RMF กองไหนดี? 10 อันดับกองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021

“RMF กองไหนดี?” ใครที่กำลังมีคำถามนี้อยู่มารวมตัวกันตรงนี้ เพราะในบทความนี้ FINNOMENA Admin จัดอันดับ 10 กองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021 มาไว้ให้เอาไปใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อกองทุน RMF แล้ว จะมีกองทุนไหนบ้าง? แล้วแต่ละกองทุนทำผลตอบแทนครึ่งปีแรกกันไปได้เท่าไร? ติดตามได้เลย

10 อันดับกองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021

RMF กองไหนดี?: 10 อันดับกองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021

1. ASP-VIETRMF (+39.26%)

ASP-VIETRMF — มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนาม ที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตและ/หรือมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับ ผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่ มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และ/หรือหน่วย CIS ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ตราสารทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน ASP-VIETRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Finance, ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศเวียดนาม, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท

2. KMSRMF (+30.65%)

KMSRMF — มีนโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท โดยกองทุน KMSRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

3. B-SM-RMF (+28.06%)

B-SM-RMF — มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหรือตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ (MAI) โดยเน้นลงทุนในบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีการกํากับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉลี่ยรอบปบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-SM-RMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

4. KFDNMRMF (+26.52%)

KFDNMRMFมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ตราสารทุน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียนข้างต้น รวมถึงหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อย 80% ของ NAV โดยกองทุน KFDNMRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 2,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 2,000 บาท

5. MS-ASM RMF (+25.36%)

MS-ASM RMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (Share Class I) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน MS-ASM RMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

สำหรับกองทุน Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (Share Class I) ที่เป็นกองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตในระยะยาวสำหรับผู้ที่สามารถลงทุนในระยะยาวและยอมรับความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยพอร์ตการลงทุนจะยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและ/หรือแปซิฟิก โดยตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนนั้นรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิและใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศจีน, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 10,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

6. TMSRMF-B (+24.50%)

TMSRMF-B — มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) ที่มีปัจจัย พื้นฐานดี และ/หรือมีความมั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มการ เจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน TMSRMF-B จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

7. B-INDIAMRMF (+24.33%)

B-INDIAMRMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Kotak Funds – India Midcap Fund (Class J Acc) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-INDIAMRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

สำหรับกองทุน Kotak Funds – India Midcap Fund (Class J Acc)  ที่เป็นกองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะมุ่งหาผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาในระยะยาว โดยลงทุน อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในหุ้นและตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศอินเดีย, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

8. TMSRMF-A (+24.10%)

TMSRMF-A — มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) ที่มีปัจจัย พื้นฐานดี และ/หรือมีความมั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มการ เจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน TMSRMF-A จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

9. ASP-ERF (+21.43%)

ASP-ERF — มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV โดยเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีอัตราการเจริญเติบโตสูง โดยกองทุน ASP-ERF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Energy & Utilities

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท

10. B-INNOTECHRMF (+19.02%)

B-INNOTECHRMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund (Class Y ACC-USD) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-INNOTECHRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 7 

สำหรับกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund (Class Y ACC-USD)  ที่เป็นกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของ บริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและ การพัฒนาทางเทคโนโลยี

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology, ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

ข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังจาก FINNOMENA FUND Filter จัดอันดับ ณ วันที่ 1 ก.ค. 2564

อัปเดตตัวเลข ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2564: ASP-VIETRMF, MS-ASM RMF, B-INDIAMRMF, B-INNOTECHRMF

อัปเดตตัวเลข ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2564: KMSRMF, B-SM-RMF, KFDNMRMF, TMSRMF-B, TMSRMF-A, ASP-ERF

สามารถกรองการจัดอันดับได้เอง พร้อมข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่ FINNOMENA Fund Filter

อ่านบทความเพิ่มเติม

พาซื้อกองทุนรวมผ่าน FINNOMENA พร้อมความพิเศษต่าง ๆ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม  จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม