แจ้งเตือน

Opportunity Hub

ศูนย์รวมโอกาสการลงทุนจาก Finnomena
รวมครบจบในที่เดียว ที่ finno.me/opphub

เซี่ยงไฮ้ หุ้น ดัชนี
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำทยอยสะสม MEGA10CHINA-A จากมาตรการกระตุ้นของจีนที่ยังชัดเจน และ Valuation ที่ถูกมาก

ล่าสุด Goldman Sachs เผยมุมมองต่อเศรษฐกิจจีนล่าสุดออกมา โดยปรับเป้า GDP ปี 2024 ขึ้นเป็น 5% จากเดิม 4.5% ใกล้เคียงกับเป้าที่ทางการจีนวางไว้ที่ 4.8% โดย GDP จีนในไตรมาสแรกเติบโตได้ถึง 7.5% (คิดในอัตรารายปี) สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 5.6%

Goldman Sachs อธิบายว่าข้อมูลมหภาคของจีนของจีนมีความแข็งแกร่ง ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ ปลายปี 2023 และเริ่มไต่กลับมาอีกครั้ง 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้จีนกลับมาแข็งแรงคือกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและการส่งออก Manufacturing PMI ของจีนเติบโต 5 ไตรมาสติดต่อกัน การส่งออกก็เติบโตตามอุปสงค์ระดับโลกในสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี 

นอกจากนี้ Goldman Sachs อธิบายต่อไปว่าภาคการท่องเที่ยวจีนกลับมาแข็งแกร่ง โดยการใช้จ่ายกลับมาเท่าก่อนโควิดแล้วในช่วงเทศกาลเช็งเม้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จีนยังต้องเผชิญความยากลำบากในตลาดอสังหาฯ ตลอดจนการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอต่อไป

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่มีโมเมนตัมการฟื้นตัวที่น่าจับตา และยังอยู่ใน Valuation น่าสนใจอย่างจีน 

Finnomena Funds แนะนำกองทุน MEGA10CHINA-A ตามกรอบ FundTalk Call ที่เน้นเฟ้นหาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงลึกมากจนเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตยังดี เพื่อการลงทุนในระยะสั้น-กลาง

รู้จักกองทุน MEGA10CHINA-A

MEGA10CHINA-A มีนโยบายเข้าไปลงทุนใน 10 บริษัทที่ทรงอิทธิพลในจีน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เน้นเฉพาะบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง 

อีกทั้งยังเป็นผู้นำในด้าน Brand Value โดยต้องไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ไม่มีการถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลจีน เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบเน้น ๆ กับหุ้นผู้ชนะเพียง 10 ในสัดส่วนที่เท่ากันแบบ Equal weight

สัดส่วนการลงทุนของ MEGA10CHINA-A | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024


อ้างอิง

คำเตือน

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ MEGA10CHINA-A

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

MEGA10CHINA-A
ดูคลิปประกอบ
MEGA10CHINA-A
ผลประชุม กนง.
ความเห็นจาก Finnomena : คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี Finnomena Funds ลดคำแนะนำตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ Neutral

ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 2/2567 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี

โดยมี 2 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี

เศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นจากปีก่อน โดยได้แรงสนับสนุนต่อเนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว รวมทั้งมีแรงส่งจากการใช้จ่ายภาครัฐที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ภาคการส่งออกยังมีแรงกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง

ด้านอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทานและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ โดยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปลายปี 2567

กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงเห็นว่านโยบายการเงินมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนของปัจจัยที่จะเข้ามากระทบเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น และจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ได้บ้าง

มุมมอง Finnomena Funds ต่อตลาดหุ้นไทย

ประเมินการฟื้นตัวเศรษฐกิจของไทยยังไม่เต็มที่ ซึ่งเกิดจากงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า ส่งผลให้โมเมนตัมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่มีแรงส่งจากการเบิกจ่ายจากภาครัฐ

โดยปัจจัยหนุนเดียวที่ชดเชย คือการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาในระดับใกล้เคียงกับช่วง Pre-Covid ซึ่งจะช่วยประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2024 นักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 6.47 แสนราย คิดเป็น 71% จากค่าเฉลี่ยในปี 2019 ที่ระดับ 9.16 แสนราย รวมถึงมาตรการ free visa แก่นักท่องเที่ยวจีนจะช่วยสนับสนุนโมเม้นตัมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนในอนาคต

แม้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงในระดับถูกกว่าค่าเฉลี่ย forward 12 m P/E อยู่ที่ 14.15 เท่า แต่เนื่องจากการขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มที่

นอกจากนี้ ทิศทางการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์กระแสเงินทุนไหลออก (Fund outflow) ของนักลงทุนต่างชาติ จึงทำให้การปรับลดประมาณการกำไรอาจเกิดขึ้นอีก

ดังนั้น Finnomena Funds จึงลดคำแนะนำตลาดหุ้นไทยสู่ระดับ Neutral จากเดิม Slightly overweight


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
สรุปเงื่อนไขเงินดิจิทัล

โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะแจกรอบเดียวเท่านั้นผ่านซูเปอร์แอปฯ ของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่

จำนวนประชาชนที่ได้รับสิทธิจำนวน 50 ล้านคน จะต้องผ่านหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1) อายุเกิน 16 ปีขึ้นไป
(2) รายได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาทในปีภาษี 2566 ที่ผ่านมา
(3) มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ไม่เกิน 500,000 บาท โดยยอดวงเงินในบัญชีจะกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 เป็น cut off date แต่ยืนยันว่าต้องเป็นระยะเวลาที่ผ่านมาแล้วแน่นอน นอกจากนี้ จะไม่คิดรวมมูลค่าสินทรัพย์จากการลงทุนอื่น ๆ เช่น หุ้น กองทุนรวม สลากออมทรัพย์ ตราสารหนี้ เป็นต้น

สามารถใช้จ่ายได้กับร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่กำหนดเท่านั้น ภายในพื้นที่เขตอำเภอตามที่อยู่ในภูมิลำเนา

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ และต้องอยู่ในระบบภาษี เช่น ร้านโชห่วย และร้านสะดวกซื้อ ยกตัวอย่างเช่น 7-Eleven ถือว่าเข้าข่ายเข้าร่วมโครงการนี้

สินค้าที่สามารถใช้จ่ายได้คือของอุปโภค-บริโภคทั่วไป โดยจะยกเว้น สินค้าอบายมุข, น้ำมัน, การให้บริการ และการซื้อของออนไลน์ เป็นต้น

เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเมษายนนี้ คาดว่าเปิดลงทะเบียนภายในไตรมาส 3 ปี 2567 และเริ่มใช้จ่ายภายในไตรมาส 4 ปี 2567

ใช้วงเงินงบประมาณ 500,000 ล้านบาท มาจาก 3 ทาง
1) งบประมาณรายจ่ายปี 2567 จำนวน 175,000 ล้านบาท
2) งบประมาณรายจ่ายปี 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท
3) เงินอีก 172,300 ล้านบาท จะใช้มาตรการ 28 เพื่อกู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ประเมินว่าวงเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 500,000 ล้านบาท จะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ประมาณ 1.2% – 1.8% ต่อปี

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ

ล่าสุด ตลาดคาดว่า Headline CPI เดือนมีนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดย Headline CPI จะอยู่ที่โต 3.4% จากปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่โต 3.2% ส่วน Core CPI ซึ่งไม่นับราคาอาหารและพลังงานจะโต 3.7% ลดจากเดือนก่อนที่โต 3.8% ซึ่งนักลงทุนกังวลว่า เรื่องนี้ “อาจ” กดดันให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยรอบมิ.ย. ช้ากว่าคาด

สำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่สูง Finnomena Funds ขอแนะนำ KFSINCFX-A กองทุนตราสารหนี้โลกที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (unhedged) รับโอกาส Bond Yield ที่สูงตามอัตราดอกเบี้ย พร้อมรับ Capital Gain เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ย

Source: PIMCO GIS Income Fund as of 31/12/2023

ทำความรู้จักกองทุนเพิ่มเติม : https://finno.me/ft-call-kfsincfx-a


อ้างอิง

คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ FINNOMENA FUNDS ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในกรอบระยะเวลาตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกันตามคำแนะนำ | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ |สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
มอง "ตลาดหุ้นจีน" ผ่านสายตา Ray Dalio

Ray Dalio (เรย์ ดาลิโอ) ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นจีนมายาวนานกว่า 40 ปี เจอมาแล้วทั้งช่วงขาขึ้น ช่วงวิกฤต แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยการกระจายเงินลงทุนอย่างเหมาะสม

มอง "ตลาดหุ้นจีน" ผ่านสายตา Ray Dalio

“พายุร้ายในรอบ 100 ปี” คือคำนิยามที่ Ray Dalio เขียนผ่าน LinkedIn ส่วนตัว เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับจีนตอนนี้ แต่ก็เป็นช่วงเวลาทองที่จะเข้าซื้อหุ้นจีนเช่นกัน!

ตลาดหุ้นจีนกำลังเผชิญความท้าทายอย่างจริงจัง และเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ได้แก่

  • การก่อหนี้สินก้อนใหญ่ของภาคอสังหาริมทรัพย์
  • ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางฐานะที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา
  • ผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำท่วม โรคระบาด
  • Tech War สงครามเทคโนโลยีที่ต้องการผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

 

ผมมองว่ารัฐบาลจีนต้องทำ 2 สิ่งควบคู่กันไป
หนึ่งคือ… ปรับโครงสร้างหนี้สินให้อัตราส่วนลดลง (debt restructuring)
สองคือ… ผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน (quantitative easing)
มิเช่นนั้นในท้ายที่สุดจีนอาจต้องเผชิญกับทศวรรษสูญหาย หรือ Lost Decade คล้ายกับญี่ปุ่น

– Ray Dalio –

Ray Dalio ChinaSource: Linkedin, Ray Dalio, Looking Back on the Last 40 Years of Reforms in China

จีนจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ภายใต้ผู้นำที่เฉลียวฉลาดและกล้าหาญ ขณะเดียวกันเขาก็เห็นความพยายามของรัฐบาลจีนที่กำลังทำบางสิ่งบางอย่างแบบ Beautiful deleveraging ด้วยวิธีการที่ไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

หากย้อนดูตลอดช่วงประวัติศาสตร์ 100 ปี จีนสามารถปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ และพัฒนาระบบการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อย ๆ

ตั้งแต่ช่วงปี 1930 – 1945: เกิดพายุใหญ่จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก, สงครามกลางเมืองในประเทศ, ความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจในสงครามโลก, เจอภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง จนนำไปสู่วิกฤตหนี้สินและเศรษฐกิจล่มสลาย

ช่วงปี 1949 – 1978: การขึ้นมากุมอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดย “เหมา เจ๋อตุง” ที่เน้นความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ขาดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี กระทั่งปี 1978 จึงเข้าสู่ยุคปฏิรูปเศรษฐกิจโดย “เติ้ง เสี่ยวผิง” จีนเบ่งบานแบบก้าวกระโดด

ช่วงปี 2012 – ปัจจุบัน: จีนยุคใหม่ของ “สี จิ้นผิง” ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ไล่มาตั้งแต่การปฏิรูปตลาดทุน กำจัดการทุจริต รวบอำนาจกลับสู่มือผู้นำ และที่สำคัญคือการก้าวขึ้นมาเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและการเมืองกับสหรัฐฯ บรรจบกับช่วงโควิด นำมาสู่พายุลูกใหม่ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนหยุดชะงัก

แน่นอนว่าปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าจีนนั้นกวนใจนักลงทุนทั่วโลก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนขาดทุนกว่า $10 ล้านล้าน ดึงมูลค่าหุ้นจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี

แต่เขากลับคิดต่างออกไปว่านี่คือ “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนหุ้นจีน” เพราะได้เรียนรู้สำนวนที่ว่า blood in the streets จงซื้อเมื่อตลาดร่วงลงอย่างรุนแรงจนทุกคนเกลียดและมีราคาถูก ซึ่งภาพของจีนในปัจจุบันเป็นเช่นนั้น

นอกจากนี้ จีนยังคงเป็นชิ้นส่วนสำคัญของการจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อใช้กระจายความเสี่ยง และคานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเป็น 2 ประเทศที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ มากที่สุดในโลก

สุดท้ายนี้ Ray Dalio ฝากเอาไว้ว่าคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราควรลงทุนหุ้นจีนหรือไม่… แต่ควรถามว่าควรลงทุนที่สัดส่วนเท่าไหร่มากกว่า

และเหตุผลเหล่านี้ก็เป็นมุมมองส่วนตัวจากประสบการณ์ของเขา และก็ยอมรับว่ายังไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดอย่างถ่องแท้ เพราะฉะนั้น คนอื่นไม่จำเป็นต้องคิดแบบนี้ก็ได้ การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาตามบริบทของตัวเอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
Tesla ขาลง

นับตั้งแต่ต้นปี 2024 หุ้นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า Tesla (TSLA) วิ่งลงแรงอย่างต่อเนื่อง ราคาปรับตัวลดลง -32.92% YTD สวนทางหุ้น Magnificent-7 ตัวอื่น ๆ ที่ต่างทะยานเป็นขาขึ้น

โดยเฉพาะล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน 2024 ราคาหุ้น Tesla ร่วงลงแรง -4.9% ในวันเดียว หลังบริษัทรายงานยอดการผลิตและส่งมอบรถไตรมาส 1 ของปี ทำได้เพียง 386,810 คัน ลดลง -25% QoQ และลดลง -9% YoY

Tesla ขาลงSource: Bloomberg, Company Statements as of 03/04/2024

และที่สำคัญนั้นเป็นยอดขายที่ต่ำกว่าประมาณการที่นักวิเคราะห์คาดไว้มากถึง 14% เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นส่วนต่างสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในข้อมูลย้อนหลังไป 7 ปี

Tesla ขาลงSource: Bloomberg, Company Statements as of 03/04/2024

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีในไตรมาสนี้ คือ Tesla สามารถแซง BYD กลับมามียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากฝั่ง BYD มียอดขายอยู่ที่ 300,114 คัน ลดลงถึง 43% จากไตรมาสก่อนหน้า

แต่หากมองอีกมุม ตัวเลขดังกล่าวกำลังสะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเผชิญความท้าทาย ท่ามกลางสงคราม Price War ของผู่เล่นรายเดิม และการแย่งชิงเค้กจากผู้เล่นรายใหม่อย่าง Xiaomi เป็นต้น

Elon Musk รวยลดลง 1.3 ล้านล้านบาท

การร่วงลงของหุ้น Tesla ฉุดความมั่งคั่ง ‘Elon Musk’ หล่นวูบไปกว่า $40 พันล้าน หรือราว 1.3 ล้านล้านบาท

เนื่องจาก Elon Musk เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Tesla ที่สัดส่วนประมาณ 13% คิดเป็นจำนวน 411 ล้านหุ้น

The Real-Time Billionaires โดย Forbes ระบุว่า Elon Musk เป็นมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งอันดับ 3 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม $190.2 พันล้าน เป็นรองเพียง Bernard Arnault แห่ง LVMH และ Jeff Bezos แห่ง Amazon เท่านั้น


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
เซี่ยงไฮ้ หุ้น ดัชนี
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำทยอยสะสม MEGA10CHINA-A จากมาตรการกระตุ้นของจีนที่ยังชัดเจน และ Valuation ที่ถูกมาก

ล่าสุด บริษัทบริหารสินทรัพย์เริ่มปรายตามองกลยุทธ์ Sell India, Buy China มากขึ้น (หลังจากก่อนหน้านี้เรามักได้ยินแต่กลยุทธ์ Sell China, Buy India ล้อไปกับตลาดจีนที่ร่วงต่อเนื่อง)

โดยมีรายงานจาก Bloomberg ว่า Lazard Asset Management, Manulife Investment Management รวมถึง Candriam Belgium NV ซึ่งมี exposure ในตลาดอินเดียสูง ได้มีการปรับสัดส่วนจากอินเดียไปลงทุนในจีนมากขึ้น

ข้อมูลจาก HSBC เผยว่าตอนนี้กองทุนในตลาดกำลังพัฒนากว่า 90% กลับมาเพิ่มสัดส่วนในหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งแต่เดิมถูก underweight มากขึ้น และได้ลดสัดส่วนในอินเดียลง

สาเหตุสำคัญของปรากฎการณ์ Sell India, Buy China คือการที่จีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจนทั้งในด้านการเงินและการคลัง ไล่ไปตั้งแต่การเข้าแทรกแซงค่าเงิน การพยุงหุ้น การเข้าสกัดวิกฤตอสังหา การเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นมากขึ้น มีส่วนให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาทรงตัวในช่วงต้นปีนี้

สวนทางกับหุ้นอินเดีย ที่แม้จะเติบโตทำ ATH ได้อย่างต่อเนื่อง แต่นักลงทุนก็มองว่า Valuation น่าจะเริ่มตึง ๆ จึงทยอย Take Profit กันไปบางส่วน แต่หากมองในด้าน Momentum ก็อาจมองได้ว่าอาจยังมีให้ไล่ราคาขึ้นไปได้ต่อ

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองจังหวะ Sell India, Buy China หรือแม้แต่ขายสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มูลค่าเริ่มตึงเพื่อปรับสัดส่วนไปยังสินทรัพย์ที่ยังอยู่ใน Valuation น่าสนใจอย่างจีน

Finnomena Funds แนะนำกองทุน MEGA10CHINA-A ตามกรอบ FundTalk Call ที่เน้นเฟ้นหาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงลึกมากจนเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตยังดี เพื่อการลงทุนในระยะสั้น-กลาง

รู้จักกองทุน MEGA10CHINA-A

MEGA10CHINA-A มีนโยบายเข้าไปลงทุนใน 10 บริษัทที่ทรงอิทธิพลในจีน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เน้นเฉพาะบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง

อีกทั้งยังเป็นผู้นำในด้าน Brand Value โดยต้องไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ไม่มีการถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลจีน เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบเน้น ๆ กับหุ้นผู้ชนะเพียง 10 เช่น Tencent, Xiaomi หรือ BYD ในสัดส่วนที่เท่ากันแบบ Equal weight

สัดส่วนการลงทุนของ MEGA10CHINA-A | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024

ศึกษาข้อมูลของกองทุนเพิ่มเติมที่นี่ : https://finno.me/ft-call-mega10china-a

อ้างอิง


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ MEGA10CHINA-A

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

MEGA10CHINA-A
ดูคลิปประกอบ
MEGA10CHINA-A
ความเห็นจาก Finnomena : Finnomena Funds แนะนำทยอยสะสม K-CHINA-A และ ABCA-A สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นจีนในพอร์ตไม่มาก จากมาตรการกระตุ้นที่เริ่มมีผล ระดับ valuation ยังถูก

วันนี้ (2 เมษายน 2024) ดัชนีหุ้นฮ่องกง Hang Seng (HSI) และดัชนี HSCEI หรือหุ้นจีน H-Share ปรับตัวขึ้นราว 2% หลังจากวันหยุดยาวเทศกาลอีสเตอร์ โดยนักลงทุนขานรับข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจีน (PMI) ที่ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ในเดือนมี.ค. จากระดับ 49.1 ในเดือนก.พ. นอกจากนี้ยอดขายบ้านใหม่ฮ่องกงแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี หลังรัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บภาษีอากรแสตมป์ทั้งหมด เช่น การจัดเก็บภาษีสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยแห่งที่สอง โดยรัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจยกเลิกมาตรการนี้เมื่อปลายเดือนก.พ. หลังจากราคาที่อยู่อาศัยฮ่องกงลดลงกว่า 20% จากระดับสูงสุดเมื่อปี 2021 เนื่องจากถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านที่แพงขึ้น และแนวโน้มตลาดที่อ่อนแอ

มากไปกว่านั้นหุ้น Xiaomi ปรับตัวขึ้นกว่า 15% หลังบริษัทเปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 มากกว่า 50,000 คันภายในไม่กี่นาทีนับตั้งแต่เริ่มประกาศขายในวันที่ 28 มี.ค. 

Finnomena Funds มองว่าความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงจะเริ่มดีขึ้นจากข้อมูลเชิงบวกที่ประกาศออกมา และมาตรการกระตุ้นที่เริ่มมีผล รวมทั้งรัฐบาลจีนมีความพยายามออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงระดับ valuation ของดัชนี CSI 300 ที่มี 12-m forward PE ที่ 11.06  เท่า หรือ -0.8 S.D. ขณะที่ดัชนี Hang Seng มี 12-m forward  PE ที่ 7.98 เท่า หรือ -2 S.D. เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และมีการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 5 ปีและ 10 ปีตามลำดับ เรายังแนะนำทยอยสะสมในกองทุน K-CHINA-A และ ABCA-A สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและยังมีสัดส่วนหุ้นจีนในพอร์ตไม่มาก

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)

ดูกราฟ K-CHINA-A(A)

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

K-CHINA-A(A)
ดูคลิปประกอบ
K-CHINA-A(A)
World Bank หั่นเป้า GDP ไทย
ความเห็นจาก Finnomena : ให้คำแนะนำลงทุนหุ้นไทยที่ Neutral โดยแนะนำกองทุน Active ที่มีกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว

วันที่ 1 เมษายน 2024 ธนาคารโลก (World Bank) รายงานว่าได้ปรับลดประมาณการ GDP ไทยปี 2024 เหลือเติบโต 2.8% จากประมาณการเดิมที่ 3.2% โดยมีสาเหตุมาจากการฟื้นตัวของการค้าโลก และการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีที่ล่าช้า ทำให้การลงทุนภายในประเทศชะลอตัว

ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมผลของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่ง World Bank คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้ GDP เติบโตขึ้น 1% จากการครอบคลุมประชากร 50 ล้านคน แต่จะกดดันให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 2%

รายงานระบุอีกว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยช้ากว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายมากมาย อาทิ ความต้องการจากต่างประเทศที่อ่อนแอ (Weak External Demand) กระบวนการผ่านงบประมาณที่ล่าช้า และการเข้าสู่สังคมสูงวัย

ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ส่วนใหญ่ World Bank ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ เช่น มาเลเซียคาดโต 4.4% จาก 4.3% ฟิลิปปินส์ 5.9% จาก 5.8% และเวียดนาม 6% จาก 5.5%

ในวันเดียวกัน สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 24 สำนัก เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้

แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น

  • หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 28%
  • กองทุนตราสารหนี้ 23.54%
  • หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 23.46%
  • เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 8.33%
  • กองทุนอสังหาฯ หรือ REIT 7.81%
  • ทองคำหรือกองทุนทองคำ 7.81%
  • สินทรัพย์อื่น ๆ เช่น Bitcoin ,น้ำมัน 1.04%

IAA แนะนำจัดพอร์ต

สำหรับการลงทุนต่างประเทศนั้น แนะนำให้ลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี และ Selective Asia เช่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ เวียดนาม

มุมมองการลงทุน Finnomena Funds 

Finnomena Funds ให้คำแนะนำลงทุนหุ้นไทยที่ Neutral โดยแนะนำกองทุน Active ที่มีกลยุทธ์คัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว เช่น ASP-SME-A

แต่ในภาพรวมมองว่าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในขาฟื้นตัว และแข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้ Valuation เริ่มตึงในหุ้นสหรัฐฯ แต่ยังมีโอกาสในกลุ่ม Value หรือภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งในยุโรป และฝั่งเอเชีย

จึงยังคงแนะนำเน้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ผ่านกองทุนเด่น ได้แก่ AFMOAT-HA ONE-EUROEQ UOBSA SCBKEQTG PRINCIPAL-VNEQ-A B-BHARATA K-CHINA-A ABCA-A ASP-SME-A พร้อมขายทำกำไรกองทุนหุ้น Growth และกองทุนหุ้นญี่ปุ่น


อ้างอิง

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำทยอยสะสม MEGA10CHINA-A จากมาตรการกระตุ้นของจีนที่ยังชัดเจน และ Valuation ที่ถูกมาก

หุ้น Xiaomi ทะยานขึ้นไปสูงสุด +16% ในวันเดียว จากข่าวว่า Xiaomi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก Xiaomi SU7 ก่อนจะลดลงมาที่ +9% ระหว่างวัน มีส่วนผลักดันให้ดัชนี HSI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2%

โดย Xiaomi SU7 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 30,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งราคานี้ตัดได้ว่าถูกกว่า Tesla Model 3 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของแบรนด์อเมริกันรายนี้ ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและเขย่าอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกไม่น้อย

สำหรับใครที่สนใจการลงทุนในบริษัทใหญ่ ๆ มีแบรนด์ติดระดับโลก เช่น Xiaomi ทาง Finnomena Funds แนะนำกองทุน MEGA10CHINA-A ซึ่งปัจจุบันลงทุนใน Xiaomi สูงถึง 9.51% (as of 29 Feb 2024)

สัดส่วนการลงทุนของ MEGA10CHINA-A | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024

MEGA10CHINA-A มีนโยบายเข้าไปลงทุนใน 10 บริษัทที่ทรงอิทธิพลในจีน ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เน้นเฉพาะบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง เป็นผู้นำในด้าน Brand Value และต้องไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ไม่มีการถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลจีน เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบเน้น ๆ กับหุ้นผู้ชนะเพียง 10 ในสัดส่วนที่เท่ากันแบบ Equal weight


อ้างอิง: https://www.reuters.com/business/autos-transportation/xiaomis-stock-set-open-up-15-after-launch-electric-car-2024-04-02/ 

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ MEGA10CHINA-A

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

MEGA10CHINA-A
ดูคลิปประกอบ
MEGA10CHINA-A
กองทุนแนะนำ MEVT Call

MEVT Call เป็นคำแนะนำกองทุนรวมที่มีเป้าหมายแบบ The Long-Term Growth คือเฟ้นหาสินทรัพย์การลงทุนที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยพิจารณาภายใต้ Framework ที่รอบด้ายทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ดังนี้

Macro – ปัจจัยเชิงมหภาค เงินเฟ้อ นโยบายการเงินและการคลัง ประชากรศาสตร์ การเมืองระหว่างประเทศ และอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจ

Earnings – วิเคราะห์การเติบโตของกำไร และแนวโน้มการปรับประมาณการกำไร

Valuation – วิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุนว่ามีความน่าสนใจมากเพียงใด เพื่อนำไปสู่คำแนะนำเข้าลงทุนในระดับราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้

Technical – ปัจจัยส่งผลกระทบอื่น ๆ เช่น fund flow, sentiment, seasonal statistic และ technical analysis

กองทุนแนะนำ MEVT Callอัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 10 เมษายน 2024 โดย Finnomena Funds

กองทุนแนะนำ MEVT Call

PRINCIPAL VNEQ-A

กองทุนหุ้นเวียดนาม ประเทศดาวเด่นแห่งอาเซียนที่มีปัจจัยหนุนระยะยาวทั้งในเชิงพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และอัพไซด์จากโอกาสยกระดับตลาดหุ้นเข้าคำนวณในดัชนี Emerging Markets 

UOBSA

กองทุนหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่โดดเด่นในเรื่องการคัดเลือกหุ้นด้วย AI ร่วมกับผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิสูจน์ด้วยผลตอบแทนที่โตเหนือคู่แข่ง พร้อมรับอานิสงส์จากดอลลาร์อ่อนค่า เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดเอเชียมากขึ้น

ONE-EUROEQ

กองทุนหุ้นยุโรป กลับมาน่าสนใจอีกครั้งหลังเห็นสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของทิศทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มดอกเบี้ยที่น่าจะลดลงได้เร็ว ประกอบกับ Valuation ที่ยังถูกเมื่อเทียบกับ Developed Markets อื่น ๆ

SCBKEQTG

กองทุนหุ้นเกาหลีใต้ เป็นจังหวะฟื้นตัวตามวัฏจักร Semiconductor และ Valuation ที่ยังไม่แพง รวมทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการ Value-up program เพื่อส่งเสริมมูลค่าตลาดหุ้น

