แจ้งเตือน

ก้าวแรก...การเงินแม่เลี้ยงเดี่ยว

เขียนโดย เศรษฐีวงใน

“รองเท้าคู่นี้…ราคาเท่าไหร่คะ?”

หากประโยคนี้ถูกถามเพื่อต้องการจ่ายเงินซื้อเลยในทันที ชีวิตก็คงไม่มีอะไรที่ซับซ้อนหรือต้องครุ่นคิดมากเป็นพิเศษ เนื่อง “การใช้จ่าย” เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองทางด้านอารมณ์นั่นเอง

ในทางกลับกัน…ถ้าประโยคนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกน้อยโดยลำพัง เบื้องหลังของเจ้าของคำถามนี้ คงเต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหว ไม่แน่ใจถึงการเงินในกระเป๋าอย่างแน่นอน

การที่จะรับผิดชอบชีวิตลูกน้อยไม่ใช่ภาระหนักของชีวิตเท่าไหร่ แต่การที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสารพัดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี่ล่ะเป็นเรื่องยากแสนสาหัสเหลือเกินสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว จริงไหมคะ?

เรื่องของหัวใจที่แตกร้าวต่างก็ไม่มีใครอยากให้เกิด ถ้าความรู้สึกต่างฝ่ายต่างไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ ก็เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องตัดสินใจแบบนี้ หากยังปล่อยให้อดีตเข้ามาทำร้ายความรู้สึกในวันนี้ ด้วยความรู้สึกท้อแท้เสียใจ  หมดพลัง อาจทำให้เราและลูกน้อยจมอยู่ห้วงทุกข์แบบนี้ ทั้งๆที่ชีวิตตอนนี้มีทางเดียว คือเราต้องเดินต่อไปข้างหน้าเท่านั้น

จากนี้เราก็ต้องหัดกลับมารับผิดชอบชีวิตตัวเองและลูกค่ะ ยิ่งการเงินในกระเป๋าแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเรา

เราก็ต้องตั้งสติมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว จะกิน จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ ยิ่งมีลูกมากกว่า 1 คน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ต้องคูณจำนวนหนูน้อยที่มีในสังกัดไปค่ะ

ก้าวแรกของการเป็น Super Single Mom ที่มีความมั่นคงทางด้านการเงินด้วยตัวเราเองนั้น ก่อนอื่นเลยต้องเริ่มจาก…

  1. หัดคิดและมองทุกอย่างในแง่บวก : ถึงแม้กระทั่งตอนนี้เงินในกระเป๋าเราอาจติดศูนย์อยู่ก็ตาม อาจจะดูยากสักนิดที่ต้องมองบวกไปซะทุกสิ่ง แต่สิ่งนี้จะช่วยในเราเข้มแข็งขึ้น เพราะอนาคตที่จะเดินไปต่อจากนี้อยู่ที่ศักพภาพในตัวเราเองเท่านั้นค่ะ เราอาจจะลืมไปว่า…เรื่องการเงินและเรื่องของใจคือเรื่องเดียวกัน  เมื่อใจเข้มแข็ง การเงินเราจะมั่นคงค่ะ

  2. ฉลาดใช้เงิน : หมายถึง คิดอย่างรอบคอบทุกการจ่ายออกไป นิสัยใช้เงินแบบเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ไม่ควรมี เพราะจะทำให้เรามีเรื่องต้องจ่ายออกมากขึ้นไปอีก หากนิยามชีวิตว่าคือการเลือก เราก็ต้องเลือกจ่ายในสิ่งที่คุ้มค่าและได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ถ้าเกรงว่าสติจะหลุดไปกับการรายจ่ายแบบนี้  เราควรทำบัญชีรายรับจ่ายร่วมด้วยค่ะ

  3. เปิดใจเรียนรู้การลงทุน : ไม่จำเป็นว่าไม่ได้มีเงินไปลงทุนแล้วจะเรียนรู้ไม่ได้ สิ่งนี้เราสามารถเริ่มได้เลย เพราะการเรียนรู้การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ   จะทำให้เราลงทุนอย่างถูกที่และถูกเวลาเมื่อเราพร้อมสำหรับวันนั้น ถ้าเราสามารถบริหารเงินก้อนเล็กได้ให้เติบโตได้ อนาคตข้างหน้าเมื่อเรามีเงินก้อนใหญ่ เราจะบริหารให้เงินก้อนนี้เติบโตได้เช่นกัน เพราะความสำเร็จสามารถทำซ้ำได้ค่ะ

  4. พัฒนาทักษะในการสร้างรายได้ โดยเริ่มที่ต้นทุน 0 บาท :  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเริ่มจากต้นทุนเท่านี้ เพราะแท้จริงแล้วเราทุกคนมีมูลค่าที่ไม่สามารถตีราคาได้ เพียงแต่เราคุ้นเคยกับการเสาะแสวงหาสิ่งที่อยู่ภายนอกกันมากกว่า ลองเริ่มหันกลับมาค้นหาความสามารถในตัวเอง ว่าเราถนัด หรือชอบอะไรที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้   และควรตระหนักว่าประสบการณ์ของแต่ละคนเราไม่สามารถเลียนแบบกันได้ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่เรามีและเราเป็นคนคนนี้

  5. เริ่มออมเงินอย่างมีวินัยขั้นเด็ดขาด : ในที่นี้คือเราต้องออมเงินอย่างมีวัตถุประสงค์ในทุกบัญชีที่ออม เช่น บัญชีออมสำหรับการศึกษาลูก บัญชีค่าใช้จ่ายในการเรียน เพื่อที่เราจะไม่นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ อย่าคิดเพียงว่า…ขอเอาออกมาใช้ก่อน เดี๋ยวค่อยออมใหม่ก็ได้ แบบนี้จะทำให้เราล้มเหลวในการออมเงินจากตัวเราเองไม่ใช่ใครอื่นใด ใจแข็งๆ ให้ถูกเรื่องเข้าไว้เพื่ออนาคตอันมั่งคั่งค่ะ

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนดีต่อเราทั้งนั้น จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสียงห่วงใยจากคนรอบข้างในเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เหตุผลของการเป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ของแต่ละบ้านต่างมีความคล้ายกันในสถานะที่ถูกเรียกว่า “คุณแม่” จากเด็กน้อยที่อยู่ข้างกาย จากนี้หัวใจที่ยิ่งใหญ่คงไม่มีอะไรมาหยุดได้ถ้าเราเห็นคุณค่าในตัวเอง ใช่ไหมคะ?

ส่งต่อเรื่องราวการเงินการลงทุนของคุณ

อ่่านเรื่องราวอื่นๆ