แจ้งเตือน

บริหารความเสี่ยง สร้างโอกาส สู่อิสระภาพทางการเงิน

เขียนโดย Nurse Investor

การลงทุนในหุ้นของพยาบาลวิชาชีพ มนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เป้าหมายในการลงทุนในตอนนั้นแค่อยากมีรายได้เสริม เล็กเล็กน้อยน้อย  จึงสนใจลงทุนหุ้นเป็นงานอดิเรก คู่ไปกับการทำงานประจำ เริ่มอ่านหนังสือและศึกษาเกี่ยวกับการการลงทุนด้วยตัวเองอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก

ที่เลือกลงทุนในหุ้นเพราะเชื่อว่าหุ้นให้ผลตอบแทนมากที่สุดเทียบกับการลงทุนใน asset อื่น ถ้าเราสามารถลงทุนนานเกิน 10 ปีขึ้นไปได้ หุ้นเป็นตัวเลือกที่จะสร้างความมั่งคั่งให้เราได้ในอนาคตได้  จากวันนั้นถึงวันนี้ การลงทุนได้ให้ประสบการณ์มากมากมาย เคยมีคนเคยกล่าวไว้ว่าถ้าอยากประสบความสำเร็จ ให้เรียนรู้จากคนที่สำเร็จแล้ว หนึ่งในนั้นคือ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ไอดอลของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่ตัวเองยึดเป็นแนวทางในการลงทุน และการใช้ชีวิต นำมาปรับใช้ให้เหมาะกับสไตส์การลงทุนของตัวเอง ไม่เล่นหุ้นปั่น เลือกหุ้นพื้นฐานดี เลือกหุ้นที่เรารู้จักสินค้า และเคยใช้บริการ  คิดว่าการซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจดีดี และเชื่อในพลังดอกเบี้ยทบต้น นำเงินที่ได้จากเงินปันผลไปลงทุนต่อ ค่อยค่อยสะสมหุ้นไปเรื่อย เรื่อย มุ่งมั่น และศรัทธาในแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่เลือก

สำหรับตัวเองใช้เวลา 6 ปีเต็ม port การลงทุนเล็กเล็กในวันนั้น ค่อยค่อยโตขึ้นเป็นเลขหลักล้าน เงินล้านแรกเขาว่ายากที่สุด จริงค่ะ แต่ถ้าเราทำได้ล้านต่อไปจะมาเอง ความรู้สึกตอนนั้น ทำให้เรามั่นใจว่าเราได้เดินมาถูกทางแล้ว ไม่ได้รวยเร็ว แต่คิดว่าในอนาคตเงินปันผลจากหุ้น จะเป็น passive income เลี้ยงเราได้ ยังไม่ได้ลงทุนเก่ง  แต่ชอบ และสนุกในการพัฒนาตัวเองในการลงทุนในทุกทุกวัน  เพราะการลงทุนแนวนี้ ไม่ได้ทำให้เรารวยเร็ว รวยเปลี่ยนชีวิต แต่เชื่อว่าทำให้เรารวยได้ รวยแบบยั่งยืน และเสี่ยงน้อยถ้าเราบริหารความเสี่ยงดีดี

ในการดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัย สิ่งที่พยาบาลต้องทำอยู่เสมอคือ พัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลาให้ทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเรียนรู้ควบคู่กันไปคือ คือ การบริหารความเสี่ยงในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทั่วไป หรือ ความเสี่ยงในการดูแลผู้ป่วยเฉพาะโรค พวกเราจะถูกสอนให้คาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือ worst case scenario เพื่อให้เรามีมุมมอง มองความเสี่ยงได้กว้างขึ้น เพื่อให้เราเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ดี  ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมแผนในการดูแล การทบทวนแผน เตรียมคนเตรียมทีม เตรียมเครื่องมือแพทย์ เตรียมยา เตรียมเวชภัณฑ์  เพื่อดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัย และเมื่อมีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น เราสามารถตั้งรับ และสามารถจัดการได้โดยไม่ติดขัด หลังจากนั้นสิ่งที่เราต้องทำต่อคือ ทบทวนกระบวนการทำงานของเรา มองหาจุดผิดพลาด และหาวิธีแก้ไข ปิดจุดอ่อน เพื่อพัฒนากระบวนการดูแลให้ดียิ่งขึ้น  หรือแม้แต่โรคอุบัติใหม่ อย่าง COVID -19

ที่หลายคนกลัว แต่สำหรับพยาบาลวิชาชีพอย่างพวกเรา ถึงเรารู้ว่าเสี่ยงมากแค่ไหน แต่เราก็มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการ ได้  ด้วยองค์ความรู้  ทักษะ และ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา  

ในด้านการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนก็เช่นกัน ประโยคที่คุ้นหูใครหลายคนคือ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการลงทุน การลงทุนในตลาดหุ้น มีความเสี่ยงหลายอย่างที่นักลงทุนจะต้องเจอ แต่สำหรับพยาบาล พวกเราเคยชินกับการทำงานกับความเสี่ยงมาตลอดชีวิต จึงไม่ได้กลัวความเสี่ยงในตลาดหุ้น แต่กลับเชื่อว่าเราสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ ด้วยความรู้และกลยุทธ์ที่ถูกต้องในการลงทุน  เริ่มจากก่อนเริ่มลงทุนกันเงินออมไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเผื่อไว้ 6 เดือน สำรองไว้ในกรณีขาดรายได้หรือรายได้ลดลงจากจากการทำงาน เราจะได้ไม่ต้องรีบขายหุ้นเพื่อนำเงินมาใช้ และนำเงินเย็นที่เราออมไว้มาลงทุน เพราะในกรณีตลาดหุ้นตกหนัก จะได้ไม่จำเป็นต้องรีบขายหุ้น  หลังจากเตรียมเงินแล้วเราจะต้องเตรียมความรู้ในการลงทุน ถ้าเราอยากเป็นนักลงทุนระยะยาว เราจะต้องชัดเจน และศรัทธาในแนวทางที่เลือก ไม่เผลอไปเล่นหุ้นปั่น ต้องเลือกหุ้นที่เราเข้าใจธุรกิจ เคยใช้สินค้าและบริการ  การเลือกหุ้นเองจากความชอบและความเข้าใจจะทำให้เราอดทนถือหุ้นยาวได้ เพราะการถือหุ้นยาวนานได้นานกว่า 10 ปี เท่ากับลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาหุ้นได้

การพัฒนาความรู้ในการเลือกหุ้นก็สำคัญมาก เพราะวิธีการที่เราใช้เลือกหุ้นใน 5 ปี ที่แล้ว อาจใช้ไม่ได้กับการเลือกหุ้นในสถานการณ์ที่โลกเปลี่ยนไวเหมือนในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้น เราจะต้อง up date ความรู้ของเราตลอดเวลา ต่อไปเป็นการเลือกวิธีการลงทุน ที่เหมาะกับตัวเอง เลือกลงทุนแนวสะสมหุ้นหรือ DCA  เพราะไม่ต้องใช้เงินเริ่มต้นจำนวนมา คู่กับการรอซื้อหุ้นในภาวะวิกฤติ เพราะเราจะได้หุ้นที่มีส่วนต่างความปลอดภัย เลือกหุ้น 4-5 บริษัท เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง โดยให้หุ้นที่เลือกกระจายหลายอุตสาหกรรม ตามคำกล่าวของวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับโลกว่า “เราไม่ควรเอาไข่ใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” เพราะถ้ามีความผิดพลาดในการลงทุน เราจะได้ไม่สูญเสียเงินลงทุนไปทั้งหมด และกระจายไปลงทุนในบ้านเช่าคู่กันไป เพื่อกระจายความเสี่ยง ของเงินลงทุน สุดท้ายต้องทบทวน การลงทุนของเราเสมอ เพื่อมองหาข้อผิดพลาดนำมาแก้ไข ปิดจุดอ่อน นำมาพัฒนากระบวนการลงทุนของเรา หาสไตส์ที่เสี่ยงน้อยที่สุดใบแบบที่เหมาะกับเรา และ เราสบายใจในการลงทุน  วันนี้ถึงแม้ยังไม่ได้มีอิสระภาพทางการเงินแต่เดินมาได้มากกว่าครึ่งทางแล้ว  และยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนและการทำงานประจำต่อไป

ขอบคุณอาชีพพยาบาลที่มาของรายได้ให้เราได้ทำตามความฝัน ในวันที่ดอกเบี้ยเงินฝากน้อยนิด ผู้หญิงธรรมดาอย่างเรานี้แหละทำได้ และทำได้ดีด้วย

ส่งต่อเรื่องราวการเงินการลงทุนของคุณ

อ่่านเรื่องราวอื่นๆ