การมาเยือนของ “ไวรัสโคโรน่า”: เมื่อโรคระบาดมา ตลาดหุ้นจะตอบสนองอย่างไร?

ตั้งแต่เปิดปี 2020 มาก็มีเรื่องใหญ่ๆ ที่กระทบกับตลาดหุ้นมากมาย ตั้งแต่การสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน ไล่มาจนถึงการเซ็นต์สัญญาการค้าเฟส 1 ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ลุ้นกันมานาน ในฝั่งของบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของเราก็มีฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาสร้างความตระหนกอีกครั้ง เท่านั้นยังไม่พอ ล่าสุดยังมีไวรัสชื่อใหม่อย่างโคโรน่ามาซ้ำเติมอีก

จากตอนแรกที่คิดว่าไวรัสนี้น่าจะจำกัดกลุ่มแค่เฉพาะในคนจีน ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วลามมาถึงประเทศไทย สร้างความหวาดหวั่นให้หลายๆ คน รวมถึงนักลงทุนที่เกรงว่าความกลัวครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น รึเปล่า?

บทความนี้ขอสรุปเนื้อหาจาก FINNOMENA LIVE เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งทีมงาน FINNOMENA ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ รวมถึงสถิติในอดีตสมัยโรค SARS และ MERS ระบาด ว่าส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง?

ต้นกำเนิดไวรัสโคโรน่า: เมืองอู่ฮั่น (Wuhan) ประเทศจีน

พิกัดเมืองอู่ฮั่น
ที่มา: Google Maps

ไวรัสเริ่มต้นระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรประมาณ 11 ล้านคน แต่มีเพียง 8.8 ล้านคนที่เป็นผู้อาศัยถาวร

อู่ฮั่น (Wuhan) เมืองประชากรหนาแน่น ติดสถานีรถไฟ เสี่ยงไวรัสกระจายตัว

ข้อมูลประชาชนของเมืองอู่ฮั่น เส้นสีฟ้าคือประชากรทั้งหมด เส้นสีดำคือผู้อาศัยถาวร
ที่มา: Bloomberg

ความน่ากลัวอยู่ตรงนี้ หากย้อนไปดูช่วงเทศกาลตรุษจีนปีที่แล้ว สถานีรถไฟกลางของเมืองได้ให้บริการผู้โดยสารกว่า 5.5 ล้านคน นับเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองก็ว่าได้ ซึ่งสถานีแห่งนี้ห่างจากตลาดอาหารทะเลที่เป็นจุดแพร่ระบาดเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น!

กลับมาที่ปีนี้ เราอาจสรุปได้ว่า ใครที่ป่วยตอนขึ้นรถไฟ ก็อาจไปเมืองอื่นแล้ว ง่ายต่อการกระจายตัวของไวรัสมากขึ้น

ทางรัฐเพิกเฉย จ่ายงบด้านวิจัยวิทยาศาสตร์ มากกว่าสาธารณสุข

การใช้จ่ายของภาครัฐ เส้นสีดำคือด้านสุขอนามัย เส้นสีฟ้าคือด้านวิทยาศาสตร์
ที่มา: Bloomberg

อีกสาเหตุหนึ่งที่เกิดไวรัสขึ้นในเมืองอู่ฮั่น เป็นเพราะเมืองมีความแออัดระดับหนึ่ง จนปีที่แล้วมีการร้องเรียนเรื่องสุขภาพอนามัยมาตลอดแถวๆ ตรงตลาดอาหารทะเล แต่งบประมาณกลับทุ่มลงไปกับ เรื่องเทคโนโลยีมากกว่าสุขอนามัย ไร้การตอบรับจากภาครัฐโดยสิ้นเชิง

อัตราการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า ณ ปัจจุบัน

แผนที่แสดงการกระจายตัวของเชื้อทั่วโลก
ที่มา: Bloomberg

ข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ 27 มกราคม 2563 มีรายงานผู้ติดเชื้อจำนวน 2,797 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 80 รายทั่วโลก โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดอยู่ในประเทศจีน และมีการกระจายตัวไปทั่วโลกแต่อยู่ในอัตราที่ไม่มาก โดยอยู่ที่จำนวนน้อยกว่า 10 ราย โดยประเทศอื่นๆนอกจากจีนที่พบผู้ติดเชื้อประกอบไปด้วย ประเทศแถบอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้เล็กน้อย ฝรั่งเศส ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และอื่นๆ

