
1.) Performance Review 2025

2.) Regime State ในปัจจุบัน
2.1) All World Index Regime State
แถบสีเขียวขวาสุดแสดงให้เห็นว่า Global Equity Regime ปัจจุบันยังคงสถานะ “Bull Market” อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีการพักตัวช่วงต้นปี 2025 (โซนสีแดง) แต่ดัชนีสามารถดีดกลับทำ New High ได้ต่อเนื่อง
Implication: สัญญาณทางเทคนิคยืนยันว่า “โมเมนตัมยังอยู่” การถอนตัวออกจากตลาดหุ้นทั้งหมดจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง เราจึงต้องคงน้ำหนักในส่วน Aggressive Growth (Sector) เอาไว้เพื่อเกาะเทรนด์นี้ไปให้สุดทาง
2.2) Gold Regime State
กราฟ Gold Index ก็แสดงสถานะ “Strong Bull Regime” (แถบสีเขียว) ควบคู่ไปกับหุ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน
Implication: ปกติทองคำมักถูกมองเป็นแค่ตัวกันชน (Buffer) ที่อาจฉุดผลตอบแทนรวม แต่ในรอบนี้ Correlation ของ Momentum มาพร้อมกันทั้งหุ้นและทอง
3.) Bar Bell Strategy
ปัจจุบัน Global Equity Regime ยังคงอยู่ในทิศทาง “Bull Market” แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณ “High Valuation” ในหลายตลาดหลัก แม้ Momentum ของการเติบโต (Growth Outlook) จะยังคงมีอยู่ แต่ระดับราคาที่สูงขึ้นทำให้ Risk/Reward เริ่มตึงตัว
ในสภาวะที่ “จะถอยก็เสียโอกาส จะบุกเต็มตัวก็กลัวความสูง” ผมใช้ Quant Model และเพิ่มมุมมองส่วนตัวเข้าไป จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์สู่ “Barbell Strategy” (กลยุทธ์คานน้ำหนักสองขั้ว) เพื่อปิดความเสี่ยง Downside ในขณะที่ยัง Capture Alpha จาก Mega Trend ได้อย่างเต็มที่
4.) Portfolio Rebalancing Highlights
ผมยังคงยึดกรอบการบริหารแบบ Core & Satellite แต่ปรับน้ำหนักเพื่อตอบรับโจทย์ Barbell ดังนี้
1. Core Portfolio: Underweight (ปรับลดน้ำหนักลงเหลือ 25%)
- Action: ลดสัดส่วน World Index ES-WDEQ และ Global Value Index SCBGVALUE(A) ลง
- Rationale: การถือ Broad Market อาจให้ Upside ที่จำกัดเมื่อเทียบกับ Downside Risk เราจึงลดน้ำหนักส่วนนี้เพื่อกระจายเม็ดเงินไปยังส่วนที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่า (High
- Growth) และส่วนที่ปลอดภัยกว่า (Deep Defense)
2. Satellite Portfolio: Aggressive Tilt (เพิ่มน้ำหนักเป็น 45%) เน้นการลงทุนใน Sector ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว (Idiosyncratic Risk) และ High Growth Story
- Semiconductor & Global Tech: ยังคง Overweight เพื่อรับกระแส AI Infrastructure ที่ยังเป็นขาขึ้น
- China Technology: เพิ่มสัดส่วนในฐานะ Value Play (Deep Valuation Discount) เพื่อหวัง Mean Reversion
- Defense (DAOL-DEFENSE): ผมจัดวาง Position นี้เป็น “Growth with War Risk Hedge” คือมองเป็นหุ้นเติบโตจากงบประมาณความมั่นคงทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่
Hedge ความเสี่ยงสงคราม (War Risk) ไปในตัว หากเกิดความขัดแย้งรุนแรง กองนี้จะช่วยพยุงพอร์ตได้สวนทางกับตลาดรวม
3. Hedging Portion: Maintain Defensive Wall (คงสัดส่วน 30%) ในขณะที่ข้างหน้าบุกหนัก ข้างหลังต้องแน่นหนา เราใช้สินทรัพย์ที่เป็น Uncorrelated Assets