AFMOAT-HA

กองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้น Value ที่มีปราการทางธุรกิจแข็งแกร่งในระดับ Valuation ที่เหมาะสม สามารถทยอยสะสมได้ในระยะยาว

K-CHINA-A(A) ABCA-A

กองทุนหุ้นจีน ถือว่าโมเมนตัมเริ่มกลับมาแล้ว หลังแนวโน้มการกระตุ้นของทางการที่เริ่มทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ตลาดเริ่มตอบรับกับมาตรการต่าง ๆ ในเชิงบวก ประกอบกับ Valuation อยู่ในระดับถูกซึ่งได้สะท้อนความกังวลไปมากแล้ว

UGIS-N KFSINCFX-A

โอกาสทองครั้งสุดท้ายในการเข้าลงทุนกองทุนตราสารหนี้โลก ก่อนที่จะ Fed จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในปีนี้

ไหน ๆ จะลงทุนทั้งที การไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มเนี่ย ออกจะฟินสุด ๆ ทีมงานมัดรวม FINT Cashback ตามลิงก์ข้างล่างเลย 👇🏻👇🏻👇🏻

1️⃣ อยากใช้ FINT Cashback ต้องเข้าตรงไหน?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback

2️⃣ สอนใช้ FINT Cashback แบบจับมือทำ
💡 Link : https://youtu.be/Zsrs7URDUwM?si=uROVCvLFIvA_Au0f

3️⃣ กองทุนที่เราจะลงทุน เข้าร่วม Cashback ไหม?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback/fund-list

4️⃣ อยากรู้ลึกๆ ว่า FINT Cashback คืออะไร?
💡 Link : https://docs.fint.finance/fint-token/use-fint-fint/cashback-from-fee

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
Mr.Messenger Call: SCBCOMP ถึงจุด Take Profit
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำขายทำกำไรกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ SCBCOMP และหาโอกาสการลงทุนใหม่ในตลาดขาขึ้นอื่น ๆ เช่น หุ้นยุโรป หุ้นอินเดีย

แนะนำขายทำกำไรกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ SCBCOMP และหาโอกาสการลงทุนใหม่ในตลาดขาขึ้นอื่น ๆ เช่น หุ้นยุโรป หุ้นอินเดีย

Mr.Messenger ได้ออกคำแนะนำ Mr.Messenger Call: เก็งกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ หลังมี momentum เชิงบวก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2024 หลังจากแนะนำราคา DJP ETN ซึ่งเป็น ETN ที่ Track กับ Bloomberg Commodity Index Total Return ปรับตัวเพิ่มขึ้น +7% (ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน) ขณะที่กองทุน SCBCOMP +4.2% หลังจากแนะนำเข้าลงทุน (NAV ล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน) 

ทำให้ล่าสุดการปรับตัวขึ้นของ DJP ETN ถึงระดับทำกำไรแล้ว Mr.Messenger จึงแนะนำ take profit กองทุน SCBCOMP สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนตามคำแนะนำ พร้อมหาโอกาสการลงทุนใหม่ตามคำแนะนำ ดังนี้

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ FINNOMENA FUNDS ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ SCBCOMP

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

SCBCOMP
ดูคลิปประกอบ
SCBCOMP
Fundtalk มองสวน
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำโยกออกจากหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นยุโรป หมุนเข้ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ABGFIX-A และกองทุนตราสารหนี้โลก KFSINCFX-A

ตลาดหุ้นย่อตัว ราคาน้ำมันพุ่งแรง แต่ทำไม Bond Yield ปรับลดลง!? FundTalk มองให้ขาดหรือเพราะตลาดกลัว Risk-Off ชาวสวนควรใช้จังหวะนี้ ปรับแทคติก ขายทำกำไรหุ้นอเมริกา-หุ้นยุโรป โยกเข้ากองทุนตราสารหนี้

หลังจากเมื่อคืนวันที่ 4 เมษายน 2024 ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ร่วงแรงสุดในรอบ 1 ปี โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลง -1.23% ส่วนดัชนี NASDAQ ลดลง -1.4%

Fundtalk มองสวนSource: TradingView as of 05/04/2024

ประเด็นสำคัญเกิดจากความกังวลว่า Fed อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ หลัง Neel Kashkari หนึ่งในคณะกรรมการ FOMC ประธาน Fed สาขา Minneapolis ให้มุมมองว่าหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจจะไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้

Neel Kashkari หนุนว่าควรใช้เวลามากขึ้นเพื่อรอคอยให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ก่อนเริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 20% นับตั้งแต่ต้นปี

Fundtalk มองสวนSource: TradingView as of 05/04/2024

ในขณะที่ตลาดหุ้นสรัฐฯ เริ่มอ่อนกำลังลง จะเห็นว่าในฝั่งราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแรงทะลุ 90 เหรียญต่อบาร์เรลไปแล้ว หลังตลาดกังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

หุ้นย่อ น้ำมันพุ่ง แต่ทำไม Bond Yield ถึงลด?

Fundtalk มองสวนSource: TradingView as of 05/04/2024

จะเห็นว่าจุดที่น่าสนใจของจังหวะนี้ คือหุ้นสหรัฐฯ ย่อลง น้ำมันพุ่งสูงขึ้น แต่คำถามก็คือทำไม Bond Yield กลับปรับตัวลดลง

ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ย้อนแย้งเหมือนกัน เพราะปกติแล้วราคาน้ำมันดิบกับ Bond Yield จะวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงเป็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อกำลังมา Fed จะไม่รีบลดดอกเบี้ย

คำตอบของเหตุการณ์นี้ หากมองให้ขาด Ahead of the Game ตลาดอาจกำลังส่งสัญญาณ Risk-Off กลัวความเสี่ยง จึงโยกเงินลงทุนเข้าตราสารหนี้ ซึ่งเป็น Safe Haven เสี่ยงต่ำ

FundTalk Contrarian Style ขึ้นขายลงซื้อ

มุมมองระยะสั้นสำหรับ “ชาวสวน” FundTalk The Contrarian Style แนะนำใช้จังหวะนี้ขายทำกำไรหุ้นในพอร์ต หลังโมเมนตัมตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มอ่อนกำลังลง RSI < 50 และเกิด bearish divergence จึงมีโอกาสปรับฐานในระยะสั้น

พอร์ตการลงทุน FundTalk Contrarian Portfolio “FTCP” จึงแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อเก็บกระสุน ดังนี้

  • โยกออกกองทุนหุ้นสหรัฐฯ AFMOAT-HA 20% เข้ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ABGFIX-A
  • โยกออกกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ 10% เข้ากองทุนตราสารหนี้โลก KFSINCFX-A

 

Fundtalk มองสวน

ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนใหม่ของ FundTalk Contrarian Portfolio จะถือตราสารหนี่ที่สัดส่วน 55% และถือหุ้น 45%

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องจับมองในระยะข้างหน้า คือแนวโน้มราคาน้ำมัน และมุมมองของ Fed 

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่านี่คือคำแนะนำระยะสั้นสำหรับ “ชาวสวน” ขึ้นให้ขาย ลงให้ซื้อ หากใครเน้นเป้าหมายการลงทุนระยะยาว แนะนำติดตาม MEVT Call ชี้เป้าการลงทุนเป้าหมายระยะกลาง-ยาว ซึ่งยังคงมีโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ อาจใช้โอกาสการปรับฐานครั้งนี้ ทะยอยเข้าสะสมหุ้นเพิ่มเติมได้ หรือจับตารอเพื่อให้สถานการณ์ต่าง ๆ ชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจ

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
กองทุนแนะนำ สไตล์ Mr.Messenger

Mr.Messenger Call คือคำแนะนำกองทุนรวมโดย Bank – The Trend Follower ที่มีมุมมองการลงทุนในรูปแบบ “ไล่ตลาด” มุ่งสร้างโอกาสทำกำไรในช่วงขาขึ้น โดยใช้ปัจจัยทางเทคนิคจับจังหวะตลาด ศึกษาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ในอดีต และนำหลักสถิติมาคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในอนาคต

เป้าหมายของการลงทุนในสไตล์นี้ จึงเหมาะกับการเก็งกำไรในระยะสั้น-กลาง เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง พร้อมเข้าลงทุนตาม Market Trend ในช่วง Bull Market กำหนดจุด Take Profit และยอมรับการ Limit Loss ได้ทันที

กองทุนแนะนำ สไตล์ Mr.Messengerอัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน 2024 โดย Finnomena Funds

กองทุนแนะนำ Mr.Messenger Call

B-CHINE-EQ K-CHINA-A(A)

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นจีนกลุ่ม All China หลังดัชนีตลาดหุ้นจีนกลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้ง พร้อมทะยานเหนือแนวต้านสำคัญ โดยแนะนำเข้าลงทุนที่ NAV ของ MCHI ETF ไม่เกิน $40.7

ONE-EUROEQ ABEG

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นยุโรป ตามเทรนด์ที่ตลาดหุ้นยุโรปทำจุดสูงสุดใหม่ และเกิดสัญญาณ Golden Cross จึงแนะนำเข้าลงทุนที่ NAV ของ STOXX EURO 600 ไม่เกิน 514 จุด

B-BHARATA TISCOINA-A

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นอินเดีย รับจังหวะขาขึ้นของตลาดหุ้นอินเดีย พร้อมเป็นโอกาสเข้าลงทุนตามแนวโน้มการเติบโตระยะยาวในประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง และคาดว่าจะเป็นดาวดวงใหม่ของเอเชีย

