รวมโพย "เหรียญคริปโตฯ" น่าจับตามอง ประจำปี 2022

ปัจจุบันมีเหรียญคริปโตฯ มากกว่า 10,000 เหรียญ แต่ละเหรียญก็มีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันไป บทความนี้ขอพาทุกคนมาดู 10 เหรียญคริปโตฯ ที่น่าสนใจ จะมีเหรียญอะไรบ้าง แต่ละเหรียญมีรายละเอียดอย่างไร ติดตามไปพร้อมกันได้เลย!

ก่อนที่จะไปดู 10 เหรียญคริปโตฯ น่าสนใจ ผู้เขียนต้องขอเรียนแจ้งไว้ก่อนว่า คอนเทนต์นี้ไม่ได้มีเจตนาชี้ชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนทุก ๆ ท่านควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนกันด้วยนะ

หากสนใจเปิดบัญชีคริปโต Zipmex ผ่าน FINNOMENA ดูรายละเอียดได้ที่ 👉 https://finno.me/zipmex-sign-up

รวมโพย "เหรียญคริปโตฯ" น่าจับตามอง ประจำปี 2022

1. Bitcoin (BTC)

บิตคอยน์ (Bitcoin) เป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลกที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโตะ” (Satoshi Nakamoto) ปัจจุบันบิตคอยน์มีมูลค่าและส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในตลาดคริปโตฯ ด้วยปริมาณการซื้อขายอย่างมหาศาลในแต่ละวัน จำนวนบิตคอยน์มีอยู่จำกัดที่ประมาณ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งล่าสุด ณ เดือนมีนาคม 2022 บิตคอยน์ถูกขุดไปแล้วกว่า 18.97 ล้านเหรียญ หรือราว 90% ของจำนวนบิตคอยน์ทั้งหมด โดยคาดว่าบิทคอยน์จะถูกขุดหมดประมาณปี 2140

การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์จะเป็นอิสระจากรัฐบาลหรือตัวกลางใด ๆ โดยจะถูกบันทึกไว้ในบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (DLT) บนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

ศึกษาเกี่ยวกับ Bitcoin เพิ่มเติมได้ที่ Bitcoin คืออะไร?: รวมเรื่องต้องรู้ ก่อนลงทุนบิตคอยน์

2. Ethereum (ETH)

อีเธอเรียม (Ethereum) ถูกสร้างขึ้นในปี 2013 โดยโปรแกรมเมอร์ที่มีชื่อว่า “วีตาลิค บูเจริน” (Vitalik Buterin) เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีเหรียญ “อีเธอร์” (ETH) เป็นสกุลเงินหลักทำงานบน “Ethereum Blockchain” ซึ่งมีหลาย ๆ เหรียญในโลกคริปโตฯ ที่ทำงานอยู่บนบล็อกเชนนี้เช่นกัน และยังเป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดมากเป็นอันดับสองในตลาดคริปโตฯ รองจากบิทคอยน์ด้วย แต่ไม่ได้มีจำนวนจำกัดเหมือนบิทคอยน์ ซึ่งล่าสุดในเดือนมีนาคม 2022 มีเหรียญอีเธอร์หมุนเวียนในระบบกว่า 119 ล้านเหรียญแล้ว

นอกจากนี้อีเธอเรียมยังถูกใช้งานในรูปแบบของโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ (Non-Fungible Token) หรือ เอ็นเอฟที (NFT) สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนงานศิลปะ รวมถึงไอเทมในเกมด้วย

3. Tether (USDT)

เทเธอร์ (Tether) เปิดตัวในชื่อ Realcoin ในเดือนกรกฎาคมปี 2014 เป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกในกลุ่ม “Stablecoin” ที่อ้างอิงกับมูลค่าของสกุลเงิน Fiat อย่างดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ในสัดส่วน 1:1 โดยถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสกุลเงิน Fiat และสกุลเงินดิจิทัล ในเรื่องของความมีเสถียรภาพ ความโปร่งใส และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำที่สุด ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้เทเธอร์สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเก็บมูลค่ามากกว่านำมาใช้ในรูปแบบของการลงทุนเพื่อเก็งกำไร

เทเธอร์เป็น Stablecoin ที่ได้รับความนิยมและมีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก โดยเป็นรองเพียงบิทคอยน์และอีเธอเรียมเท่านั้น

4. Binance Coin (BNB)

ไบแนนซ์ คอยน์ (Binance Coin) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นโดย “Binance” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มแรกเหรียญ BNB ทำงานบน Ethereum Blockchain ด้วยมาตรฐาน ERC-20 แต่ในระหว่างการเสนอขายเหรียญเริ่มต้น (ICO) ในเดือนกรกฎาคม 2017 ก็ได้เปลี่ยนไปใช้ “Binance Chain” ที่พัฒนาโดย Binance เอง

ในทุก ๆ ไตรมาส Binance จะนำกำไร 20% ของบริษัทมาทำลายหรือ “เผา” เหรียญ BNB ทิ้ง เพื่อลดปริมาณการหมุนเวียนของ Binance Coin ในตลาด โดยจะซื้อคืนจนกว่าจะเหลือ 50% ของอุปทาน (Supply) ทั้งหมด

5. USD Coin (USDC)

USD Coin เปิดตัวในปี 2018 จากความร่วมมือกันระหว่าง Coinbase และ Circle ด้วยความตั้งใจที่ต้องการให้คนทั้งโลกสามารถเข้าถึงสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ได้ USDC ทำงานอยู่บน Ethereum Blockchain โดยถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลกลุ่ม Stablecoin ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับสองของตลาดคริปโตฯ และเช่นเดียวกันกับ USDT มูลค่าของ USDC ถูกอ้างอิงกับ USD ในอัตราส่วนคงที่ที่ 1:1 เสมอ จึงเหมาะกับการนำมาใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดคริปโตฯ

อย่างไรก็ตาม เหรียญ USDC ไม่ได้ออกหรือได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด (Open Source) ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

6. Ripple (XRP)

เหรียญ “XRP” ถูกสร้างขึ้นโดยริปเปิล (Ripple) ซึ่งก่อตั้งในปี 2012 โดย “คริส ลาร์เซ่น” (Chris Larsen) และ “เจ็ด แมคคาเลบ” (Jed McCaleb) ริปเปิลเป็นโปรโตคอลการชำระเงินที่เปรียบเสมือนสะพานในการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยมีจุดเด่นคือการประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็ว สามารถทำธุรกรรมได้ภายใน 3-5 วินาที และมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ

เหรียญ XRP ไม่เหมือนบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ตรงที่ไม่สามารถขุดได้ แต่เหมือนกันตรงที่มีจำนวนเหรียญจำกัดอยู่ที่ 1 แสนล้านเหรียญเท่านั้น

7. Terra (LUNA)

เหรียญ “LUNA” เป็นเหรียญที่พัฒนาโดยเทอร่าฟอร์ม แล็ปส์ (Terraform Labs) บริษัทบล็อกเชนสัญชาติเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดย “แดเนียล ชิน” (Daniel Shin) และ “โด ควอน” (Do Kwon) ซึ่งเคยทำงานให้กับ MicroSoft และดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของ Terraform Labs คนปัจจุบัน

เหรียญ LUNA เป็น Governance Token ที่ทำงานบน Terra Blockchain โดยถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา Stablecoin ซึ่งในปี 2021 ที่ผ่านมา เหรียญ LUNA ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลอีกหนึ่งเหรียญที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและนักเก็งกำไรอย่างล้นหลาม ทำให้มูลค่าของ LUNA พุ่งขึ้นกว่า 13,000% เลยทีเดียว

8. Cardano (ADA)

คาร์ดาโน (Cardano) ถูกสร้างขึ้นในปี 2015 โดย “ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน” (Charles Hoskinson) หนึ่งในผู้ก่อตั้งอีเทอเรียม โดยเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนแบบกระจายอำนาจ (Proof of Stake: PoS) รุ่นที่สาม ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดของ Proof of Work (PoW) ทำให้สามารถทำธุรกรรมได้รวดเร็วขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง รวมถึงประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยมีเหรียญ “ADA” (เอดา) ที่เปิดตัวในปี 2017 เป็นเงินสกุลหลักบนเครือข่าย ซึ่งชื่อของเหรียญ ADA มีที่มาจาก “เอดา เลิฟเลซ” (Ada Lovelace) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษที่ถูกขนานนามว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก 

จำนวนเหรียญ ADA มีจำกัดทั้งหมด 4.5 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งล่าสุด ณ เดือนมีนาคม 2022 มีเหรียญ ADA หมุนเวียนในตลาดแล้วกว่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 74% ของจำนวนเหรียญ ADA ทั้งหมด

9. Solana (SOL)

โซลาน่า (Solana) เป็นบล็อกเชนที่ทำงานด้วยฉันทามติแบบ Proof of History (PoH) ร่วมกับฉันทามติแบบ Proof of Stake (PoS) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และสามารถคำนวณธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว ประมาณ 65,000 ธุรกรรมต่อวินาที ในขณะที่ Ethereum Blockchain ทำได้เพียง 14 ธุรกรรมต่อวินาที โซลาน่าจึงได้รับสมญานามว่า “Ethereum Killer” 

สกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานบน Solana Blockchain เรียกว่า เหรียญ “SOL” เป็นเหรียญในกลุ่ม “DeFi” โดยมีการเสนอขายเหรียญเริ่มต้น (ICO) ไปในเดือนมีนาคมปี 2020 มูลนิธิโซลาน่า (Solana Foundation) ได้ประกาศว่าจะมีการปล่อยเหรียญ SOL จำนวน 489 ล้านออกสู่ตลาด โดยปัจจุบัน 260 ล้านเหรียญได้เข้าสู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว

10. Avalanche (AVAX)

เหรียญ “AVAX” เป็นโทเคนดั้งเดิมของ “Avalanche” แพลตพอร์ตบล็อกเชนแบบโอเพนซอร์ส (Open Source) สำหรับใช้งานแอปพลิเคชัน Decentralized Finance (DeFi) 

ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์ “Emin Gun Sirer” นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอเมริกัน-ตุรกี โดยเหรียญ AVAX มีการเสนอขายเหรียญเริ่มต้น (ICO) ไปในเดือนกันยายนปี 2020 และมีอุปทานรวมอยู่ที่ 720 ล้านเหรียญ โดยมีสัดส่วนการกระจายโทเคนที่แตกต่างกันไป

อ่านบทความที่เกี่ยวกับ Cryptocurrency เพิ่มเติม

— planet 46.

หากสนใจเปิดบัญชีคริปโต Zipmex ผ่าน FINNOMENA ดูรายละเอียดได้ที่ 👉 https://finno.me/zipmex-sign-up

อ้างอิง


คำเตือน

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรวมทั้งลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน