บอร์ด SET เสนอปลุกหุ้นไทย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ และเป็นหนึ่งในบอร์ดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสนอแนวทางเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดหุ้นไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญผลักดันตลาดหุ้นไทยให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

1. เสนอให้ยกเว้นภาษีเงินปันผลสำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นไทยนานเกิน 1 ปี

2. ให้วงเงินลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนตรงในตลาดหุ้นไทย จำนวน 500,000 บาทต่อปี หากคงเงินลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่สามารถซื้อขายสับเปลี่ยนตัวหุ้นได้

3. สนับสนุนการลงทุนในกองทุน Thai ESG คนละ 300,000 บาท เหมือนเดิมต่อไป แต่ให้ต่ออายุแบบถาวร เพื่อไม่ให้กลายเป็นระเบิดเวลาเหมือนกองทุน LTF

4. ดึงเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทประกันชีวิต โดยลดค่าความเสี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้นไทย จาก 25% เหลือ 10% เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเพิ่มน้ำหน้กในตลาดหุ้นไทย

5. สร้างแรงจูงใจให้องค์กรภายใต้การบริหารของภาครัฐ เช่น ประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

นายไพบูลย์ มองว่า ปัญหาหลักของตลาดหุ้นไทย คือมีนักลงทุนระยะสั้นมากเกินไป นอกจากทำให้ตลาดผันผวนสูงแล้ว ยังทำให้ราคาหุ้นไม่สะท้อนมูลค่าระยะยาวของกิจการเท่าที่ควร โดยเป็นอุปสรรคใหญ่ในการระดมทุน

ปัจจุบันนักลงทุนระยะสั้นที่ Trading คาดว่ามีสัดส่วนสูงถึง 70-75% ของมูลค่าซื้อขาย ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีสภาพเหมือน trading market มากกว่าตลาดเพื่อการลงทุนระยะยาว จึงน่าเป็นห่วงมากขึ้น ถ้าตลาดหุ้นยังไม่สามารถกลับมาทำหน้าที่แหล่งระดมทุนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในระยะยาว จึงจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ อีกจำนวนมาก

ตลอด 6 เดือนแรกของปีนี้ เม็ดเงินระดมทุนทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยเหลือแค่ 2.3 หมื่นล้านบาท และยังไม่มีการระดมทุน IPO ในกระดาน SET แม้แต่บริษัทเดียว เทียบกับช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น และมีนักลงทุนระยะยาวจำนวนมาก เช่น ระหว่างปี 2556 ถึง 2565 การระดมทุนในตลาดหุ้นไทยรวมตลาดแรกและตลาดรอง มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ย 3 แสนล้านบาทต่อปี บางปีระดมทุนเกือบ 5 แสนล้านบาท