
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมา เพื่อเริ่มต้นการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยทรัมป์ประกาศชัดเจนก่อนออกเดินทางว่า วาระหลักที่เขาต้องการผลักดันคือเรื่องการค้าและการจัดตั้งสภาการค้าใหม่ (Board of Trade) เพื่อจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ แม้ว่าโลกกำลังจับตาบทบาทของจีนต่อวิกฤตสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สามและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกอย่างรุนแรงในขณะนี้
ในการตอบคำถามสื่อมวลชน ณ ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้ลดระดับความสำคัญของประเด็นสงครามอิหร่านลง โดยระบุว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเขามองว่าสหรัฐฯ “ควบคุมสถานการณ์อิหร่านได้เป็นอย่างดีแล้ว” พร้อมย้ำว่าอิหร่านมีทางเลือกเพียงสองทางคือ ยอมตกลงทำสัญญาใหม่กับสหรัฐฯ หรือต้องเผชิญกับการถูกทำลายล้าง ซึ่งท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของทรัมป์ที่จะแสดงจุดยืนที่เหนือกว่าก่อนเข้าสู่โต๊ะเจรจา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจกุมความได้เปรียบในศึกครั้งนี้ เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านและเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลเตหะราน ซึ่งทำให้จีนมีอิทธิพลอย่างสูงในการช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ จีนยังถือไพ่ตายอย่าง “แร่หายาก” (Rare Earth) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกที่สหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นความมั่นคงอย่างไต้หวันยังคงเป็นโจทย์หินที่ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญ โดยสี จิ้นผิง ได้เคยเตือนทรัมป์ให้ระมัดระวังเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน หลังจากสหรัฐฯ อนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นหารือ รวมถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างกรณีการคุมขัง จิมมี่ ไหล นักธุรกิจสื่อชื่อดังในฮ่องกง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ปักกิ่งมองว่าเป็นเส้นตายที่ไม่ยอมให้มีการก้าวล่วง
ในการเยือนครั้งนี้ ทรัมป์ยังได้พานักบริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ทั้งจากกลุ่มเทคโนโลยี อวกาศ และเกษตรกรรมเข้าร่วมคณะเดินทางด้วย โดยนักเศรษฐศาสตร์แนะนำให้จับตาดู “3B” คือ ถั่วเหลือง (Soybeans), เนื้อวัว (Beef) และเครื่องบินโบอิ้ง (Boeing) ซึ่งทรัมป์ต้องการให้จีนเพิ่มปริมาณการซื้อเพื่อช่วยลดตัวเลขขาดดุลการค้า ในขณะที่จีนเองก็ต้องการเรียกร้องให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการจำกัดการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูง
อ้างอิง: Bloomberg