
เวียดนามกำลังกลายเป็นดาวเด่นทางเศรษฐกิจของเอเชีย ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น กลายเป็นจุดหมายของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้หลายคนเริ่มมองเวียดนามว่าเป็น “เสือตัวใหม่แห่งเศรษฐกิจเอเชีย”
บทความนี้จึงรวบรวม 11 หุ้นเวียดนามที่น่าจับตามอง เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง แต่ยังมีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต และอาจเป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเวียดนามพุ่งทะยานสู่เวทีโลก
1. Vingroup Joint Stock Company (VIC)
กลุ่มบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดย Pham Nhat Vuong และเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีขนาดธุรกิจคิดเป็นสัดส่วนราว 2.6% ของ GDP เวียดนาม
ปัจจุบัน VinGroup ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านบริษัทในเครือมากกว่า 20 แห่ง ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การค้าปลีก การเดินทาง ไปจนถึงสุขภาพ การศึกษา และเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น
- Vinhomes – ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ครอบคลุมบ้าน อพาร์ตเมนต์ วิลล่า และโครงการขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
- Vincom – ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้า ภายใต้แบรนด์ Vincom Center, Vincom Mega Mall, Vincom Plaza และ Vincom+
- VinBus – ผู้ให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า มุ่งยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- VinFa – ธุรกิจด้านยา อาหารเสริม วัคซีน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล
- VinFast – แบรนด์รถยนต์สัญชาติเวียดนามรายแรกที่ก้าวสู่ตลาดโลก โดยมุ่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า
- Vinpearl – ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 5 ดาว มาตรฐานระดับสากล มีเครือข่ายมากกว่า 45 แห่งทั่วประเทศ
- Vinschool – องค์กรด้านการศึกษาที่ไม่แสวงหากำไร ครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
- VinWonders – ธุรกิจสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ หนึ่งในผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- VinMec International Hospital – เครือโรงพยาบาลมาตรฐานสากล ให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการในทุกด้าน
- VinUniversity – มหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร มุ่งพัฒนาบุคลากรคุณภาพระดับโลก
- VinES – บริษัทด้านการวิจัยและผลิตแบตเตอรี่ขั้นสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
2. Vinhomes Joint Stock Company (VHM)
บริษัทพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งการพัฒนาและจำหน่ายโครงการที่อยู่อาศัย การให้เช่าอาคารสำนักงาน ตลอดจนบริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รวมถึงงานรับเหมาก่อสร้าง การให้คำปรึกษา ออกแบบ และการควบคุมโครงการก่อสร้าง
Vinhomes มีบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนามให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลเมืองสำคัญ ผ่านการวางผังโครงการอย่างเป็นระบบ ผสานความกลมกลืนกับธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกในอนาคต ตัวอย่างโครงการของ Vinhomes เช่น
- Vinhomes Gardenia – โครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกการ์ดิเนีย เน้นบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สงบ ผ่อนคลาย และใกล้ชิดธรรมชาติ ภายในโครงการประกอบด้วยบ้านหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และอพาร์ตเมนต์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน
- Vinhomes Central Park – โครงการระดับแลนด์มาร์กที่ได้แรงบันดาลใจจาก Central Park ในนิวยอร์ก พัฒนาเป็นเมืองขนาดใหญ่ครบวงจร โดดเด่นด้วยอาคาร Landmark 81 ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเวียดนาม
- Vinhomes Dong Khoi – โครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางนครโฮจิมินห์ สะท้อนภาพลักษณ์การอยู่อาศัยระดับ Luxury และเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
- Vinhomes Marina – โครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสานองค์ประกอบของน้ำเข้ากับพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืน
3. Vietnam Technological and Commercial Joint Stock Bank (TCB)
ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 เป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของเวียดนามที่ให้บริการทางการเงินครบวงจร ทั้งสำหรับบุคคลทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ อีกทั้งยังขยายบริการไปต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
สำหรับลูกค้าบุคคล ธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน ไปจนถึงบัญชีเงินตราต่างประเทศ ใบรับฝากเงิน สินเชื่อรถยนต์ บ้าน และสินเชื่อเพื่อการบริโภค บัตรเครดิตและบัตรเดบิต บริการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมถึงประกันภัยบ้าน รถ สุขภาพ และประกันสุขภาพกลุ่มสำหรับธุรกิจ
สำหรับลูกค้าองค์กร Techcombank มีบริการครอบคลุมทั้งบริการชำระเงิน การจัดการสภาพคล่อง การนำเข้า-ส่งออก และการค้าภายในประเทศ รวมถึงสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนระยะกลางและระยะยาว และบริการดิจิทัลแบงก์กิ้ง อีกทั้งยังมีบริการทางการเงินและการลงทุนที่หลากหลาย เช่น การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ พันธบัตร และผลิตภัณฑ์อนุพันธ์
4. Vietnam Prosperity Joint Stock Commercial Bank (VPB)
ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 ภายใต้ชื่อเดิมว่า Vietnam Joint Stock Commercial Bank for Private Enterprises ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Vietnam Prosperity Joint Stock Commercial Bank (VPBank) ในปี 2010
VPBank เป็นหนึ่งในกลุ่มการเงินชั้นนำของเวียดนาม นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากกว่า 30 ล้านราย ทั้งบุคคลทั่วไป ธุรกิจ และนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีกระแสรายวัน บัญชีออมทรัพย์ เงินฝากประจำ สินเชื่อทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน สินเชื่อบ้านและรถยนต์ ตลอดจนบริการบัตรเดบิตและเครดิต
นอกจากนี้ VPBank ยังให้บริการทางดิจิทัล โดยผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับบริการทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะดวก รวดเร็ว และครบถ้วน เช่น e-Banking, Internet Banking, บริการ Tap & Pay รวมถึงบริการการชำระเงินผ่าน Payment Gateway และบริการทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น Trade Finance การนำเข้าและส่งออก ตลอดจนบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ อาทิ โอนเงินระหว่างธนาคาร Western Union การจ่ายเงินเดือน แลกเปลี่ยนสกุลเงิน การตรวจสอบเงินต่างประเทศ และบริการชำระภาษี
วิสัยทัศน์ของ VPBank คือการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามธนาคารใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และติดอันดับ 100 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมมุ่งนำเสนอบริการทางการเงินที่แตกต่าง เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง
5. Military Commercial Joint Stock Bank (MBB)
สถาบันการเงินชั้นนำในเวียดนาม จากจุดเริ่มต้นในปี 1994 ที่มีเพียงสาขาเดียวและพนักงานไม่กี่สิบคน MB ได้พัฒนาและต่อยอดธุรกิจจนกลายเป็น Financial Ecosystem ที่ครอบคลุมบริการทางการเงินทุกมิติ ตั้งแต่การออม การลงทุน สินเชื่อ ไปจนถึงการบริหารความมั่งคั่งและการประกันความเสี่ยง โดยดำเนินงานผ่านบริษัทในเครือ ได้แก่
- MB Securities เชื่อมลูกค้าเข้าสู่ตลาดทุน ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ และเข้าถึงโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ได้อย่างสะดวก
- MB Fund Management ดูแลการบริหารกองทุนรวม ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในกองทุนอย่างเป็นระบบ
- MB Asset Management มุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน
- MB Shinsei Finance รุกตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ตอบโจทย์ลูกค้ารายย่อยที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- Military Insurance ผู้นำด้านประกันวินาศภัยในเวียดนาม เน้นการคุ้มครองที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์ หรือประกันสุขภาพ
- MB Ageas Life Insurance ผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Ageas จากเบลเยียม เพื่อให้บริการด้านประกันชีวิต
6. Hoa Phat Group Joint Stock Company (HPG)
กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตชั้นนำในเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 ในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง และค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ท่อเหล็ก เหล็ก เครื่องทำความเย็น อสังหาริมทรัพย์ และเกษตรกรรม ปัจจุบัน Hoa Phat มีการดำเนินธุรกิจใน 5 กลุ่ม ผ่านบริษัทย่อยในเครือทั่วประเทศ ได้แก่
- เหล็กและเหล็กกล้า – ผลิตเหล็กก่อสร้าง เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กเส้น เหล็กม้วน บิลเล็ต ด้วยเทคโนโลยีเตาหลอมแบบปิดที่ทันสมัย
- ผลิตภัณฑ์เหล็ก – ผลิตท่อเหล็ก เหล็กชุบสังกะสี ลวดเหล็กรีด ลวดเหล็กอัดแรง และอื่น ๆ โดยให้บริการทั้งตลาดเหล็กในประเทศ รวมถึงส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศแคนาดา ญี่ปุ่น และยุโรป
- เกษตรกรรม – ดำเนินธุรกิจด้านการเลี้ยงสุกรและสัตว์ปีก การแปรรูปเนื้อสัตว์ ตลอดจนการผลิตอาหารสัตว์ ปุ๋ย และอุปกรณ์การเกษตร
- อสังหาริมทรัพย์ – พัฒนาและสร้างอาคารที่พักอาศัย โครงการนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงอาคารสำนักงานสำหรับให้เช่าและขาย
- เครื่องใช้ในบ้าน – ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เช่น ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้านและสำนักงาน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ
Hoa Phat ประกอบธุรกิจด้านการผลิตเหล็กเป็นหลัก โดยคิดเป็นกว่า 90% ของรายได้และกำไรทั้งหมด ด้วยกำลังการผลิตเหล็กดิบสูงถึง 15 ล้านตันต่อปี พร้อมกับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเหล็กมาอย่างยาวนาน ทำให้ Hoa Phat เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในเวียดนามสำหรับเหล็กก่อสร้างและท่อเหล็ก
7. FPT Corporation (FPT)
ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดยเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ภายใต้ชื่อ The Food Processing Technology Company ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น The Corporation for Financing and Promoting Technology หรือ FPT ในปี 1990 และค่อย ๆ พัฒนาและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม
FPT ได้ต่อยอดการเติบโตด้วยการสร้างระบบนิเวศภายใต้แนวคิด “Made by FPT” ที่ครอบคลุมทั้งบริการ ผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรและธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ที่ให้บริการในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่
- เทคโนโลยี (Technology) – ให้บริการโซลูชันดิจิทัลสำหรับบริการสำหรับการเงินและการธนาคาร และบริการด้านสุขภาพ ผลิตแผงวงจรขนาดเล็ก (microcircuit) ขายปลีกคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในเวียดนามและทั่วโลก พร้อมทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากกว่า 16,000 คน ให้บริการผ่านเครือข่ายสาขาและบริษัทในเครือเพื่อยืนเคียงข้างองค์กรด้วยโซลูชันและบริการที่เหมาะสม
- โทรคมนาคม (Telecommunication) – ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำในเวียดนาม มุ่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้บริการที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท เช่น FPT Internet ให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยแพ็คเกจที่หลากหลาย, FPT Television ให้บริการโทรทัศน์ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์, iOT/Smart Home เป็นต้น
- การศึกษา (Education) – ขยายธุรกิจไปสู่ภาคการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบผ่าน FPT Education มีเป้าหมายในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสูงออกสู่ตลาดแรงงาน โดยเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงโปรแกรมฝึกอบรมนักศึกษาต่างชาติ และโปรแกรมการฝึกอบรมระยะสั้นสำหรับองค์กร
อ่านเพิ่มเติม รู้จัก FPT บริษัทไอทีใหญ่สุดของเวียดนามที่ ดร.นิเวศน์ ต้องไปเห็นกับตา
8. Ho Chi Minh City Development Joint Stock Commercial Bank (HDB)
HDBank ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์แบบหุ้นร่วมทุนแห่งแรกของเวียดนาม ให้บริการทางการเงินและธนาคารที่ครบวงจรแก่บุคคล ธุรกิจ และนักลงทุน ตลอดกว่า 30 ปีของการดำเนินงาน HDBank เติบโตอย่างมั่นคงจนกลายเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศ โดยให้บริการลูกค้ามากกว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2018 หุ้น HDB ของ HDBank ถูกนำขึ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ HOSE และก้าวเข้าสู่ 20 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดอย่างรวดเร็ว การเข้าจดทะเบียนครั้งนี้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ หุ้น HDB ยังถูกจัดให้อยู่ในดัชนี VN30 ซึ่งเป็น 30 หุ้นที่มีมูลค่าตลาดและสภาพคล่องดีที่สุด
