
รอบนี้เป็น Minor Rebalance ขยับเพียง 5% จาก Global Infrastructure ไปยัง Asia Semiconductor โดยโครงสร้างเดิมส่วนใหญ่ยังคงไว้ เหตุผลหลักคือ ตลาดยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง ทำให้สินทรัพย์บางกลุ่มอ่อนลง ขณะที่การลงทุนด้าน AI และ Semiconductor ยังเดินต่อ เราจึงลด Infrastructure จากระดับ Overweight และเพิ่ม Asia Semiconductor ในสัดส่วนจำกัด 5% เพื่อรับโอกาสการเติบโตโดยยังควบคุมความเสี่ยงของพอร์ต
สิ่งที่ปรับ

One-way Turnover = 5% | 95% ของพอร์ตยังคงเดิม
1) ทำไมจึงลด KKP GINFRAEQ-H จาก 15% เหลือ 10%
Global Infrastructure ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อและดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง เราจึงไม่ได้ขายออกจากพอร์ต แต่ลดน้ำหนักจาก 15% เหลือ 10% หลังจากกลุ่ม Infrastructure เริ่มอ่อนแรงลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น และดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นโครงสร้างพื้นฐานบางประเภท
อีกประเด็นที่สำคัญคือ KKP GINFRAEQ-H ลงทุนผ่านกองแม่ของ Lazard ซึ่งบริหารแบบ Active ดังนั้นผลการเคลื่อนไหวของ ETF หรือกองทุน Infrastructure อื่น ๆ ใช้เป็นเพียงภาพประกอบของกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ได้หมายความว่ากองแม่จะเคลื่อนไหวเหมือนกันทั้งหมด
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังลดลงได้ไม่เร็วพอที่จะทำให้ความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยหายไป โดย Headline PCE เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 3.7% YoY และ Core PCE อยู่ที่ 3.3% YoY ภาพนี้ทำให้เรายังต้องการ Infrastructure อยู่ในพอร์ต แต่ไม่จำเป็นต้องถือในระดับ Overweight 15% เหมือนเดิม
ในขณะเดียวกัน กองแม่ Lazard มีจุดแข็งจากการบริหารแบบ Active และมีประวัติสร้างผลตอบแทนเหนือ Benchmark ในหลายช่วง เช่น ปี 2025 ให้ผลตอบแทน 26.47% เทียบกับ Benchmark 13.41% ดังนั้นการปรับครั้งนี้จึงเป็น “ลดน้ำหนัก” มากกว่า “เลิกลงทุน” ใน Infrastructure
|
2) ทำไมจึงเพิ่ม Asia Semiconductor 5%
Semiconductor ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้างจาก AI Infrastructure, Data Center, HBM/Memory และอุปกรณ์การผลิตชิป โดยผลประกอบการล่าสุดของ NVIDIA ยังสะท้อนว่าความต้องการด้าน AI Compute ไม่ได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ
NVIDIA รายงาน Q2 FY2027 Revenue $96.2bn เพิ่ม 106% YoY และ Data Center Revenue $89.0bn เพิ่ม 117% YoY พร้อมให้ Q3 Revenue Guidance ที่ $108bn (+/-2%) ตัวเลขเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า AI Investment Cycle ยังเดินต่อ แม้ราคาหุ้นเทคโนโลยีบางส่วนจะผันผวนจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
สำหรับ Asia Semiconductor เราเลือกเพิ่ม A-ASEMI 5% เพื่อกระจายการลงทุนจาก US/Global AI Leaders ไปยังห่วงโซ่การผลิตชิปในเอเชีย ทั้ง Foundry, HBM/Memory, Equipment และ Packaging & Testing ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ AI Supply Chain เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม Asia Semiconductor เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก เราจึงกำหนดน้ำหนักไว้เพียง 5% ของพอร์ต เพื่อให้ได้โอกาสจากการเติบโต แต่ไม่ให้ Theme เดียวมีผลต่อความเสี่ยงของพอร์ตมากเกินไป
SCBSEMI(A) 10% + A-ASEMI 5% = Semiconductor Sleeve 15%
ดังนั้น Semiconductor Sleeve 15% จึงแบ่งเป็น SCBSEMI(A) 10% และ A-ASEMI 5% เพื่อกระจาย Exposure ภายใน Theme เดียวกัน และควบคุมสัดส่วน Asia Semiconductor ไว้ในระดับที่เหมาะสม
หลักคิดสำคัญคือ High Conviction ไม่จำเป็นต้องแปลว่า High Allocation โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
3) ทำไมยังคง A-GRID และ DAOL-DEFENSE ที่ 10%
A-GRID ยังคง 10% เพราะการลงทุนด้านระบบไฟฟ้า, Grid Modernization และความต้องการพลังงานจาก Data Center ยังเป็น Theme ระยะยาวที่สำคัญ แม้ระยะสั้นราคาจะอ่อนตัวและกลุ่มนี้มีความไวต่อดอกเบี้ยสูง จึงเหมาะกับสถานะ “ถือและติดตาม” มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักในตอนนี้
DAOL-DEFENSE ยังคง 10% เช่นกัน เพราะการใช้จ่ายด้านกลาโหมและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม Global Defense เริ่มชะลอตัวในระยะสั้น จึงยังไม่เพิ่มน้ำหนัก แต่คงไว้เป็นส่วนหนึ่งของการกระจาย Return Driver ของพอร์ต
4) ภาพตลาดปลายเดือน: Growth ยังอยู่ แต่ Value / Dividend เริ่มเด่นขึ้น
ภาพตลาดปลายเดือนยังไม่ใช่การย้ายเงินออกจาก Growth ทั้งหมด แต่เป็นการกระจายตัวของผู้นำตลาดให้กว้างขึ้น กลุ่ม Technology และ Asia Semiconductor ยังมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน ขณะที่ Value, Dividend และ Healthcare เริ่มแข็งแรงขึ้นพร้อมกัน
จึงมองว่านี่เป็นช่วง Broadening Leadership มากกว่าการ Rotation จาก Growth ไป Value แบบเต็มตัว
สำหรับ Global Aggressive Hybrid เราจึงยังคง Growth Theme ที่มีโอกาสเติบโต พร้อมรักษา Value และสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงไว้ในพอร์ต
5) Fed ยังไม่ผ่อนคลายเรื่องเงินเฟ้อ
สัญญาณจาก Jackson Hole สะท้อนว่า Fed ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และยังไม่ต้องรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพราะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังไม่ได้อ่อนแอมากพอที่จะต้องเร่งลดดอกเบี้ย
เมื่อเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ความเสี่ยงของดอกเบี้ยที่อยู่สูงนานกว่าคาดจึงยังมีอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายังต้องกระจายพอร์ตและไม่เพิ่มน้ำหนัก Growth มากเกินไป
ในอีกด้านหนึ่ง การลงทุนของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังขยายตัวอย่างมาก ทั้ง Data Center, Equipment และระบบที่เกี่ยวข้อง นี่เป็นเหตุผลที่เรายังเชื่อว่า AI Investment Cycle มีแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจจริง ไม่ได้เกิดจากเรื่อง Valuation เพียงอย่างเดียว
สำหรับพอร์ต เราจึงยังคง Semiconductor Sleeve รวม 15% แต่แบ่งเป็น SCBSEMI(A) 10% และ A-ASEMI 5% ขณะที่ A-GRID, Infrastructure, Gold และสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงอื่นยังคงมีบทบาทเพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน
6) ตลาดกลัวดอกเบี้ย แต่ยังไม่ได้เลิกเชื่อกำไรของ AI
ช่วงปลายเดือน Bond Yield สหรัฐฯ ขยับขึ้นใกล้ 4.75% หลังตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น หรืออาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้หุ้น Growth ผันผวนมากขึ้น เพราะนักลงทุนยอมจ่าย Valuation ที่ต่ำลงเมื่อดอกเบี้ยสูง
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการและการลงทุนด้าน AI ยังไม่ได้อ่อนลงตามราคาหุ้น การลงทุนใน Data Center, Compute, Memory และ Power Infrastructure ยังเดินต่อ ดังนั้นสิ่งที่ตลาดกำลังเผชิญในระยะสั้นคือ “ความกังวลเรื่องดอกเบี้ย” มากกว่า “การหายไปของกำไร AI”
กรอบของพอร์ตจึงง่าย ๆ คือ คง Growth ที่ยังมี Earnings Support แต่ไม่เพิ่มน้ำหนักมากเกินไป พร้อมถือ Value, Infrastructure, Gold และสินทรัพย์อื่นเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง
7) Discipline ในการปรับ Model Portfolio
Global Aggressive Hybrid เป็น Model Portfolio บน Finnomena เราจึงไม่ต้องการปรับพอร์ตถี่ตามข่าวรายวัน รอบนี้ใช้ข้อมูลปลายเดือนเป็นจุดตัดสินใจ และทำ Minor Rebalance เพียงครั้งเดียว โดยขยับเพียง 5% ขณะที่โครงสร้างพอร์ตส่วนใหญ่ยังคงเดิม
Current vs New Portfolio
Global Aggressive Hybrid Portfolio พอร์ตการลงทุนที่ผสมผสานกองทุนแบบ Active และ Passive กระจายลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://port.finnomena.com/plan-select/plans/guruport-hyb
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
- ES-WDEQ
- K-USXNDQ-A(A)
- SCBGVALUE(A)
- SCBSEMI(A)
- A-GRID
- A-ASEMI
- KKP GINFRAEQ-H
- DAOL-DEFENSE
- B-INNOTECH
- SCBGOLD
- SCBGEARA
บทความโดย WealthGuru สำหรับพอร์ต Global Aggressive Hybrid ที่ Finnomena Funds เท่านั้น ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2026
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทําให้ผู้ลงทุน ขาดทุนหรือได้รับกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | บางกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


