
วันที่ 8 มิ.ย. 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวลง 4.28% มาที่ระดับ 7,811.56 จุด ขณะที่ดัชนี TOPIX ของญี่ปุ่นปรับตัวลง 2.71% มาที่ระดับ 3,842.15 จุด ตามแรงขายในตลาดหุ้นโลก หลังดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลง 4.77% และ 2.64% ตามลำดับ จากความผิดหวังต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม AI Semiconductor และความกังวลว่าตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดอาจลดโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในระยะใกล้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4.5%
แรงกดดันหลักมาจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่ม Semiconductor ทั่วโลก หลัง Broadcom รายงานแนวโน้มรายได้จาก AI Chip ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด ส่งผลให้ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ร่วงกว่า 10% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 และลุกลามมายังตลาดเกาหลีใต้ที่มีสัดส่วนหุ้น Semiconductor สูง โดย Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับตัวลงกว่า 10% ระหว่างวัน ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker และหยุดการซื้อขายชั่วคราว 20 นาที หลังดัชนี KOSPI ร่วงมากกว่า 8% ในช่วงเปิดตลาด
อย่างไรก็ตาม Bloomberg รายงานว่านักลงทุนสถาบันทั่วโลกยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเป็นเชิงลบต่อหุ้นเกาหลีใต้ แต่เริ่มเพิ่มการทำ Hedging และลดความเสี่ยงหลังตลาดปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย KOSPI ยังคงมี Forward P/E เพียง 8.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 10 เท่า และต่ำกว่าตลาดไต้หวันที่ซื้อขายที่ประมาณ 20 เท่า ขณะที่ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนนอกกลุ่ม Samsung และ SK Hynix ถูกปรับเพิ่มจากราว 20% เมื่อต้นปีเป็นมากกว่า 50% ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ความกังวลสำคัญอยู่ที่ระดับ Margin Loan ที่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37.7 ล้านล้านวอน รวมถึงกระแสเก็งกำไรผ่าน Single-Stock Leveraged ETF ที่อ้างอิง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเคยมีสัดส่วนคิดเป็นกว่า 21% ของมูลค่าการซื้อขาย ETF ทั้งประเทศ สะท้อนความเปราะบางของตลาดหากเกิดแรงขายพร้อมกัน
Finnomena Funds ประเมินว่า การปรับฐานล่าสุดของตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นผลจากแรงขายทำกำไรและการลดความเสี่ยงหลัง AI Rally ที่ร้อนแรงมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน โดยแม้ระดับ Valuation ยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจและแนวโน้มการปรับเพิ่มประมาณการกำไรยังแข็งแกร่ง แต่การใช้ Leverage ที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มความผันผวนของตลาดในระยะสั้น จึงยังคงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นเกาหลีใต้
และแนะนำคงสัดส่วนการลงทุนในกองทุน SCBKEQTG เพื่อรอจังหวะการฟื้นตัวของวัฏจักร AI และ Semiconductor ในระยะถัดไป
ขณะที่ยังคงมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นญี่ปุ่น จากการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน การปฏิรูปธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ และแรงสนับสนุนจากเงินเฟ้อที่กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
โดยแนะนำทยอยสะสมกองทุน ASP-NGF สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว
จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299