
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตรียมแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตลาดฟันธงล่วงหน้า 100% ว่าคณะกรรมการ FOMC จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไป โดยความสนใจหลักในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขดอกเบี้ย แต่อยู่ที่ว่านี่อาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้ายของนายเจอโรม พาวเวลล์ ในฐานะประธาน Fed ก่อนส่งไม้ต่อให้ผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่
สถานการณ์เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% มานานถึง 5 ปี ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดยัง “เหนียวหนืด” อยู่ที่ระดับ 3% ซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ ทะยานสูงขึ้นอีกครั้ง ปัจจัยเหล่านี้บีบให้ Fed ยังไม่สามารถเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้
โรเจอร์ เฟอร์กูสัน อดีตรองประธาน Fed เห็นว่าตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ แต่ภารกิจคุมเงินเฟ้อยังมีงานต้องทำอีกมาก เช่นเดียวกับนักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน แซคส์ ที่คาดว่าถ้อยแถลงหลังการประชุมจะเน้นย้ำความกังวลต่อเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด และไม่มีการเปลี่ยนทิศทางนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสียงส่วนใหญ่จะยังเห็นพ้องให้ “เหยียบเบรก” นโยบายไว้ก่อน
ประเด็นที่สร้างความคลุมเครือคือการเปลี่ยนผ่านผู้นำ โดยนายเควิน วอร์ช ถูกวางตัวเป็นตัวเต็งที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากพาวเวลล์ในเดือนพฤษภาคม การส่งสัญญาณนโยบายในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จึงอาจลดความสำคัญลง เนื่องจากตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับวิสัยทัศน์ของประธานคนใหม่ที่จะเริ่มบทบาทตั้งแต่การประชุมเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจ ปูมหลังทางการเมืองและการสอบสวนภายในเรื่องการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ Fed ยังเป็นตัวแปรที่พาวเวลล์ระบุว่ามีผลต่อวันก้าวลงจากตำแหน่ง แม้การโอนย้ายคดีสอบสวนจะช่วยลดแรงกดดันและเปิดทางให้การรับรองตำแหน่งของนายวอร์ชราบรื่นขึ้น แต่พาวเวลล์ยังไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าพร้อมก้าวลงจากตำแหน่งทันทีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้พาวเวลล์จะพ้นจากตำแหน่งประธาน แต่เขายังมีสิทธิ์เลือกดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ” ต่อไปจนครบวาระในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจนถึงขณะนี้เขายังไม่เคยส่งสัญญาณแผนการที่ชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ตึงเครียด การแถลงข่าวสัปดาห์นี้จึงถูกมองว่าเป็นเสมือน “ถ้อยแถลงอำลา” ของผู้นำ Fed ที่มีบทบาทร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
อ้างอิง: CNBC