปลี่ยนทิศทางไปตามทุกความเคลื่อนไหวของตลาด
3. มีแผนระยะยาวแล้ว ยังต้องมองโอกาสระหว่างทาง
แม้จะมี SAA เป็นแกนหลัก แต่ตลาดหุ้นโลกไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเส้นตรงเสมอไป ระหว่างทางอาจมีทั้งช่วงที่ตลาดปรับฐานแรง ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนมุมมองการลงทุน หรือบางภูมิภาคเริ่มมีปัจจัยสนับสนุนที่น่าสนใจมากขึ้น จุดนี้เองที่แนวคิด Tactical Asset Allocation (TAA) เข้ามามีบทบาทสำคัญ
หาก SAA คือแผนหลัก TAA ก็เปรียบเหมือน “กลยุทธ์ยืดหยุ่นระหว่างทาง” ที่เปิดพื้นที่ให้พอร์ตสามารถปรับน้ำหนักการลงทุนในบางตลาดหรือบางภูมิภาคในระยะสั้นถึงกลาง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและมองหาโอกาสจากความผันผวน โดยที่แกนหลักระยะยาวก็ยังมั่นคงไม่เสียทรง
เติบโตไปกับหุ้นทั่วโลกด้วยพอร์ต All Star
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นโลก แต่ไม่อยากกังวลกับการจัดพอร์ตด้วยตัวเอง พอร์ต All Star คือหนึ่งในทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตในระยะยาวไปพร้อมกับหุ้นโลก
พอร์ต All Star คือหนึ่งใน All Series Portfolio กลุ่มพอร์ตการลงทุนที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองนักลงทุนที่มีความต้องการระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน พอร์ตในซีรีส์นี้ประกอบด้วย All Balance, All Defense, และ All Star โดย Finnomena Funds ใช้ Framework การลงทุนของ All Balance มาเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างพอร์ต All Star
อ่านเพิ่มเติม แนะนำพอร์ต All Star พอร์ตการลงทุนเชิงรุก ที่เข้าถึงได้ทุกคน
จุดเด่นพอร์ต All Star
- เน้นการลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 80-100% ผสานมุมมองระยะยาวและระยะสั้น พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
- จัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลกตามหลักการมืออาชีพ ใช้แนวคิด Black-Litterman วางแผนจัดวางสัดส่วนระยะยาว SAA เป็นแกน
- เสริมมุมมอง Tactical เพิ่มโอกาสจากความผันผวนระยะสั้น แสวงหาโอกาสส่วนเพิ่มจากความผันผวนระยะสั้น โดยไม่ทิ้งแกนสัดส่วนระยะยาว
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 50,000 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการจัดพอร์ตลงทุน
อ่านเพิ่มเติม รีวิวผลงานพอร์ต All Star ผลตอบแทนสะสม 22.2% นับตั้งแต่จัดตั้ง คว้าโอกาสเติบโตไปกับหุ้นโลก
พอร์ต All Star เน้นลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 80-100% ผสานมุมมองระยะยาวและระยะสั้น พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลกตามหลักการมืออาชีพ
🌟 เริ่มต้นสร้างแผน All Star ได้ที่ https://finno.me/port-all-star
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
- บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