ย้อนอดีตไปดูผลกระทบของ SARS และ MERS ต่อเศรษฐกิจโลก

ในปี 2003 ไวรัส SARS ระบาดครั้งแรกในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ผลกระทบคือ GDP ฮ่องกง ติดลบไปประมาณ 2.5% ในขณะที่จีนลบไปประมาณ 1% ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นความกลัวของผู้คน เพราะเมื่อเกิดโรคระบาดทางรัฐจะมีมาตรการจำกัดพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ เช่น ให้ผู้คนอยู่แต่ในที่พักอาศัยของตนเท่านั้น ส่งผลให้คนไม่สามารถออกไปจับจ่ายใช้สอยอย่างที่เคยเป็น ไม่ออกไปเที่ยว การส่งออก (Export) ก็ย่อมหายไป

ผลกระทบของโรคระบาด SARS ต่อ GDP แต่ละประเทศ
ที่มา: Reuters

แต่ถึงอย่างนั้น เศรษฐกิจก็ดิ่งได้ไม่นานนะ แม้ช่วงที่ SARS ระบาด การค้าปลีกจีนจะลดลงแทบจะทันที แต่พอบอกว่าควบคุมได้แล้ว การจับจ่ายใช้สอยก็วิ่งกลับขึ้นมาทันทีเช่นกัน

การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจีน ลดลงช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ SARS
ที่มา: Reuters

ผลกระทบของ SARS และ MERS ต่อผู้คน

โรค MERS ระหว่างปี 2012 – 2015 มีผู้ติดเชื้อ 2,400 ราย มีอัตราผู้เสียชีวิตที่ 35%

ในช่วง 20 วันแรก โรค SARS มีผู้ติดเชื้อ 95 ราย และพุ่งขึ้นเป็น 8,000 รายในระยะเวลาต่อมา ส่วนของโคโรน่าในช่วง 20 วันแรกอยู่ที่ 219 ราย เห็นตัวเลขนี้แล้วสยองเลย เพราะดูแล้วแพร่กระจายรวดเร็วกว่า SARS จริงๆ

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

จำนวนผู้ที่ติดโรค SARS (สีเหลือง) และจำนวนผู้เสียชีวิต (สีดำ) แยกตามประเทศ
ที่มา: Reuters

ผลกระทบของ SARS และ MERS ต่อตลาดหุ้น

ตอนพบผู้ป่วย SARS รายแรก ตลาดหุ้นยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าไร จนกระทั่งทางรัฐบาลจีนรายงานสถานการณ์ต่อ WHO เท่านั้นแหละก็ทำให้ทั้งโลกรับรู้ถึง SARS หลังจากนั้นตลาดหุ้นดิ่ง ภายในประมาณ 1 เดือน โดย MSCI World ลบ 11% และใช้เวลาฟื้นตัว 1 เดือน

ทางด้าน Global Airline Index (หุ้นสายการบิน) ก็ลงไป 17% ใช้เวลา 61 วันกว่าจะฟื้นกลับมาที่จุดเดิมก่อนที่ WHO จะประกาศเรื่องโรค SARS

ผลกระทบของโรค SARS ต่อตลาดหุ้นในแต่ละช่วงเวลา
ที่มา: FINNOMENA

หันไปทางฝั่ง MERS ด้วยเพราะอัตราแพร่ระบาดที่ต่ำกว่า ตลาดเลยไม่ค่อยตอบรับ มีลบบ้างนิดหน่อย แล้วฟื้นตัวเป็นบวกทันที

ผลกระทบของโรค MERS ต่อตลาดหุ้นในช่วงเวลาต่างๆ
ที่มา: FINNOMENA

ตลาดหุ้นไทยโดนผลกระทบจากโรค SARS ลบไป 21% ขณะที่ MERS ลบไป 6%

ผลกระทบของโรค SARS และ MERS ต่อตลาดหุ้นไทย
ที่มา: FINNOMENA

สถานการณ์ CSI300 จนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่รู้เรื่องโรคระบาดวันที่ 31 ตอนนี้ลบมาแล้ว 4.76%

CSI300 หลังเจอผลกระทบของไวรัสโคโรน่า
ที่มา: Bloomberg

แล้วสถานการณ์ปัจจุบัน นักลงทุนควรทำอย่างไร?

นักลงทุนควรที่จะจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า ณ ปัจจุบันยังไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งหากเทียบกับสถานการณ์การระบาดในอดีตของโรค SARS และ MERS นั้น ผลกระทบที่มีต่อตลาดหุ้นนั้นขึ้นอยู่กับอัตราการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนั้นหากสถานการณ์สามารถควบคุมได้โดยเร็ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นดังเดิมได้เร็วขึ้น

สรุปโดยรวมถือว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่ายังเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบในระยะสั้น ส่วนในมุมมองระยะกลางถึงยาว ตลาดหุ้นยังมีความน่าสนใจอยู่

FINNOMENA Investment Team

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน