พาเปิดบัญชีซื้อกองทุนรวม กรอกไม่เกิน 15 นาที เทียบให้หมด ที่ไหนเปิดที่เดียวซื้อได้ทุกบลจ. บ้าง

มาจะกล่าวบทไป ตอนที่แล้วผมเล่าเรื่องว่ากองทุนคืออะไรในบทความ “คัมภีร์มหากาพย์ กองทุนรวม คืออะไร? มือใหม่อ่านที่นี่ ครบจบที่เดียว

ทีนี้ก็เริ่มมีคนสงสัยครับว่าถ้าจะลงทุนกองทุนเนี่ย ต้องไปลงที่ไหน อะไรยังไง เริ่มเปิดบัญชีอย่างไรดี ก็เลยจะมาสรุปคร่าวๆให้ฟังว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วจะลองพาไปเปิดกันออนไลน์เลย

พาเปิดบัญชีซื้อกองทุนรวม กรอกไม่เกิน 15 นาที เทียบให้หมด ที่ไหนเปิดที่เดียวซื้อได้ทุกบลจ. บ้าง

Highlights

1. เปรียบเทียบทุกแง่มุม เปิดบัญชีกองทุนที่ไหนดี ?

2. ลองพาไปเปิดบัญชีกับ FINNOMENA PORT ดู กรอกเต็มที่ไม่เกิน 15 นาที

เปรียบเทียบกันก่อนว่าจะเริ่มลงทุนกองทุน เปิดบัญชีที่ใดได้บ้าง

1. ธนาคาร/บล. (บริษัทหลักทรัพย์) ในเครือ

พาเปิดบัญชีซื้อกองทุนรวม กรอกไม่เกิน 15 นาที เทียบให้หมด ที่ไหนเปิดที่เดียวซื้อได้ทุกบลจ. บ้าง

ตัวเลือกแรกๆ ที่คนมักจะนึกถึง ปัจจุบันเกือบทุกธนาคารก็มักจะมีบริการให้นักลงทุนทุกท่านเข้าไปเปิดบัญชีกองทุนรวมได้ง่ายๆ เพียงแค่เดินเข้าไปที่สาขาธนาคารและแจ้งความประสงค์กับพนักงานสาวสวยที่รอต้อนรับทุกท่านอยู่

อย่างไรก็ตามการเปิดบัญชีกับธนาคารนั้นบางแห่งยังสามารถซื้อขายได้เฉพาะกับกองทุนของ บลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ในสังกัดเท่านั้น (ในสังกัดเช่น Kbank กับ KAsset)


SCBS Easy Invest Application


TISCO Wealth Advisory

อย่างไรก็ตามบางธนาคารก็เริ่มที่จะเปิดตัว Platform ที่สามารถซื้อได้ต่างธนาคารมากขึ้น เช่น TISCO Wealthหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS), และอื่นๆ ซึ่งในที่นี้ถ้าใครยังคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร มีการเข้าออกธนาคารบ่อยๆ ก็อาจจะเลือกทางเลือกนี้ได้ทันที

KBank Private Banking

TMB Smart Port

นอกเหนือไปจากนั้นบางธนาคารก็เริ่มจะมีการให้คำแนะนำในการลงทุนด้วยทั้งสำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูง (High Net Worth) ระดับหลายล้านขึ้นไปอย่างของ Kbank Private Banking , KTB Precious หรือบางเจ้าอย่าง TMB Smart Port ก็เริ่มลงมาให้คำแนะนำสำหรับลูกค้าทั่วไป เงินลงทุนขั้นต้น 100,000 บาทเป็นต้น อย่างเจ้าหลังมีการงดเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อเข้า ออก (Front/Backend Fees) ให้ลูกค้าด้วยนะครับ เรียกได้ว่าแข่งขันกันดุเดือดเลย แต่ผลประโยชน์ก็มาตกที่นักลงทุนอย่างพวกเรานี่แหละ 🙂

2. เปิดกับหลักทรัพย์ บล.(บริษัทหลักทรัพย์) ที่เน้นความเป็น Fund Supermart

พาเปิดบัญชีซื้อกองทุนรวม กรอกไม่เกิน 15 นาที เทียบให้หมด ที่ไหนเปิดที่เดียวซื้อได้ทุกบลจ. บ้าง

เปิดบัญชีที่เดียว มั่นใจได้ว่าซื้อได้ครบ จบทุกบลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) อันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ โดยมีผู้เล่นรายใหญ่ๆ ที่ผู้เขียนรู้จักอย่าง Nomura iFund, Phillip Fund Supermart และอื่นๆ รวมไปถึง FINNOMENA ที่ผู้อ่านกำลังอ่านอยู่นี่ด้วยครับ

ข้อดีของการเปิดบัญชีลงทุนกับบริษัทเหล่านี้ ที่แน่ๆ นอกเหนือจากซื้อได้หลายบลจ. (ยังไงเช็กแต่ละเจ้าอีกที อาจจะมีแตกต่างกันบ้าง 2-3 บลจ.) แบบไม่มีข้อกังขาแล้ว ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นก็เท่ากับที่เราซื้อกับธนาคารหรือบลจ. เป๊ะๆ เลย เพราะบริษัทเหล่านี้ทำรายได้จากการขอแบ่งค่าธรรมเนียมด้านหลังกับ บลจ. อีกที ตัวอย่างแบบจำลองตัวเลขขึ้นมา ดังนี้ครับ

ปกติซื้อกอง A ผ่านบลจ. A ค่าธรรมเนียม 1 บาท บลจ. A ได้ค่าธรรมเนียมเต็มๆ

พอเรามาซื้อที่บล.เหล่านี้กอง A ค่าธรรมเนียม 1 บาทเหมือนกัน แต่ 50 สตางค์ไปอยู่ที่บล. และ อีก 50 สตางค์แบ่งเข้าบลจ.ไป

เรื่องความปลอดภัยหลายคนอาจจะมองว่าไม่มั่นคงเท่าธนาคาร แต่ความจริงคือ บริษัท บล. เหล่านี้มีหน้าที่รับคำสั่งจากลูกค้าและสิ้นวันส่งเงินไปให้ธนาคารพาณิชย์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์กองทุนต่างๆ ที่นักลงทุนได้เลือกลงทุนไป ไม่ได้เก็บที่บล.เหล่านี้แต่อย่างใด

ถ้า บล. พวกนี้มีอันเป็นไป ต้องปิดกิจการ เงินเราก็ไม่หายไปไหน อยู่ที่ บลจ. ปลายทางครับ ไม่ต้องห่วง


ระบบคัดเลือกกองทุนและให้คำแนะนำของ Nomura, Phillip, FINNOMENA

สำคัญที่สุดทุกที่ก็ดูเหมือนจะมีคำแนะนำแถมให้ทุกที่เลย และผู้เขียนก็คิดว่าดีกรีความเป็นกลางของแต่ละแห่งนั้นน่าจะสูงพอตัว กองไหนดีบอกดี กองไหนไม่ดีบอกไม่ดี เพราะธรรมชาติของธุรกิจ ไม่ว่าเขาแนะนำไปลงกองทุนที่ไหนก็ได้ค่าธรรมเนียมเหมือนกัน หลายๆแห่งจึงสร้างระบบให้คำแนะนำในการลงทุนขึ้นมาเป็นส่วนเสริม เพิ่มเติมช่วยเหลือนักลงทุนด้วยว่า ควรลงกองทุนใดดี ควรจัดพอร์ตอย่างไร ของ Nomura จะชื่อ NOMURA IWEALTH ส่วนของ FINNOMENA ชื่อ FINNOMENA PORT นั่นเองครับ

กลับมาที่คำถามหลักของเรา แล้วเราจะรู้ว่าแบบไหนจะเหมาะกับเรา? ส่วนตัวผมคิดว่าตรงนี้อาจจะต้องลองเข้าไปศึกษาในเว็บไซต์/ขอข้อมูลจากพนักงานของแต่ละที่ดูได้ครับ แต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป มีคุณภาพคำแนะนำที่แตกต่างกันออกไป หรือบางท่านลองใช้วิธีเปิดบัญชีแล้วลองโหลดแอพมาเล่นดูเลยก็ได้ครับ เพราะหลายๆที่สามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องเสียเงิน หรือลงทุนก่อนแต่อย่างใด ผมรวบรวมลิ้งค์มาให้แล้วข้างล่างครับ

Nomura iFUND Phillip Fund SuperMart FINNOMENA

ลองพาไปเปิดบัญชีกับ FINNOMENA PORT ดู


พาเปิดบัญชีซื้อกองทุนรวม กรอกไม่เกิน 15 นาที เทียบให้หมด ที่ไหนเปิดที่เดียวซื้อได้ทุกบลจ. บ้าง

ก็ไหนๆ มาเขียนที่ FINNOMENA เลยอยากจะพาลองใช้ FINNOMENA PORT ดูครับ โดยเบื้องต้นเนี่ย

  1. จำนวนบลจ. – FINNOMENA ซื้อได้ 15 บลจ. (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค. 2562) ซึ่งยังขาดบลจ. ดังๆ อย่าง บัวหลวง ธนชาติ ภัทร แต่เห็นทีมงานกระซิบมาว่าไม่เกินเดือน 7 เดือน 8 นี้ 3 บลจ. นั้นได้ชัวร์ ยังไงเดี๋ยวอัพเดทให้อีกทีครับ
  2. ไม่ต้องนั่งส่งเอกสาร – อัพเดท 10 ส.ค. 2562 ตอนนี้เปิดบัญชีผ่านแอพพลิเคชันอยู่บ้าน แค่กรอกข้อมูลและถ่ายรูปบัตรประชาชน ไม่เกิน 1-2 วันทำการ พร้อมซื้อได้เลย ไม่ต้องส่งเอกสารอะไรทั้งสิ้น
  3. ความปลอดภัย – ขึ้นทะเบียนกับ กลต. แล้ว ดูได้ที่ เว็บกลต. อยู่ อยู่ในโครงการ 5 ขั้นมั่นใจของกลต ระบบงานเบื้องหลังใช้ระบบ FundConnext ในการส่งคำสั่งซื้อขายกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  4. ความสะดวกสบาย – มี App ทั้ง iOS , Android หรือจะซื้อขายผ่านเว็บไซต์ก็ได้ ทำซื้อรายเดือน DCA รวมถึงบางคนไม่ถนัดก็ยังโทรมาทำรายการได้ที่ 02-026-5100 หรือคุย LINE ที่ @FINNOMENAPORT
  5. ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เปิดบัญชีทิ้งไว้ก่อนก็ฟรี ลงทุนในกองทุนค่าธรรมเนียมก็เท่ากับที่ซื้อกับทุกที่นั่นแหล่ะครับ ส่วนใครมือใหม่อยากลองลงทีละนิดก็ทำได้ กองบางกองขั้นต่ำ 1 บาทเท่านั้น
  6. ของแถม – เป็นเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารการลงทุนผ่านหน้าเว็บ LINE Facebook ดูข้อมูลหุ้น กองทุน รวมถึงทุกคนที่เปิดบัญชีลงทุนที่นี้ สามารถใช้บริการ Hybrid-robo Advisor รับคำแนะนำสถานการณ์ตลาด และการปรับพอร์ตกองทุนแบบถึงพริกถึงขิง (ขั้นต่ำแค่ 5,000 บาทเท่านั้นด้วย) เยอะไปหมด ยังไม่อยากเล่าในบทความนี้เดี๋ยวจะยาวไปครับ เอาเป็นว่าไปดูข้อมูลได้ที่ บทความ , PORT , FUND , STOCK ลองคลิกแต่ละอันเล่นดูครับ

มาเริ่มกันเลย

1. เข้าไปสร้างแผนการลงทุนแบบ Do-it-yourself (DIY) กัน

ใครกดผ่านเว็บเข้าไปที่ finnomena.com/port แล้วกด “ลองใช้งาน PORT” ได้เลยครับ

ส่วนใครกดผ่านแอพ โหลดมา แล้วเลือก Tab ที่ 2 “Port” แล้วกด “ลองใช้ FINNOMENA PORT” ได้เลยครับ

ตรงนี้แนะนำถ้าเป็นไปได้โหลดแอพมาตั้งแต่เนิ่นๆจะดีกว่าครับ เพราะว่าปัจจุบันการเปิดบัญชีแบบไม่ต้องส่งเอกสารเนี่ย ทำได้เฉพาะในแอพพลิเคชันอยู่ เพราะต้องมีการให้เซ็นชื่อลงในแอพด้วยครับ
แต่ถ้าใครไม่สะดวก ยังอยากใช้ผ่านเว็บก็ยังทำได้อยู่ แต่ต้องส่งเอกสารเข้ามาทางไปรษณีย์นะครับ 🙂

2. เข้ามาแล้ว จะเจอหน้าให้เลือกแผนการลงทุน ตรงนี้มีแผนให้เลือกเยอะ ถ้าอยากรู้ว่าอันไหนเป็นอย่างไรก็ลองเล่นดูก่อนก็ได้ครับ

โดยแผนพวกนี้จะปรับตามเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุน และคอยบอกว่าควรซื้อ ขาย กองทุนในเวลาใดด้วย แต่ ณ ตอนนี้ เราข้ามไปก่อน เราเน้นซื้อขาย บลจ. ตามใจเราต้องการ เลื่อนมาล่างสุดจะเจอแผนที่ชื่อว่า DIY ครับ กดเข้าไปเลย

เข้ามาจะมีให้ใส่ เงินที่พร้อมลงทุน ก็ใส่คร่าวๆ ที่ประมาณไว้ก็ได้ครับ ตรงนี้แก้ไขทีหลังได้ ไม่ซีเรียส

3. เมื่อสร้างแผนเสร็จพอจะกดบันทึกแผน

โดยระบบจะพาท่านไปสมัครสมาชิกกับทางเราก่อนครับ ตรงนี้ใครยังไม่เคยสมัครก็สมัครได้เลยครับ

4. เมื่อสมัครแล้วกลับมา จะเข้าหน้าให้กรอกข้อมูลสำหรับบันทึกแผนการลงทุน

สามารถใส่ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์และอีเมลได้เลยครับ

5. ขั้นตอนต่อมาก็จะเริ่มนำท่านไปสู่การเปิดบัญชีลงทุนจริงๆ แล้วครับ

ผมจะขออนุญาตอธิบายการเปิดบัญชีผ่านแอพพลิเคชันก่อน สำหรับใครที่เปิดบัญชีผ่านเว็บ หรือ เปิดแบบต้องส่งเอกสารอยู่สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อข้ามส่วนนี้ไปได้เลยครับ

 

6. กรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส Password

ตรงนี้จะเป็นการยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือเป็นของคุณจริงๆนะครับ กรอกเบอร์มือถือเสร็จ จะมี SMS ส่งรหัสเข้าไป เพียงแต่นำมากรอกลงในแอพเป็นอัพเรียบร้อย

7. กรอกรหัส PIN สำหรับซื้อขายตามที่ต้องการ

ตรงนี้เป็นเลขรหัสที่จำเป็นต้องจำไว้นะครับ ใช้สำหรับการทำรายการซื้อ/ขายกองทุนที่จะเกิดขึ้น

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

 

8. เลือกรูปแบบการเปิดบัญชี

ตอนนี้ FINNOMENA มีการเปิดบัญชีแบบไม่ต้องส่งเอกสาร (Paperless) ที่ให้คุณนั่งกรอกง่ายๆจากบ้านเป็นอันเรียบร้อยครับ ใครอยากลองกดที่ปุ่มสีส้มในรูปได้เลย
ส่วนใครที่ยังสะดวกเซ็นเอกสารในกระดาษแล้วส่งมาทางไปรษณีย์ก็ยังสามารถทำได้ครับผม โดยการกดปุ่ม “เปิดบัญชีแบบส่งเอกสาร” ข้างล่างได้เลย สามารถข้ามไปดูขั้นตอนได้  คลิกที่นี่

