
สรุปกลยุทธ์การลงทุนประจำเดือนเมษายน 2026 Reiterate BUY ได้เวลาเข้าลงทุน ตลาดคลายความกังวล
ภาพรวมการลงทุนในเดือนเมษายนนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่ตลาดเผชิญความผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ในช่วงที่ผ่านมา แม้สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงมีความตึงเครียดอยู่บางส่วน แต่เราประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่สุดน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงการลดระดับความรุนแรง (De-Escalation) ส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ลดลง และเปิดโอกาสให้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจกลับมานำทิศทางตลาดอีกครั้ง
จากพัฒนาการที่ดีขึ้นนี้ เราจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่แนะนำให้ “ชะลอการลงทุน” เป็น “เข้าลงทุน” ในมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนในวิกฤตอิหร่าน ฉบับที่ 6 Reiterate Buy
ท่ามกลางภาวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงจากความกังวลเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น แต่เราพบว่าในหลายตลาดสำคัญยังคงถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Earnings Revision) ขึ้น ส่งผลให้ระดับราคาเทียบกับกำไร (Valuation) มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคกำไรที่ยังไม่ถูกทำลายจากปัจจัยมหภาค

สรุปมุมมองรายสินทรัพย์
หุ้นสหรัฐอเมริกา ปรับเพิ่มมุมมองเป็น Slightly Positive จาก Neutral
- ปัจจัยมหภาคยังสนับสนุนทั้งภาคการผลิตและบริการที่แข็งแกร่ง รวมถึงนโยบาย Nearshoring จาก NSS 2025 หนุนการเติบโตระยะยาวและอุตสาหกรรมในประเทศ แรงกดดันจาก Fed ลดลงหลังแถลงว่าจับตาผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลางและอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ประมาณการกำไรถูกปรับขึ้นจากหุ้นกลุ่มเทคฯ และพลังงาน สวนทางกับ Valuation ที่ลดลงสู่ระดับค่าเฉลี่ย ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน KF-US-PLUS-A
หุ้นยุโรป คงมุมมอง Slightly Positive
- แม้แนวโน้มเศรษฐกิจถูกกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลต่อเงินเฟ้อ แต่ประมาณการกำไรตลาดยังถูกปรับขึ้นตามหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่กลุ่มการเงินมี Upside จากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ด้าน Valuation ลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และยังมีปัจจัยหนุนจากการประกาศซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026 ที่สูงเกือบครึ่งหนึ่งของปี 2025 ทั้งปี
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน ES-EG-A
หุ้นญี่ปุ่น คงมุมมอง Slightly Positive
- แม้ P/E ของ TOPIX จะอยู่ที่ระดับ +1 S.D. แต่ประมาณการกำไรยังคงถูกปรับขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มการเงินซึ่งมีน้ำหนักราว 18% ของดัชนี และได้แรงหนุนจาก BoJ ที่ยังคงส่งสัญญาณ Hawkish จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
- นอกจากนี้ ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างจาก Shunto ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องในระดับที่ไม่เคยเห็นมากว่า 20 ปี สินเชื่อธนาคารที่เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง Post-GFC และการเริ่มมี Positive Real Yield เป็นครั้งแรก
- ด้าน Corporate Governance ยังคงเร่งตัวและเห็นผลเป็นรูปธรรม จำนวน Activist Investors เพิ่มขึ้น, M&A Deal ขยายตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ TSE เริ่ม Reform ในปี 2023 ขณะที่จำนวน Delisting ยังเร่งตัวขึ้นในปีนี้ และ Share Buyback ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนว่าบริษัทจดทะเบียนถูกกดดันให้ปรับปรุง Shareholder Return อย่างต่อเนื่อง
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน ASP-NGF
หุ้นจีน A-Shares ปรับเพิ่มมุมมองเป็น Neutral และ H-Shares เป็น Slightly Positive
- ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาดสะท้อนจาก Citi Economics Surprise Index ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี การบริโภคเริ่มฟื้นตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ตามนโยบายรัฐ แม้ภาคเอกชนขนาดกลาง-เล็กยังเปราะบาง นอกจากนี้จีนยังได้รับผลกระทบจำกัดจากราคาน้ำมันเนื่องจากมีสัดส่วนการใช้ EV และพลังงานทางเลือกสูง
- แนะนำ Selective Buy กองทุน FP CNGLOV (AI Hardware) และทยอยสะสม KFCHINA-T10PLUS-A (H-share)
หุ้นอินเดีย คงมุมมอง Slightly Positive
- Valuation ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยคาดการณ์ GDP ปีงบประมาณ FY2026 เติบโตแข็งแกร่งที่ 7.45% (เพิ่มขึ้นจาก 6.3% ในปีก่อนหน้า) อัตราเงินเฟ้อ (CPI) คาดว่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 3-4% ภายในปลายปี ขณะที่การเติบโตของกำไร (Earnings growth) ยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและเศรษฐกิจ
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน TISCOINA-A / B-BHARATA
หุ้นเกาหลีใต้ ปรับลดมุมมองเป็น Neutral จาก Slightly Positive
- แม้การส่งออก Semiconductor จะโตแรงถึง 164% YoY จากดีมานด์ HBM ที่แข็งแกร่ง แต่เริ่มเห็นสัญญาณความท้าทายจากฐานที่สูงและ DRAM Spot Price ที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง 2 เดือน รวมถึงรายได้ของ Server ODM ที่ชะลอตัว ซึ่งอาจกดดันดัชนี KOSPI เนื่องจากมีความสัมพันธ์ (Correlation) กับราคา DRAM สูง
- คงสัดส่วนกองทุน SCBKEQTG
หุ้นไทย คงมุมมอง Slightly Positive
- ได้รับแรงหนุนจาก FDI ในกลุ่ม Data Center และ AI Infrastructure ผ่านมาตรการ Thailand FastPass และ BOI Fast Track ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น “คนละครึ่งพลัส” ขณะที่ Valuation ยังถูกและให้ Dividend Yield ที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน TISCOHD-A ซึ่งเน้นลงทุนหุ้นปันผลสูง
หุ้นเวียดนาม ปรับลดมุมมองเป็น Slightly Positive จาก Positive
- เวียดนามเข้าสู่ช่วงการปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญที่มุ่งปลดล็อกการลงทุนและยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ภาคธนาคารยังมีเสถียรภาพแม้สินเชื่อเติบโตสูง ด้านการส่งออกเริ่มชะลอตัวลงหลังจากเร่งตัวแรงในช่วงที่ผ่านมา และมีปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์เงินทุนไหลเข้าหลังการเข้าสู่ดัชนี FTSE EM ด้านค่าเงินดอง ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือทิศทางดอกเบี้ยของ Fed หาก Fed สามารถลดดอกเบี้ยได้ จะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินดอง เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยจะกว้างขึ้นทำให้การถือเงินดองน่าสนใจกว่า แต่หากราคาน้ำมันยังสูงจน Fed ต้องชะลอการลดดอกเบี้ย ค่าเงินดองจะยังถูกกดดันต่อ
- แนะนำกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A / KT-VIETNAM-A / KKP VGF-UI*
*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน
หุ้น Emerging Market คงมุมมอง Slightly Positive
- ในเดือนนี้ปรับมุมมองเกาหลีใต้ลงจาก Slightly Positive เป็น Neutral จากสัญญาณเตือนระยะสั้นด้าน DRAM Spot Price และ Server ODM ที่ชะลอตัว ขณะที่ปรับมุมมองจีน H-share ขึ้นเป็น Neutral to Slightly Positive หลังตัวเลขเศรษฐกิจดีกว่าคาดต่อเนื่องและ Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ สำหรับไต้หวันยังคงมุมมองเชิงบวก หนุนโดยบทบาทที่ขาดไม่ได้ในห่วงโซ่การผลิตชิป AI โดยเฉพาะ TSMC ที่ยังเป็นแกนกลางของ AI Infrastructure โลก
- แนะนำทยอยสะสมตามมุมมองรายประเทศข้างต้น
หุ้นเทคโนโลยี คงมุมมอง Slightly Positive
- Valuation กลับมาน่าสนใจหลังการปรับฐานในเดือนมีนาคม การใช้งาน AI ที่ขยายตัวเป็นวงกว้างส่งผลบวกต่อกลุ่ม Semiconductor ขณะที่กลุ่ม Software เริ่มตั้งหลักได้หลังความกังวลในตลาดเริ่มคลี่คลาย แนะนำกระจายการลงทุนไปยังหุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ
- แนะนำทยอยสะสมกองทุน TISCOAI / B-INNOTECH
ตราสารหนี้โลก ปรับเพิ่มมุมมองเป็น Neutral จาก Slightly Negative
- US Bond yield อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาสู่ ~4.4% จากความคาดหวังด้านแนวโน้มนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดจากภาวะ Risk-off ที่ลดลง โดยคาดว่า Bond yield 10 ปี จะยังไม่ปรับตัวลงเร็วๆ นี้ ด้าน High Yield Bond เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นจาก Credit Spread ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่าช่วง Reciprocal tariff
- แนะนำคงสัดส่วน หรือเลือกลงทุนกองทุน Active Management เช่น K-GDBOND-A(A)
ตราสารหนี้ไทย ปรับลดมุมมองเป็น Slightly Negative จาก Neutral
- การลดดอกเบี้ยของ กนง. น่าจะสิ้นสุดแล้ว โดย กนง. ระบุว่า 1% เป็นระดับที่เพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบกนง.ตั้งไว้ โดยจะกลับมาเป็นบวกผ่านราคากลุ่มขนส่งประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจดันราคาอาหารขึ้นอีก จากสถิติในอดีต เมื่อ กนง. ลดดอกเบี้ยจนสิ้นสุดรอบ Bond yield มักปรับตัวขึ้นอีก นอกจากนี้ fund flow ของกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวยังคงไหลออกต่อเนื่อง
- คำแนะนำลด Duration โดยออกจากกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวอย่าง KFAFIX-A และย้ายไปกองที่ duration สั้นลงหรือมี inflation protection
- ลด Duration แนะนำ KKP MP ซึ่งเป็นกอง money market ที่จะได้รับผลกระทบจำกัดเมื่อ yield ปรับตัวขึ้น
- เพิ่ม Inflation Protection แนะนำ KTILF ซึ่งเป็นกองพันธบัตรรัฐบาลชดเชยเงินเฟ้อ (inflation-linked bond) ที่จะได้ประโยชน์โดยตรงหากเงินเฟ้อไทยเร่งตัวขึ้นจากทั้งราคาน้ำมันที่ยังสูงและราคาอาหารที่อาจปรับขึ้นตาม
ทองคำ คงมุมมองเป็น Slightly Positive
- แม้จะมีแรงเทขายจากธนาคารกลางตุรกีและนักลงทุนรายย่อยผ่าน Gold ETF แต่ยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อของจีนและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
- แนะนำทยอยสะสม K-GOLD-A(A) / A-RING
น้ำมัน คงมุมมอง Neutral
- ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนตามข่าวความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่จะยังไม่ลดลงกลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุการณ์เนื่องจาก สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความตึงเครียดต่อ แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน เริ่มลดระดับลง
- แนะนำ Trading ระยะสั้น กองทุน K-OIL
ดาวน์โหลดฟรี!
“สไลด์มุมมองการลงทุนเมษายน 2026”
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