SCBCOMP*

แนะนำ “ถือ” กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากก่อนหน้านี้ราคาดีดขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและสินค้าเกษตร Take Profit เมื่อ NAV ของ DJP (iPath Bloomberg Commodity Index) ถึง $32.4 และ Stop Loss เมื่อหลุดลงไปแตะ $29.46 

*กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน

ASP-SME-A

แนะนำ “ถือ” กองทุนหุ้นไทย Mid-Small Cap ซึ่งเน้นลงทุนแบบ Selective Buy โดยสามารถ Take Profit เมื่อดัชนี sSET ขึ้นถึง 995 จุด และ Stop Loss เมื่อลงมาต่ำกว่า 864 จุด

SCBRS2000(A) ASP-USSMALL

แนะนำ “ถือ” กองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกาขนาดเล็ก โดยกำหนดจุดTake Profit เมื่อดัชนี Russell 2000 ขึ้นถึง 2,300 จุด และ Stop Loss หากต่ำกว่า 1838 จุด

TUSFIX ABGFIX-A

แนะนำ “ถือ” กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในสกุลเงินดอลลาร์ เพื่อสอดรับกับแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า พร้อมกำหนดจุด Take Profit เมื่อ USDTHB ทะลุ 37.2 และ Stop Loss เมื่อลงสู่ 34.7

ไหน ๆ จะลงทุนทั้งที การไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มเนี่ย ออกจะฟินสุด ๆ ทีมงานมัดรวม FINT Cashback ตามลิงก์ข้างล่างเลย 👇🏻👇🏻👇🏻

1️⃣ อยากใช้ FINT Cashback ต้องเข้าตรงไหน?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback

2️⃣ สอนใช้ FINT Cashback แบบจับมือทำ
💡 Link : https://youtu.be/Zsrs7URDUwM?si=uROVCvLFIvA_Au0f

3️⃣ กองทุนที่เราจะลงทุน เข้าร่วม Cashback ไหม?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback/fund-list

4️⃣ อยากรู้ลึกๆ ว่า FINT Cashback คืออะไร?
💡 Link : https://docs.fint.finance/fint-token/use-fint-fint/cashback-from-fee

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
กองทุนแนะนำ FundTalk Call

FundTalk Call คือคำแนะนำกองทุนรวมโดย Jet – The Contrarian ที่มีมุมมองการลงทุนในรูปแบบ “สวนตลาด” เน้นเฟ้นหาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงลึกมากจนเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตยังดี และมีลมหนุนที่ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับตัวขึ้นได้ 

เป้าหมายของการลงทุนในสไตล์นี้ จึงเป็นการมองหาโอกาสเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ดี ราคาถูก ตอนที่คนไม่เหลียวแล และหากคุณเองก็เชื่อในไอเดียการลงทุนแบบ The Contrarian Style นี่คือกองทุนแนะนำทั้งหมดที่เรารวมมาไว้ให้ครบในที่เดียว

กองทุนแนะนำ FundTalk Callอัปเดตมุมมองการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 27 มีนาคม 2024 โดย Finnomena Funds

กองทุนแนะนำ FundTalk Call

MEGA10CHINA-A

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นจีนที่เน้นลงทุน 10 หุ้นจีนแบรนด์ระดับโลก ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยจะได้รับประโยชน์จากท่าทีของรัฐบาลที่หันกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ

PRINCIPAL GCLEAN-A

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด เน้นลงทุนในบริษัทผู้ผลิตพลังงานทางเลือกทั่วโลก ซึ่งจะเคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ย ดังนั้น การที่ Fed คอมเฟิร์มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ จึงเป็นโอกาสลงทุนในหุ้น Clean Energy

KT-ENERGY

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน จากมุมมองเชิงบวกต่อราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะประเด็นปริมาณการผลิตน้ำมันโลกที่มีโอกาสขาดแคลน ซึ่งเกิดจากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ 

KFSINCFX-A

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนตราสารหนี้โลกที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (unhedged) รับโอกาส Bond Yield ที่สูง พร้อม Capital Gain เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ย และกำไรค่าเงินหากเงินบาทอ่อนค่าต่อ

K-SEMQ

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยมองเห็นโอกาสครั้งใหม่ของการเติบโตที่มีอัพไซด์ค่อนข้างสูง หนุนโดยประเทศจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย และบราซิล

KFHEALTH-A K-GHEALTH(UH)

แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นกลุ่มสุขภาพ Global Health Care เป็นธีม Laggard Play ที่ราคายังขึ้นมาไม่เยอะ และมีโอกาสทะยานต่อจากการเกิด Sector Rotation ซึ่งหมุนจากหุ้นเทคโนโลยี

TISCOHD-A

แนะนำ “ขาย” กองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่เน้นจ่ายปันผลสูง หลังพบว่าตลาดยังขาดแรงกระตุ้นและไม่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน จึงแนะนำโยกไปหาสินทรัพย์ใหม่ที่มีความน่าสนใจมากกว่า

กองทุนไหนดี ดูคำแนะนำทั้งหมด คลิกเลย

ไหน ๆ จะลงทุนทั้งที การไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มเนี่ย ออกจะฟินสุดๆ ทีมงานมัดรวม FINT Cashback ตามลิงก์ข้างล่างเลย 👇🏻👇🏻👇🏻

1️⃣ อยากใช้ FINT Cashback ต้องเข้าตรงไหน?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback

2️⃣ สอนใช้ FINT Cashback แบบจับมือทำ
💡 Link : https://youtu.be/Zsrs7URDUwM?si=uROVCvLFIvA_Au0f

3️⃣ กองทุนที่เราจะลงทุน เข้าร่วม Cashback ไหม?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback/fund-list

4️⃣ อยากรู้ลึกๆ ว่า FINT Cashback คืออะไร?
💡 Link : https://docs.fint.finance/fint-token/use-fint-fint/cashback-from-fee

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
FundTalk Call โอกาสลงทุนในหุ้น Clean Energy
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำเข้าลงทุนในหุ้น Clean Energy กองทุน PRINCIPAL GCLEAN ที่ได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง

FundTalk Contrarian Call  แนะนำเข้าลงทุนในหุ้น Clean Energy กองทุน PRINCIPAL GCLEAN-A ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง พร้อมแนะนำสับเปลี่ยนออกกองทุน TISCOHD-A หลัง Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง

คณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามตลาดคาดที่ระดับ 5.25%- 5.5% พร้อมเปิดเผยคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) บ่งชี้ถึงสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ FundTalk มีมุมมองว่าหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด (Clean Energy) จะมีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีหาก Fed ลดดอกเบี้ย 

ค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ ผ่านตลาดหุ้นกลุ่ม Clean Energy

3 เหตุผลหลักที่ทำไมหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดจะกลับมาโดย Fidelity

  1. Rate Cycle Turning: หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยสูง เนื่องจากบริษัทมีการจ่ายปันผลคงที่คล้ายตราสารหนี้ ซึ่งหาก Yield ลง กลุ่มนี้จะให้ผลตอบแทนโดดเด่น
  2. IRA Clarity: บริษัทเริ่มปรับตัวเพื่อให้ได้ประโยชน์จาก IRA เช่น tax credit แต่มีความเสี่ยงหาก Donald Trump ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ 
  3. Supply Chain Normalization: การปรับสมดุลของ Supply Chain จะเสร็จสิ้นในกลางปี 2024 แต่กลุ่มต้นน้ำจะใช้เวลาถึงปี 2025 

FundTalk Call โอกาสลงทุนในหุ้น Clean EnergyS&P Global Clean Energy Index
Source: Bloomberg as of 21/03/2024

หุ้นกลุ่ม Clean Energy มีแนวโน้มที่ Earnings จะโดดเด่นใน 2 ปี ข้างหน้า โดย EPS คาดว่าจะเติบโต 39.40% ในปี 2025 และ 19.24% ในปี 2026 ขณะที่ P/E อยู่ที่ระดับประมาณ 18 เท่า ซึ่งต่ำกว่า S&P 500 index จึงอยู่ในระดับที่ถูก เนื่องจากราคาที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลง จากดอกเบี้ยที่อยู่ในทิศทางขาขึ้น

iShares Global Clean Energy (INRG) – Top 10 Holdings

FundTalk Call โอกาสลงทุนในหุ้น Clean EnergySource: iShares Global Clean Energy (INRG) as of 16/03/2024

หน้าพอร์ตของกองทุนแม่ของ iShares Global Clean Energy (INRG) ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ PRINCIPAL GCLEAN-A ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตพลังงานทางเลือก, Utilities, Industrial, และ Information Technology โดยเน้นการลงทุนในประเทศสหรัฐฯ จีน และเดนมาร์ก

โดยถ้าหากพิจารณาราคา INRG จะพบว่า ราคาจะปรับตัวขึ้น เมื่อ Bond yield อยู่ในทิศทางลดลง ในขณะที่ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ราคาจะปรับตัวลดลงมา ดังนั้นเมื่อ Fed มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จึงเป็นโอกาสในการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Clean Energy

FundTalk Call โอกาสลงทุนในหุ้น Clean Energyกราฟราคา PRINCIPAL GCLEAN
Source: FINNOMENA Funds as of 21/03/2024

FundTalk มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Clean Energy จึงแนะนำลงทุนในกองทุน PRINCIPAL GCLEAN-A ซึ่งลงทุนใน iShares Global Clean Energy

นอกจากนี้ FundTalk แนะนำสับเปลี่ยนออกกองทุน TISCOHD-A ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index เนื่องจาก Fund Flow ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องอาจกดดันต่อตลาดหุ้นไทย  ดังนั้นควรเลือกสินทรัพย์อื่นที่มีความน่าสนใจมากกว่า 

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ PRINCIPAL GCLEAN-A

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

PRINCIPAL GCLEAN-A
ดูคลิปประกอบ
PRINCIPAL GCLEAN-A
MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำลงทุนในกองทุนหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น UOBSA ซึ่งมีผลตอบแทนโดดเด่นจากการเลือกหุ้นและจัดพอร์ตโดยใช้ A

Finnomena Funds แนะนำเข้าลงทุนตามการพิจารณา MEVT Call เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลาง-ยาว (6-12 เดือนข้างหน้า) ในกองทุนหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น UOBSA ซึ่งมีผลตอบแทนโดดเด่นจากการเลือกหุ้นและจัดพอร์ตโดยใช้ AI พร้อมรับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคที่ฟื้นตัว

Executive Summary

  • Macroeconomics: เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว อินเดียโตแรง อินโดนีเซียโดดเด่น เกาหลีใต้โตต่อ พร้อมรับอัพไซส์เพิ่มจากดอลลาร์อ่อน
  • Earnings: กำไรยังโตสูงกว่า 22% พร้อมการปรับประมาณการที่มีโมเมนตัมดีขึ้น
  • Valuation: มูลค่าหุ้นเอเชียเมื่อเทียบกับโลกอยู่ที่ -2 S.D. ซึ่งเป็นระดับราคาที่ถูกมาก
  • Technical: เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียชัดเจนมากขึ้น
  • แนะนำลงหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ผ่านกองทุน UOBSA โดดเด่นด้วยการใช้ AI คัดเลือกหุ้นร่วมกับผู้จัดการกองทุน เพิ่มโอกาสทำผลตอบแทนโดดเด่นเหนือกองทุนคู่แข่ง

Macroeconomics

เศรษฐกิจเอเชียโตแรงต่อเนื่อง

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปี 2024 ประมาณการโดย Bloomberg Concensus ยังโตได้สูงกว่า 4.4% ถึง 4.9% ในขณะที่เงินเฟ้อภาพรวมอยู่ที่ 1.3% ถึง 2.1% และอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.6% โดยภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจเอเชียยังสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวในอนาคต ในขณะที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อดูผ่อนคลายมากขึ้น

จีนฟื้นตัวแรง อินเดียแข็งแกร่ง อินโดฯ โดดเด่น

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของหลาย ๆ ประเทศในฝั่งเอเชียประกาศออกมาอยู่ในโซนมากกว่า 50 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต โดยประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ๆ อย่างจีนและอินเดีย ประกาศตัวเลขออกมาแข็งแกร่งมากกว่าเดือนที่ผ่านมา ในส่วนของประเทศอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ประกาศออกมาที่ 50.7, 52.7, 51, และ 50.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ เอเชียยังมีโอกาสฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกที่ประกาศตัวเลขออกมาขยายตัวเช่นกัน

Fed ใกล้ลดดอกเบี้ย ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนในอนาคต

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

ในส่วนของนโยบายการเงินประเทศหลักอย่างสหรัฐฯ ตลาดยังคงให้น้ำหนักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปี 2024 โดยตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาสู่ระดับ 4.25% ถึง 4.5% ภายในสิ้นปี 2024 ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงในอนาคตหรืออย่างน้อยจะไม่แข็งค่าขึ้นเป็นอุปสรรคต่อหุ้นเอเชีย

ดอลลาร์อ่อนเป็นปัจจัยบวกกับตลาดหุ้นเอเชีย

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AISource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

โดยทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอดีตมีการเคลื่อนไหวเชิงผกผันกับกับดัชนีในฝั่งประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ซึ่งเมื่อดูการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา การแข็งตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มักจะทำให้ดัชนีปรับตัวลง และการอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มักจะเป็นผลดีกับตลาด โดยในปัจจุบันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปี 2024 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงในอนาคต จึงทำให้บริบทการลงทุนในตลาดเอเชียมีความสนใจมากขึ้น

Earnings

ตลาดคาดการณ์กำไรเติบโตสูงกว่า 22% 

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

ในฝั่งของกำไรบริษัทจดทะเบียนในเอเชีย ในภาพรวมกำไรตลาดมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น โดยสามารถโตได้กว่า 22% อย่างไรก็ดี ตลาดมีการถูกปรับประมาณการกำไรลงแรงในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมาจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด แต่การปรับประมาณการดังกล่าวเริ่มชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถดูได้จากเส้นกำไร EPS next year (เส้นสีฟ้า-กราฟล่าง) ที่มีแนวโน้มทรงตัวนับตั้งแต่เข้าปี 2024 ต่างจากเส้น EPS current year (เส้นสีดำ-กราฟล่าง) ที่ยังถูกปรับลดค่อนข้างเยอะ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในเอเชียมีแนวโน้มที่จะ Bottom out ในปีนี้ และฟื้นตัวได้ดีในปีถัดมา

Valuation

Valuation เอเชียถูกมากกว่าเมื่อเทียบหุ้นโลก

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 19/03/2024

นอกจากนี้ เมื่อทำการเปรียบเทียบในส่วนของ PE Ratio เอเชีย MSCI Asia ex Japan กับหุ้นโลก MSCI ACWI จะเห็นได้ว่าตลาดเอเชียกำลังซื้อขายในระดับราคาที่ถูกกว่า -2 S.D. นับเป็นมูลค่าที่ถูกกว่าหุ้นโลกมาก

Technical

เม็ดเงินเริ่มไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Bloomberg as of 13/03/2024

เม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น โดยตลาดหุ้นอินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาตั้งแต่ 4Q23 ขณะตลาดหุ้นจีนเม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลเข้าอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2024 สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาสนใจตลาดหุ้นเอเชียอีกครั้ง

UOBSA

กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน United Asia Fund กองทุนหลักจัดตั้งและบริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore) มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก โดยกองทุนหลักใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุก (active management) 

กองทุน UOBSA เป็นกองทุนความเสี่ยงสูงระดับ 6 ปัจจุบันป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Fx Hedge ration) ที่ 0.00% มีดัชนีชี้วัดเป็น ดัชนี MSCI AC Asia (ex Japan) net TR USD

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: uobam.co.th as of 19/03/2024

ทำไมเราถึงแนะนำ UOBSA

  • แนะนำกองทุน UOBSA กองหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ผลตอบแทนโดดเด่นจากการเลือกหุ้นและจัดพอร์ตโดยใช้ AI เป็นตัวนำร่วมกับผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์จาก UOBAM Singapore
  • ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลัง 24% เทียบค่าเฉลี่ยกลุ่มกองทุนเดียวกัน 4% (NAV วันที่ 13/3/2024)
  • ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งช่วยลดผลจากต้นทุนป้องกันความเสี่ยงค่าเงินที่สูง ในขณะที่การกระจายลงทุนในหลากหลายประเทศโดยเฉพาะในฝั่งเอเชียด้วยกัน ช่วยลดความผันผวนจากค่าเงินได้ โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินในเอเชียอื่น ๆ เคลื่อนไหวไปในทิศทางสอดคล้องกันเมื่อเทียบกับ

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AISource: Finnomena Funds, Morningstar as of 13/03/2024

UOBSA ลงทุนในกองทุนหลัก United Asia Fund ซึ่งที่ผ่านมากองทุน UOBSA สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่ากองทุนในกลุ่มเดียวกันมาก และที่มาของผลตอบแทนที่โดดเด่น มาจากการกลยุทธ์การเลือกหุ้นด้วย Artificial Intelligence (AI) ซึ่ง United Asia Fund เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021 ทำให้ผลตอบแทนหลังจากนั้นมีความโดดเด่นมาก 

โดย AI มีบทบาทอย่างมากในการคัดเลือกหุ้น เพราะจากเดิมที่ต้องใช้นักวิเคราะห์กว่า 50 คน ในการวิเคราะห์หุ้น 250 ตัว (ซึ่งเท่ากับเพียง 1% ของตลาด) AI สามารถวิเคราะห์หุ้นในเอเชียได้มากกว่า 25,000 ตัว (100% ของตลาด) เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นใหม่ ๆ ที่ถึงแม้ยังไม่ได้รับความสนใจจากตลาดมาก แต่มีศักยภาพสูง

ในรายละเอียดกระบวนการการคัดเลือก AI จะแสกนหุ้นที่มีพื้นฐานดีที่สุด 100 ตัว โดยใช้ตัวแปรในการวิเคราะห์มากกว่า 33,000 ตัวแปร โดยหุ้นทั้ง 100 ตัวจะเป็นหุ้นที่มี Upside Potential สูงที่สุด จากนั้นนักวิเคราะห์จะคัดเลือกให้เหลือเพียง 50 ตัว และนำมาจัดพอร์ต โดย AI จะช่วยในการจัดส่วนการลงทุน ให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่เหมาะสมที่สุด โดยกระบวนการทั้งหมดจะทำทุกเดือน เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความเหมาะสมกับสถานการ์ณปัจจุบันมากที่สุด

MEVT Call จัดทัพหุ้นเอเชียด้วย AI Source: Finnomena Funds, Morningstar as of 13/03/2024

โดยจาก Track Record ที่ผ่านมา AI มีการจัดสัดส่วนได้อย่างแม่นยำ โดยมีการแนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในประเทศจีนในช่วงปี 2021 และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเทศอินเดียเข้ามาแทน ส่งผลให้ United Asia Fund สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นใน 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้การปรับสัดส่วนรายเดือนยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเที่ยบกับกองทุนที่ไม่ใช่ AI

เราเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนที่กล่าวมาเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีโอกาสสูงที่จะทำซ้ำต่อได้ในอนาคต จึงแนะนำซื้อ UOBSA

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ UOBSA

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

UOBSA
ดูคลิปประกอบ
UOBSA
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำเข้าเก็งกำไรระยะสั้นกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ และ ABEG หลังดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่ และเกิดสัญญาณปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง

แนะนำเข้าลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้นกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ และ ABEG รับดัชนีตลาดหุ้นยุโรปทำจุดสูงสุดใหม่ และเกิดสัญญาณปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง

กราฟดัชนี STOXX Europe 600 (Timeframe Day)

Source: Tradingview as of 15/03/2024

ดัชนีตลาดหุ้นยุโรป (STOXX Europe 600) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ พร้อมเกิดสัญญาณ Golden Cross (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน) และกำลังเข้าสู่ Extension Wave 5

Mr.Messenger Call จึงแนะนำลงทุนในกองทุน ONE-EUROEQ และ ABEG ซึ่งมีค่า Correlation กับดัชนี STOXX EURO 600 ที่ 0.94 และ 0.72 โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

  1. แนะนำเข้าลงทุนที่ดัชนี ไม่เกินระดับ 514 จุด (+2% จากระดับราคาวันที่ 15/03/2024) ซึ่งเป็นระดับราคาที่เราแนะนำให้พิจารณาชะลอการเข้าซื้อ (หยุดซื้อ) ภายใต้คำแนะนำ Tactical Call เนื่องจากทำให้ Risk/Reward ratio เข้าใกล้ระดับ 1:1
  2. แนะนำ Take Profit หรือขายทำกำไร เมื่อดัชนีถึง 563.9 จุด (Upside 12% จากระดับราคาวันที่ 15/03/2024 และ +9.5% จากจุดหยุดเข้าซื้อ) ซึ่งใกล้เคียงระดับ Fibonacci 161.8% ตาม Extension Wave 5 
  3. แนะนำ Limit Loss หรือตัดขาดทุนทันที เมื่อดัชนีปิดตลาดต่ำกว่า 465 จุดอย่างมีนัยยะ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิมในปี 2024 (Downside -7.6% จากราคาวันที่ 15/03/2024 และ -9.5% จากจุดหยุดเข้าซื้อ) โดยเราอาจพิจารณาแนะนำ Trailing Stop ด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day MA) โดยเราจะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ONE-EUROEQ

กองทุนรวมหุ้นยุโรปที่ บริหารจัดการโดย ELEVA Capital ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความชำนาญในการลงทุนในหุ้นยุโรป มีกระบวนวิเคราะห์หุ้นลักษณะ Bottom up โดยลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาวและมีความสามารถในการแข่งขัน

ONE-EUROEQ Top HoldingMr.Messenger Call หุ้นยุโรปทำนิวไฮSource: Fund Fact Sheet ของกองทุน ONE-EUROEQ as of 31/1/2024

ABEG

กองทุนรวมหุ้นยุโรปบริหารโดย adrdn Investment ที่เน้นส่งเสริมบริษัทที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมหรือสังคม แต่กองทุนหลักไม่ได้มีนโยบายการลงทุนที่จัดเป็นประเภทการลงทุนที่ยั่งยืน กองทุน ABEG จะมีความกระตุ้นมากกว่า ONE-EUROEQ โดยสัดส่วนการลงทุนใน Top 5 Holdings คิดเป็น 30.49%

ABEG Top HoldingMr.Messenger Call หุ้นยุโรปทำนิวไฮSource: Fund Fact Sheet ของกองทุน ABEG as of 31/1/2024

ค่า Correlation ช่วงเวลา 2 ปี ของกองทุน ONE-EUROEQ กับ ABEG เทียบกับดัชนี STOXX EURO 600

Mr.Messenger Call หุ้นยุโรปทำนิวไฮ

Mr.Messenger Call หุ้นยุโรปทำนิวไฮ

นักลงทุนที่เหมาะกับคำแนะนำนี้ ระยะสั้นนี้ควร…

  1. เป็นนักลงทุนที่มีเงินสด หรือสภาพคล่องส่วนเกิน และรับความผันผวนได้สูง
  2. ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของภาพรวมพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
  3. นักลงทุนต้องยอมรับการ Limit Loss หรือ การตัดขาดทุนได้ทันที

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

ามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ ONE-EUROEQ

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ONE-EUROEQ
ดูคลิปประกอบ
ONE-EUROEQ
Fundtalk call KT-ENERGY
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำโอกาสการลงทุนครั้งใหม่จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ผ่านกองทุน KT-ENERGY

FundTalk Contrarian Portfolio Update แนะนำขายทำกำไรในหุ้นสหรัฐฯ พร้อมหาโอกาสการลงทุนใหม่จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ผ่านกองทุน KT-ENERGY ซึ่งลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก

นับตั้งแต่ปี 2023 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น โดยดัชนี S&P500 มีผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 32.9% นำโดยหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 ที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2023 FundTalk มีมุมมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเติบโต ในระยะสั้นอาจเกิดการปรับฐานแบบ Healthy Correction หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาในช่วงเดือนมีนาคม ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกระลอก และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น

FundTalk จึงแนะนำขายทำกำไรกองทุน MEGA10-A ซึ่งลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 10 ตัวของสหรัฐฯ ในหลากหลายอุตสาหกรรม

Fundtalk call KT-ENERGYผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ของกองทุนหุ้นสหรัฐฯ
Source: Finnomena Funds as of 15/03/2024

โดยกองทุนดังกล่าวมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 50.48% โดดเด่นเหนือกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กองอื่นทั้งหมดในรอบปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนดังกล่าวนำโดยหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 ยกตัวอย่างเช่น Meta และ Amazon ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 162% และ 90.5% ตามลำดับ ผสมกับหุ้นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีลักษณะเป็นผู้นำตลาด เช่น ผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินเจ้าใหญ่อย่าง Mastercard ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 35% และธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ J.P.Morgan Chase & Co. ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 43%

อย่างไรก็ดี กองทุนดังกล่าวมีลงทุนที่กระจุกตัว (ลงทุนในหุ้นเพียง 10 ตัว) และหุ้นหลายตัวในพอร์ตการลงทุน เป็นหุ้นที่มีลักษณะเติบโต ซึ่งจะมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากตัวเลขการเติบโตรายปี (YoY Growth) ของดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ของสหรัฐฯ ล่าสุดประกาศออกมาที่ 3.2% ซึ่งสูงกว่าที่คาด ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายการเงิน ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้หุ้นในพอร์ตของกองทุน MEGA10-A เกิดการปรับฐาน จึงแนะนำขายทำกำไรกองทุนดังกล่าวออกมาก่อน อย่างไรก็ดี พอร์ต Contrarian Portfolio ยังคงมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ผ่านกองทุน AFMOAT-HA อยู่

ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลง

Fundtalk call KT-ENERGYคาดการณ์อุปสงค์/อุปทานน้ำมันในปี 2024
Source: IEA as of 14/03/2024

จากรายงานขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ฉบับล่าสุด ณ วันที่ 14 มีนาคม 2024 ที่ผ่านมา IEA คาดว่าภาพรวมอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2024 จะเพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าตัวเลขที่เคยประมาณไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์น้ำมันของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการขนส่งทางน้ำที่มีความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในฝั่งของการผลิตน้ำมัน IEA คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2024 จะลดลงในอัตรา 8.7 แสนบาร์เรลต่อวัน

โดยมีสาเหตุมาจากการประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศ OPEC+ โดย IEA ประเมินว่าสถานการณ์ปริมาณน้ำมันโลกในปัจจุบัน กลับมาอยู่ในสภาวะ deficit (ปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้ มีน้อยกว่าความต้องการน้ำมัน) อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้สถานการณ์อยู่ในภาวะ surplus (ปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้มีมากกว่าความต้องการน้ำมัน)

Fundtalk call KT-ENERGYกราฟราคาน้ำมันดิบ WTI
Source: Finnomena Funds as of 15/03/2024

การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน ทั้งในมุมของการลดกำลังการผลิต และความต้องการน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น โดยล่าสุด (14 มีนาคม 2024) ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 81 ดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว และจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค เราเชื่อว่า WTI จะยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้นต่อไป

FundTalk มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อราคาพลังงาน จึงแนะนำลงทุนในกองทุน KT-ENERGY ซึ่งลงทุนใน BGF World Energy Fund บริหารกองทุนโดย BlackRock

กองทุนดังกล่าวลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก โดยหุ้นที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจและผลิต ธุรกิจโรงกลั่น หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยปกติแล้วหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานมักได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยหน่วยลงทุนของกองทุน BGF World Energy Fund มีราคาเคลื่อนไหวไปตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบเช่นกัน นักลงทุนจึงสามารถลงทุนผ่านกองทุนดังกล่าว เพื่อให้ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นได้

Fundtalk call KT-ENERGYหุ้น 10 ตัวแรกในพอร์ตการลงทุน BGF World Energy Fund
Source: BlackRock as of 29/02/2024