 

9. เริ่มกรอกข้อมูลกันเลย

หลังจากกดปุ่มสีส้มเข้ามา เราจะมี 4 ขั้นตอนให้กรอกนะครับ โดย 3 ขั้นตอนแรก “ข้อมูลเปิดบัญชี”, “แบบประเมินความเสี่ยง”, “ภาพถ่ายบัตรประชาชน” เนี่ยต้องกรอกตั้งแต่แรกเลย แต่ข้อมูลบางอย่างเช่น ข้อมูลคู่สมรสและบุตร / สถานที่ทำงาน เอาไว้กรอกทีหลังได้ครับ เรารู้ว่าหลายๆคนไม่มีเอกสารเหล่านี้อยู่กับตัว เราเลยหยวนๆให้กรอกภายหลังได้ครับ

 

 

10. ข้อมูลเปิดบัญชี

ส่วนนี้ก็จะเป็นพวกชื่อ นามสกุล ความรู้การลงทุน ธนาคารที่ต้องการใช้เพื่อซื้อขายกองทุนครับ

 

11. ข้อมูลระดับความเสี่ยง

ตรงนี้ก็จะเป็นคำถามเพื่อวัดระดับความเสี่ยงด้านการลงทุนครับ นักลงทุนควรจะกรอกให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดครับ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสม

 

12. ถ่ายรูปบัตรประชาชน

ตรงนี้ก็แนะนำว่าควรวางบัตรประชาชนไว้บนกระดาษขาวแล้วค่อยถ่ายนะครับ เพื่อให้เห็นข้อมูลบัตรประชาชนชัดๆ ระวังเรื่องแสงด้วยนะครับ บางทีแสงจ้าๆ ทำให้อ่านข้อความบนรูปยาก และสุดท้ายก็จะเป็นการเซลฟี่กับบัตรประชาชน ข้อควรระวังคือควรถือบัตรประชาชน ไม่ให้บังหน้าตัวเองนะครับ

13.  (ไว้ก่อนได้) ข้อมูลคู่สมรสและบุตร / สถานที่ทำงาน

จนถึงตรงนี้ที่จริงก็สามารถส่งไปเปิดบัญชีก่อนได้แล้วครับ แต่เผื่อไว้สำหรับใครพร้อมก็สามารถกรอกไว้ก่อนได้เลย

 

 

14.  กรอกครบแล้ว ได้เวลาเซ็นชื่อ!

ข้อดีคือสามารถเซ็นลายเซ็นผ่านแอพพลิเคชันได้เลยครับผม ไม่ต้องปริ้นออกมาให้ยุ่งยาก

 

15.  อีกแค่ 1 ขั้นตอน

มาถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่าส่งข้อมูลเปิดบัญชีซื้อขายเรียบร้อยแล้วครับ รอประมาณ 1-2 วันทำการ ทางทีมงานก็จะตรวจเช็คข้อมูลและแจ้งเตือนไปทาง Email และ Notification ว่าทุกอย่างเรียบร้อย แต่ทว่าอีก 1 ขั้นตอนครับ ที่จำเป็นคือต้องทำการแจ้งธนาคารว่ายินยอมอนุมัติหักเงินค่าซื้อกองทุนเสียก่อน เพื่อเวลาเราซื้อ ระบบจะได้หักเงินจากบัญชีได้เลย
ข่าวดีครับ ไม่ต้องไปธนาคาร ไม่ส่งเอกสาร ทำบนแอพเดิมนี่หล่ะ กดเข้าไปที่ “อนุมัติหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (ATS)” ได้เลย

ตัวอย่างข้างล่างก็จะเป็นการกดอนุมัติสำหรับบัญชีของธนาคารกสิกรไทยครับ สามารถกดเลือกแอปมือถือแล้วเชื่อมบัญชี ระบบก็จะส่งข้อความมายืนยันให้คุณกดผ่านแอพ K-PLUS ง่ายๆ สบายๆ ไปเลย
ตรงนี้ถ้าเป็นธนาคารอื่นอาจจะต้องเข้าไปกดใน Mobile Banking, Internet Banking, ATM แต่ไม่ต้องห่วง เราเขียนขั้นตอนไว้ให้หมดแล้วครับ

โดยระยะเวลาที่ใช้เพื่อรอให้ทีมงานเราเข้าไปอนุมัติจะขึ้นอยู่กับช่องทางที่นักลงทุนทำเข้ามานะครับ แต่บอกได้เลยถ้าเปิดบัญชีมา ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน กดอนุมัติบัญชีต่อทันที เต็มที่ อย่างช้าสุด ไม่เกิน 2-3 วันทำการ พร้อมซื้อกองทุนที่คุณชื่นชอบได้แน่นอน


 

ยังไงในขั้นตอนต่างๆถ้ามีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ทาง 02-026-5100 หรือ LINE ที่ @FINNOMENAPORT ได้เลยครับ มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เดี๋ยวไว้ครั้งหน้ามาคุยกันเรื่องการให้คำแนะนำ ในการลงทุนดีกว่า ว่าแต่ละที่จะให้คำแนะนำอย่างไร บางเจ้าเป็น Robo-advisor, Smart Port, Private Wealth เอย น่าสนุกครับ ว่าที่ไหนจะมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกันไปอย่างไร สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับผมมม

 

 

กรณีเปิดผ่านเว็บ หรือ เปิดแบบต้องส่งเอกสารเข้ามา

1. หลังจากเข้ามาแล้ว ระบบก็จะพาทุกท่านให้กรอกข้อมูล ส่วนตัว ที่ทำงานเอย ข้อมูลต่างๆ เอย เพื่อให้ครบถ้วนตามข้อกฎหมายนะครับ

ไม่เกิน 15 นาที ฟันธง จับเวลามาแล้ว

ตรงนี้มีข้อควรระวังนิดนึงครับในส่วนหน้าที่ 3/5 จะมีให้กรอก “เลขรหัส PIN 6 หลักสำหรับทำรายการ” ตรงนี้เป็นเลขรหัสที่จำเป็นต้องจำไว้นะครับ ใช้สำหรับการทำรายการซื้อ/ขายกองทุนที่จะเกิดขึ้น

2.ปัจจุบัน FINNOMENA ยังเป็นการเปิดบัญชีแบบที่ต้องยังมีเอกสารกระดาษตัวจริงอยู่

ทำให้ในหน้า 4/5 จะมีการถามว่า นักลงทุน ต้องการรับเอกสารทางใด เพื่อไปเซ็นให้เรียบร้อย สามารถทำได้ทั้ง 3 ทาง

  1. ให้ Messenger นำเอกสารไปส่งให้ที่บ้าน (สำหรับกรุงเทพฯ เท่านั้น)
  2. รับเอกสารทาง Email ปริ๊นท์ / เซ็น / แล้วส่งไปรษณีย์มาให้ทาง FINNOMENA
  3. ให้ FINNOMENA ส่งปริ้นแล้วส่งไปรษณีย์ไปให้

ตรงนี้สามารถเลือกได้ตามความสะดวกเลยครับ ในบทความนี้ขอเลือกเป็นรับทาง Email แล้วกัน(แต่ทีมงานบอกไม่เกินรอ เดี๋ยวจะสามารถเซ็นเอกสารผ่านแอพได้เลยไม่ต้องใช้เอกสารแล้ว)

3. พอกดหน้าถัดไป อย่าลืมกดยืนยันด้วยนะครับ

4. ในกรณีรับทางอีเมล รอสักพัก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วส่งอีเมลไปให้นักลงทุนครับ หน้าตาแบบนี้เลย

นักลงทุนสามารถ ดาวน์โหลดเอกสารและปริ๊นท์ออกมา เซ็นตามจุดต่างๆ และส่งไปรษณีย์กลับมาทาง FINNOMENA ตามขั้นตอนในอีเมลได้เลย

ไม่เกิน 1 อาทิตย์สามารถเปิดบัญชีได้สำเร็จ จะมีการแจ้งเตือนไปทางอีเมล์และเริ่มลงทุนได้เลยครับ

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