- Gold: ป้องกันความเสี่ยงหางเลข (Tail Risk) และภาวะเศรษฐกิจถดถอย
- Market Neutral: สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ไม่ขึ้นกับทิศทางตลาด เพื่อลด Portfolio Volatility โดยรวม
กลยุทธ์ Global Aggressive Hybrid ชุดนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดขาขึ้นที่ราคาแพง (Expensive Bull) โดยการ “Selectivity” เลือกตัวเล่นที่เติบโตจริง และ “Protection” กันเงินสดส่วนหนึ่งไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เป็นการสร้างสมดุลให้พอร์ตสามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ แม้ในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูงครับ
5.) Portfolio Composition Analysis: เจาะลึกโครงสร้างแบบ Barbell
เมื่อถอดรหัสพอร์ตโฟลิโอใหม่ตามลักษณะของสินทรัพย์ (Asset Style) เราจะเห็นภาพของกลยุทธ์ Barbell ที่ชัดเจนที่สุด โดยน้ำหนักการลงทุนถูกเทไปที่ “สินทรัพย์เติบโต” และ “สินทรัพย์ป้องกัน” ในขณะที่ลดน้ำหนักหุ้นตลาด (Blend) ลงจนเหลือส่วนน้อยที่สุด เปรียบเสมือนด้ามจับของดัมเบลครับ
1. Growth Portion (35%) – ฝั่งรุกหวังผลเลิศ
- สัดส่วนนี้ประกอบด้วยหุ้นกลุ่ม Technology, Semiconductor และ Defense
- Role: ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการสร้าง Alpha หรือผลตอบแทนส่วนเกิน โดยอาศัยแรงส่งจาก Mega Trends และ Story เฉพาะตัวของแต่ละอุตสาหกรรม
2. Defensive & Hedging Portion (55%) – ฝั่งรับและปราการหลัง
- เราให้น้ำหนักรวมกันเกินครึ่งพอร์ต! แบ่งเป็น Defensive Stocks 25% (Healthcare, Global Value) และ Hedging 30% (Gold, Market Neutral)
- Role: เป็นฐานที่มั่นสำคัญ เพื่อลด Drawdown ในยามตลาดผันผวน การมีสัดส่วนนี้สูงช่วยให้เรา “กล้าเสี่ยง” ในฝั่ง Growth ได้อย่างสบายใจขึ้น
3. Blend/Market Portion (10%) – ด้ามจับดัมเบล
- เหลือสัดส่วนเพียง 10% ในกองทุนดัชนีทั่วโลก (Index World)
- Role: คงไว้เพื่อรักษา Exposure กับตลาดโดยรวมเล็กน้อย แต่ลดบทบาทลงเพราะมองว่าการเคลื่อนไหวตามตลาด (Beta) อาจให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการเลือกราย Sector ในช่วงนี้
สัดส่วน 35% (Growth) : 10% (Blend) : 55% (Defensive+Hedge) สะท้อนปรัชญาการลงทุนแบบ “Aggressive yet Conservative” คือรุกฆาตในจุดที่แม่นยำ แต่ก็ไม่ลืมใส่เกราะป้องกันที่หนาแน่นครับ
Global Aggressive Hybrid Portfolio พอร์ตการลงทุนที่ผสมผสานกองทุนแบบ Active และ Passive กระจายลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://port.finnomena.com/plan-select/plans/guruport-hyb
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
- ES-WDEQ
- K-USXNDQ-A(A)
- SCBGVALUE(A)
- KFHEALTH-A
- SCBSEMI(A)
- B-INNOTECH
- SCBTECHA
- DAOL-DEFENSE
- SCBGOLD
- SCBGEARA
บทความโดย WealthGuru สำหรับพอร์ต Global Aggressive Hybrid ที่ Finnomena Funds เท่านั้น ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2025
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทําให้ผู้ลงทุน ขาดทุนหรือได้รับกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | บางกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


