
Real Bond Yield ทั่วโลก กำลังพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี ต้นทุนการกู้ยืมแพงก้าวกระโดด ท่ามกลางการเติบโตของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI แต่ก็ยังเอาตลาดหุ้นไม่ลง
ตลาดการเงินกำลังเผชิญสัญญาณเตือนใหม่ เมื่อ Real Bond Yield หรือผลตอบแทนพันธบัตรหลังหักเงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ สะท้อนว่าต้นทุนการกู้ยืมที่แท้จริงของรัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลระบุว่า Real Yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ขยับเข้าใกล้ 3% สูงสุดในรอบ 18 ปี ขณะที่ Real Yield ของพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษและเยอรมนีอายุ 10 ปี ก็อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี
แรงกดดันครั้งนี้ไม่ได้มาจากธนาคารกลางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน ทั้งรัฐบาลที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
โดยเฉพาะ Alphabet, Amazon และ Meta ที่ออกหุ้นกู้รวมกันเกือบ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ มากกว่าสองเท่าของทั้งปี 2025 ซึ่งทำให้รัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ต้องแข่งขันกันแย่งเงินทุนจากนักลงทุน และนักลงทุนจึงเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตร
อีกด้านหนึ่ง การใช้งบประมาณภาครัฐที่สูง ราคาพลังงาน และการลงทุน AI ที่กำลังเร่งตัว ก็กำลังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางหลายแห่งอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น
ปัญหาคือ Real Yield ที่สูงขึ้นกำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของตลาด
เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับด้วยเงินเฟ้อสูงขึ้น นักลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน Discount Rat ที่สูงขึ้น ก็ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตลดลง โดยเฉพาะหุ้น Growth และหุ้นเทคโนโลยีที่มี Valuation สูง
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นยังไม่ยอมลง
แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจที่ยังมีความยืดหยุ่น และความคาดหวังว่าการลงทุน AI จะสร้างการเติบโตและกำไรจำนวนมหาศาลในอนาคต
นี่จึงกลายเป็น ศึกระหว่าง Real Yield กับ AI Growth
ด้านหนึ่ง Yield ที่สูงขึ้นกำลังกดดัน Valuation และเพิ่มต้นทุนเงินทุน แต่อีกด้านหนึ่ง AI กำลังสร้างความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไร จนตลาดหุ้นยังสามารถดูดซับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม หาก Real Yield เดินหน้าขึ้นต่อจนเริ่มกระทบการกู้ยืม การลงทุน และการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ AI อาจไม่สามารถชดเชยต้นทุนเงินที่สูงขึ้นได้ตลอดไป