HDBank มีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลาย ตั้งแต่บัญชีเงินฝาก บัตรเครดิตและบัตรเดบิต ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อผู้บริโภค ไปจนถึงบริการทางการเงินสำหรับองค์กร เช่น การบริหารเงินสด การชำระเงินระหว่างประเทศ และบริการด้านตราสารอนุพันธ์ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริการออนไลน์ครบวงจร ทั้งอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง โมบายแบงก์กิ้ง และ SMS แบงก์กิ้ง
HDBank มุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ธนาคาร การเงิน ค้าปลีก ผู้บริโภค ไปจนถึงสายการบิน ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มลูกค้าและภูมิภาค พร้อมลงทุนในเทคโนโลยี 4.0 เพื่อนำเสนอบริการที่ทันสมัยและมีคุณภาพ
9. Mobile World Investment Corporation (MWG)
ผู้นำธุรกิจค้าปลีกแบบ Multi-category อันดับ 1 ของเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Omni-channel ผสานหน้าร้านและช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกรวมกว่า 5,000 สาขาทั่วประเทศ
นอกจากเครือข่ายร้านค้าปลีกหน้าบ้านแล้ว MWG ยังมีธุรกิจที่เข้ามาเสริมทั้งบริการหลังการขาย ระบบโลจิสติกส์ และคลังสินค้า รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศผ่านการร่วมทุนในอินโดนีเซีย ทำให้ทั้งระบบนิเวศของ MWG ทำงานเชื่อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเครือข่ายร้านค้าปลีกหลากหลายแบรนด์ที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม เช่น
- Dien May Xanh – เชนค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในบ้านอันดับ 1 ของเวียดนาม ก่อตั้งในปี 2010 มีเครือข่ายกว่า 2,000 สาขา จำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ระดับโลกด้วยราคาที่แข่งขันได้และระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
- Bach Hoa Xanh – เชนค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค เน้นจำหน่ายอาหารสด ผัก ผลไม้ และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน เน้นความสะดวกในการเข้าถึง และการบริหารซัพพลายเชนที่ช่วยคงความสดใหม่ของสินค้า
- TopZone – เปิดตัวในปี 2021 ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple ทั้ง iPhone, iPad, Mac และอุปกรณ์เสริมลิขสิทธิ์แท้ จนกลายเป็นเชนอันดับ 1 สำหรับสาวก Apple ในเวียดนาม
- thegioididong.com – ผู้นำตลาดค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์เทคโนโลยี ก่อตั้งในปี 2004 ปัจจุบันมีสาขากว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดดเด่นด้วยการบริการที่เป็นมืออาชีพและนโยบายหลังการขายที่ครองใจผู้บริโภค
- EraBlue – ธุรกิจร่วมทุนที่ก่อตั้งในปี 2022 ระหว่าง Dien May Xanh และ Erafone ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของอินโดนีเซีย ปัจจุบัน EraBlue ก้าวขึ้นเป็นเชนค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในอินโดนีเซีย ทั้งในด้านรายได้และจำนวนสาขา
- An Khang – เครือข่ายร้านขายยาชั้นนำ จำหน่ายยา อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และเวชสำอางของแท้ ทั้งสาขาหน้าร้านและผ่านแอปพลิเคชัน
อ่านเพิ่มเติม Mobile World จากร้านขายมือถือ สู่เสาหลักค้าปลีกเวียดนาม
10. Vietnam Dairy Products Joint Stock Company (VNM)
Vinamilk เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายในรูปแบบค้าส่งและค้าปลีก ก่อตั้งขึ้นในปี 1976 ในฐานะรัฐวิสาหกิจ ก่อนจะพัฒนาและต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ชั้นนำของเวียดนามในปัจจุบัน
จากจุดเริ่มต้นที่มีโรงงานเพียง 3 แห่งในเวียดนาม Vinamilk ได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนมีฟาร์มโคนมและโรงงานที่ทันสมัยหลายแห่งทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ พร้อมวางโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การแปรรูป ไปจนถึงการจัดจำหน่าย
