
นักลงทุนในตลาดออปชันส่งสัญญาณว่า มูลค่าตลาด (Market Cap) ของ Nvidia อาจแกว่งตัวขึ้นหรือลงรุนแรงถึง 3.55 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 13 ล้านล้านบาท) หลังรายงานผลประกอบการในวันพุธนี้ ตัวเลขดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่ามูลค่าหุ้นรายตัวของบริษัทในดัชนี S&P 500 ถึง 90% สะท้อนว่าตลาดตลาดยังคงมองบวกต่อยักษ์ใหญ่ชิป AI รายนี้อย่างท่วมท้น แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมองหาเครื่องมือเข้ามาปกป้องกำไร
ราคาออปชันระบุว่า หุ้น Nvidia มีแนวโน้มเคลื่อนไหวรุนแรงราว 6.5% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งแม้จะสูงกว่าการคาดการณ์รอบงบเดือนกุมภาพันธ์ที่ 5.6% แต่หากเทียบกับสถิติในอดีตยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการเหวี่ยงตัวปกติที่ 7.6% ตามข้อมูลจาก ORATS ชี้ว่าตลาดเริ่มมองผลประกอบการของ Nvidia ด้วยความสงบมากขึ้น แม้จะมีความกังวลสะสมว่ารายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ด้าน AI ของบิ๊กเทคอาจเริ่มไม่ยั่งยืน
ข้อมูลจาก Susquehanna พบการเข้าซื้อสัญญา Call Options จำนวน 25,000 สัญญา เดิมพันว่าหุ้น Nvidia มีโอกาสทะยานแตะ 260 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 16% ภายในสองสัปดาห์ นักวิเคราะห์ระบุว่าสัดส่วนสัญญาออปชันเปลี่ยนทิศทางชัดเจน จากเดิมที่เคยยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อประกันขาลง (Put) กลับกลายเป็นการยอมจ่ายพรีเมียมเพื่อเข้าร่วมในขาขึ้น (Call) แทน ดันยอดเดิมพันขาขึ้นของหุ้นเทคฯ พุ่งจากจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเดือนมีนาคม สู่จุดสูงสุดในรอบ 5 ปีช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความร้อนแรงของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ นักลงทุนเริ่มล็อกความเสี่ยง (Hedging) และขายทำกำไร (Profit-taking) ในหุ้นชิปตัวอื่นรวมถึงกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้อง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าความคาดหวังต่อ Nvidia ถูกยกเพดานขึ้นสูงมาก โดยปีนี้หุ้น Nvidia บวกขึ้นมาแล้ว 19% ขณะที่ดัชนีชิปฟิลาเดลเฟีย (SOX) พุ่งทะยานถึง 57% ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ดำเนินมาเกือบ 12 สัปดาห์ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ
สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาดูอย่างใกล้ชิดในงบงวดนี้ คือสัญญาณบ่งชี้อุปสงค์กลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยอดใช้จ่ายของกลุ่มคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) อัตรากำไร (Margins) และตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการ (Forward Guidance) ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าตลาดหุ้นสายเทคโนโลยีจะสามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นจากกระแส AI นี้ต่อไปได้หรือไม่
นักวิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นพื้นที่ลงทุนที่มีความหนาแน่นสูง (Crowded Area) ตลาดออปชันในเวลานี้จึงส่งสัญญาณชัดเจนว่า แม้นักลงทุนจะพร้อมใจกันไล่ราคาขาขึ้นของหุ้นผู้นำอย่าง Nvidia แต่ในทางกลับกัน ก็เริ่มทยอยล็อกกำไรและปิดความเสี่ยงในหุ้นชิปทางเลือกตัวอื่น เพื่อป้องกันความผันผวนหากตัวเลขจริงไม่ได้เติบโตอย่างถล่มทลายตามคาด
อ้างอิง: Reuters