แจ้งเตือน

รีวิวประสบการณ์ไป Workshop ของ FINNOMENA ครั้งแรก

เขียนโดย เป๋าตุง

วันก่อนผมไปงาน Workshop ของ FINNOMENA มา (จริงๆก็ไม่ก่อนเท่าไหร่ ไปมาซักพักละตั้งแต่ 20 กุมภา) เป็นอีเวนต์ของ FINNOMENA อีเวนต์แรกที่ผมไปเข้าร่วม แต่ไม่ได้ไปในฐานะคนฟังครับ ไปในฐานะสตาฟจัดงาน

เดี๋ยวก่อน อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งรีบปิด ผมไม่ได้มาขายของ เอาจริงๆ ผมเพิ่งเข้ามาจอยทีมของ FINNOMENA เมื่อตอนต้นปี เพิ่งทำความรู้จักกับ FINNOMENA ได้ไม่นานเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นการแชร์มุมมองของคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานละกันนะครับ คนที่เข้ามาทำงานช่วงแรกๆที่ FINNOMENA เค้าจะให้ลองทำหลายๆอย่าง ดูว่าเราชอบแนวไหน งานราษฎร์งานหลวงผมเลยรับหมด ผมเลยหลวมตัวได้ไปเป็นสตาฟจัดงาน Workshop ด้วย

งานที่ผมไปคืองาน “1st Million ล้านไม่ยาก คุณก็ทำได้” จัดที่ JustCo Samyan เป็นงานปูพื้นฐานสำหรับคนอยากจะเริ่มลงทุนกองทุน หน้าที่สตาฟก็ไปนั่งโต๊ะลงทะเบียนรับแขกตามปกติ พอคนมาลงทะเบียนครบแล้วผมก็กะจะนั่งสบายๆข้างนอก ตอนแรกไม่ได้กะจะเข้าไปฟัง เพราะคิดว่ามันเป็นพื้นฐาน เราอ่านเรื่องการเงินการลงทุนมาพอสมควร น่าจะรู้อยู่แล้ว แต่พอดีมีพี่คนนึงที่ไปด้วยกันหันมาบอกว่า “เข้าไปฟังได้นะ” ไหนๆก็ไหนๆเลยได้เข้าไปนั่งฟังจนจบ

พอฟังเสร็จ กลายเป็นว่าผมคิดผิด อะไรที่เราคิดว่ารู้ดีแล้ว มันยังเหลืออะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะ พอนั่งฟังไปประมาณชั่วโมงครึ่ง รวมบรรยายรวมเวิร์คช็อปที่ให้สำรวจค่าใช้จ่ายตัวเอง กลายเป็นว่าเราได้ความรู้ใหม่ค่อนข้างเยอะ รู้สึกดีที่เปิดใจเข้ามาฟัง ไม่นั่งเฉยๆอยู่นอกห้อง

อย่างเรื่องการทำประกัน เด็กๆรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจประกัน เพราะคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเป็นอะไร เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอฟังแล้วต้องกลับมาคิดเรื่องการทำประกันใหม่เลย เค้าบอกว่าอย่ามองการทำประกันเป็นแค่การที่ถ้าเราเจ็บป่วยเราจะจ่ายเงินน้อยลง แต่ให้มองว่ามันเป็นการ “ป้องกัน” เงินที่เราอุตส่าห์เก็บสะสมมาไม่ให้หายไปกับเรื่องไม่คาดฝันต่างหาก แผนการลงทุนจะได้ต่อเนื่อง และไปถึงตามเป้าที่เราวางไว้

นอกจากเรื่องประกันก็มีเรื่องที่ได้ตกผลึกกับตัวเองอีกนิดหน่อย อย่างตอนทำเวิร์คช็อปให้สำรวจรายรับรายจ่ายของตัวเอง เค้าให้บันทึก “เงินลงทุนต่อเดือน” ในหมวดของรายจ่าย ไม่ได้เอามานับเป็นเงินเหลือเก็บต่อเดือน เพราะว่าถ้าเราไม่ได้รวมเอาเงินลงทุนไปเป็นรายจ่ายด้วย บางเดือนเราอาจจะช็อตแล้วก็เอาเงินส่วนที่เก็บไว้ลงทุนมาใช้ก่อนก็ได้ แล้วสุดท้ายก็ลงทุนได้ไม่สม่ำเสมอ แถมเงินเก็บก็ลดลง เพราะเราไม่ได้พยายามควบคุมการใช้เงินของเราให้เหมาะสมกับรายได้ของเรา ณ ตอนนั้น

สรุปข้อคิดที่ได้จากการไป workshop ครั้งนี้ก็คือ ให้ “เปิดใจ” อยู่เสมอ เปิดใจเรียนรู้กับทุกเรื่อง เรื่องอะไรที่เราคิดว่ารู้ดีอยู่แล้ว ก็ลองเปิดใจว่ามันอาจจะมีเรื่องอะไรที่เราไม่รู้อยู่อีก ยิ่งเรามีอีโก้เยอะเท่าไหร่ เราก็ยิ่งโง่ขึ้นเท่านั้น ใครที่ศึกษาเรื่องการลงทุนอยู่ก็เป็นกำลังใจให้นะครับ เพราะผมก็กำลังเรียนรู้อยู่เหมือนกัน

ส่งต่อเรื่องราวการเงินการลงทุนของคุณ

อ่่านเรื่องราวอื่นๆ