Vinamilk มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ผ่านสินค้ามากกว่า 250 รายการ ครอบคลุมทั้งนมสด นม UHT นมผง นมข้นหวาน โยเกิร์ตพร้อมดื่มและโยเกิร์ตแบบถ้วย ไอศกรีม ชีส อาหารสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์สำหรับสตรีตั้งครรภ์และทารก อาหารเสริมสำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกอย่างนมถั่วเหลือง นมข้าว และนมจากพืช ตลอดจนเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น กาแฟบรรจุขวด น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์
นอกจากการจำหน่ายภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์ของ Vinamilk ยังถูกส่งออกไปจำหน่ายในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น ตะวันออกกลาง กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย อีกทั้งยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์ โลจิสติกส์ การค้าสินค้าอาหารและวัตถุดิบ ตลอดจนการสนับสนุนด้านเทคนิคในกระบวนการทำฟาร์มและการเพาะพันธุ์
11. Fortune Vietnam Joint Stock Commercial Bank (LPB)
หนึ่งในผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรของเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 เดิมใช้ชื่อ Lien Viet Post Joint Stock Commercial Bank ก่อนเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันในเดือนกรกฎาคม 2024 มุ่งให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการทั้งบุคคลและธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจในเวียดนามอย่างยั่งยืน
สำหรับลูกค้ารายบุคคล LPBank มีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลาย ครอบคลุมบัญชีกระแสรายวัน บัญชีคู่สกุลเงิน บัญชีออมทรัพย์ และสินเชื่อต่าง ๆ เช่น สินเชื่อระยะสั้นสำหรับการผลิตและธุรกิจ สินเชื่อผ่อนชำระ บ้าน โครงการบ้าน การสร้างหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย รถยนต์ สินเชื่อเพื่อการบริโภคทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน สินเชื่อด้านเกษตรและพัฒนาชนบท สินเชื่อเพื่อการลงทุนและพัฒนาต้นมะคาเดเมีย รวมถึงสินเชื่อเพื่อการเกษียณอายุ นอกจากนี้ธนาคารยังมีประกันชีวิตและประกันวินาศภัย บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเติมเงิน บริการชำระเงินภายในประเทศ การโอนเงินระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และบริการอื่น ๆ
สำหรับลูกค้าองค์กร ธนาคารมีผลิตภัณฑ์ฝากเงินและสินเชื่อหลากหลาย เช่น สินเชื่อระยะสั้น การรีไฟแนนซ์ สินเชื่อสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง สินเชื่อเพาะชำต้นมะคาเดเมีย และสินเชื่อเพื่อซื้อและแปรรูปถั่วมะคาเดเมีย รวมถึงบริการการเงินการค้า บริการค้ำประกันทั้งในและต่างประเทศ และบริการดิจิทัลแบงก์กิ้งสำหรับลูกค้ารายย่อย
ลงทุน 11 หุ้นเวียดนามตัวท็อป ผ่านกองทุน TOP11VNM
หากต้องการเป็นเจ้าของ 11 หุ้นเวียดนามชั้นนำเหล่านี้โดยไม่ต้องเลือกเอง กองทุนเปิด ท็อป 11 เวียดนาม (TOP11VNM) คือคำตอบ!
กองทุนเปิด ท็อป 11 เวียดนาม หรือ TOP11VNM มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม เน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงและมีสภาพคล่องดี เพื่อสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสกุลเงินเวียดนามดอง (VND)
กองทุนบริหารเชิงรุก (Active management) คัดเลือกหุ้นเวียดนามจำนวน 11 บริษัท ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักของประเทศและมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เน้นค้นหาหุ้นคุณภาพสูงที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาว ปรับสมดุลน้ำหนักและทบทวนรายชื่อหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้พอร์ตการลงทุนสอดคล้องกับสภาวะตลาดและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน
- กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – เสี่ยงสูง
- นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
- นโยบายค่าเงิน: ไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 1 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.605%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.605% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.0223% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 09/02/2026
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.finnomena.com/fund/TOP11VNM
อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน TOP11VNM เจาะลึก 11 หุ้นเวียดนาม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต
สนใจกองทุน TOP11VNM เติบโตไปพร้อม 11 หุ้นเวียดนามชั้นนำ
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