หุ้น 10 ตัวแรกในกองทุน BGF World Energy Fund ประกอบไปด้วยหุ้นพลังงานขนาดใหญ่จากหลากหลายภูมิภาค เช่น อังกฤษ (Shell PLC และ BP PLC) สหรัฐอเมริกา (Exxon Mobil Corp และ Chevron Corp) และยุโรป (TotalEnergies SE)

สรุปการปรับสัดส่วน FundTalk Contrarian Portfolio

FundTalk มีคำแนะนำปรับสัดส่วนใน FundTalk Contrarian Portfolio โดยมีสัดส่วนใหม่ ดังนี้ 

Fundtalk call KT-ENERGYสัดส่วนการลงทุนใหม่ใน FundTalk Contrarian Portfolio
Source: Finnomena Funds as of 15/03/2024

  • ขายทำกำไรกองทุน MEGA10-A ทั้งหมด (10%)
  • เข้าซื้อกองทุน KT-ENERGY 10%

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ KT-ENERGY

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

KT-ENERGY
ดูคลิปประกอบ
KT-ENERGY
Take Profit กองทุน SCBNEXT(A)
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำขายทำกำไรในกองทุน SCBNEXT(A) หลังกองทุนปรับเพิ่มขึ้น +9.5% จากการแนะนำเข้าลงทุนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2023

แนะนำขายทำกำไรในกองทุน SCBNEXT(A) สำหรับนักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น และพักเงินไว้ที่กองทุนตลาดเงิน KKP MP หรืออาจพิจารณาเข้าลงทุนใหม่เพื่อเก็งกำไรต่อในกองทุนหุ้นจีนอย่าง B-CHINE-EQ และ K-CHINA-A(A) หรือกองทุนตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์ TUSFIX และ ABGFIX

ก่อนหน้านี้ Mr.Messenger Call ได้ออกคำแนะนำเข้าลงทุน ARKW เตรียมพุ่งทะยาน หลังผ่านหลายแนวต้านสำคัญ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2023 หลังจากแนะนำพบว่าราคา ARKW ETF (กองทุนหลักของ  SCBNEXT(A)) ปรับตัวเพิ่มขึ้น +11% (ข้อมูล ณ 12 มีนาคม) ขณะที่กองทุน SCBNEXT(A) +9.5% หลังจากแนะนำเข้าลงทุน (NAV ล่าสุด ณ 11 มีนาคม) 

แม้ราคาของกองทุนหลักยังไม่ถึงจุด Take Profit ที่ระบุไว้ แต่เรามองว่าในระยะยาวข้างหน้ามีโอกาสที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจพักตัวลงในช่วงสั้น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเติบโตสูง Mr.Messenger Call จึงแนะนำ take profit กองทุน SCBNEXT(A) เพื่อล็อกกำไร สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนตามคำแนะนำ โดยแนะนำพักเงินไว้ที่กองทุน Money Market Fund อย่างกองทุน KKP MP หรืออาจพิจารณาเข้าลงทุนใหม่ตามคำแนะนำ Mr.Messenger Tactical Call ดังนี้: 

 

ามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ SCBNEXT(A)

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

SCBNEXT(A)
ดูคลิปประกอบ
SCBNEXT(A)
MEVT Call Europe Equity
ความเห็นจาก Finnomena : แนะนำลงทุนในกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ ซึ่งมี Track Record ที่ดี ชนะดัชนี STOXX 600 พร้อมรับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจเติบโต และ Valuation ยังไม่แพง

Finnomena Funds แนะนำเข้าลงทุนตามการพิจารณา MEVT Call เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลาง-ยาว (6-12 เดือนข้างหน้า) ในกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ ซึ่งมี Track Record ที่ดี สามารถเอาชนะดัชนีชี้วัด STOXX 600 พร้อมรับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มเติบโต และ Valuation ยังไม่แพงเกินไป

Executive Summary

  • Macroeconomics: เศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดลง ECB มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้แรงและเร็วในอนาคต
  • Earnings: กำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโตได้ดี
  • Valuation: มูลค่าหุ้นยุโรปเมื่อเทียบกับโลกอยู่ที่ -2S.D. ซึ่งเป็นระดับราคาที่ถูกมาก
  • Technical: ดัชนี STOXX600 ทำจุดสูงสุดใหม่แล้ว แต่เรามองว่ายังมี upside
  • กองทุนรวมแนะนำ: ONE-EUROEQ

Macroeconomics

Bloomberg Concensus คาดการณ์เศรษฐกิจยุโรปผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

MEVT Call Europe Equity    Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

ตัวเลขคาดการณ์ดัชนีที่สำคัญ ๆ ทางเศรษฐกิจของยุโรป สะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้นในอนาคต โดยตัวเลขจากทาง Bloomberg Concensus ได้แก่ ตัวเลขอัตราการเติบโตของ GDP การบริโภคภาคครัวเรือน การลงทุนจากภาครัฐ การส่งออกนำเข้า ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม และตัวเลขอัตราการว่างงาน ส่งสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 4 ปี 2024

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อฟื้นตัวแรง

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของฝั่งยุโรป ถึงแม้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 สะท้อนโอกาสหดตัวของธุรกิจในอนาคต แต่ระดับการเพิ่มขึ้นของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ทั้งตัว Composite Service และ Manufacturing ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 สัญญาณดังกล่าวนับเป็นสัญญาณชี้นำที่ดี สะท้อนว่าเศรษฐกิจยุโรปผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างช้า ๆ สอดคล้องกับการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคตของ Bloomberg Concensus ก่อนหน้า

เงินเฟ้อลดลงอย่างมีนัย

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

ในฝั่งของตัวเลขเงินเฟ้อหลังจากทำจุดพีคที่ 11% ในช่วงเดือนกันยายน 2022 จากราคาพลังงาน และอาหาร ตัวเลขดังกล่าวก็ปรับตัวลดลงอย่างมีนัย โดยปัจจุบันดัชนี Headline Inflation ลดมาเหลือ 2.8% และ Core Inflation ลดลงมาเหลือ 2.3% ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อในยุโรปเริ่มคลี่คลาย 

ECB มีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยแรงและเร็ว

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

ต่อเนื่องจากระดับเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงมาอย่างมีนัย ตลาดได้มีการคาดการณ์ว่า ECB มีโอกาสสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2024 กว่า 2% ซึ่งถือเป็นระดับการลดที่ค่อนข้างแรงและเร็ว โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ECB อยู่ที่ 4.5% และตลาดคาดว่าจะเหลือ 2.5% ในช่วงปลายปี 2024 ความคาดหวังดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาด และเราเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่สนันสนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้น

Earnings

กำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

โดยในฝั่งของกำไรบริษัทจดทะเบียนในยุโรปในภาพรวม กำไรยังสามารถเติบโตได้ดีในหลายอุตสาหกรรม โดยดัชนี STOXX 600 จะมีความแตกต่างจาก STOXX 50 ในส่วนของการกระจายตัวของกำไรไปในหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่า ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มสุขภาพ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และอื่น ๆ ทำให้ดัชนี STOXX 600 มีข้อได้เปรียบในส่วนของการกระจายความเสี่ยงที่หลากหลาย

Valuation

Valuation ยุโรปถูกมากเมื่อเทียบหุ้นโลก

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, Bloomberg as of 29/02/2024

นอกจากนี้ เมื่อทำการเปรียบเทียบในส่วนของดัชนีราคา STOXX 600 และ MSCI ACWI พบว่าถึงแม้ STOXX 600 จะปรับตัวขึ้นมามากแต่ยังน้อยกว่า MSCI ACWI และยัง Underperform หุ้นโลกอยู่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กลับกันเมื่อเปรียบเทียบ EPS ตลาด พบว่ากำไรตลาด STOXX 600 ไม่ได้ถูกปรับประมาณการลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นโลก ทั้งหมดนี้ทำให้ระดับ PE ของ STOXX 600 เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับดัชนี MSCI ACWI อยู่ในโซน -2S.D. นับเป็นมูลค่าที่ถูกกว่าหุ้นโลกมาก

Technical

ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นยืนเหนือจุดสูงสุดใหม่ แต่ยังมี upside

MEVT Call Europe EquitySource: Tradingview as of 8/3/2024

ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นเหนือจุดสูงสุดใหม่ และกำลังเข้าสู่คลื่นที่ 5 ของ Elliott Wave ซึ่งในทาง Technical ยังมี Upside ~13% (Fibonacci 161.8%) สอดคล้องกับ MACD ที่อยู่เหนือแกน 0 บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวก

ONE-EUROEQ

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Eleva European Selection Fund Class I (EUR) acc (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีแนวโน้มการเติบโตในระดับที่น่าสนใจในช่วงระยะเวลา 3 ถึง 5 ปี โดยการเติบโตดังกล่าวไม่สะท้อนในราคาซื้อขายหุ้นของบริษัทนั้น

กองทุน ONE-EUROEQ เป็นกองทุนความเสี่ยงสูงระดับ 6 ปัจจุบันป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedge ration) ที่ 82.98% มีดัชนีชี้วัดเป็น ดัชนี FTSE Developed Europe Net Total Return Index EUR

MEVT Call Europe EquitySource: one-asset.com as of 29/02/2024

ทำไมเราถึงแนะนำ ONE-EUROEQ

MEVT Call Europe EquitySource: elevacapital.com as of 29/02/2024

Performance Eleva European Selection Fund มี Track Record ที่ดีตั้งแต่จัดตั้งโดยสามารถเอาชนะดัชนีชี้วัดอย่าง STOXX 600 ได้กว่า 10% 

MEVT Call Europe EquitySource: Finnomena Funds, elevacapital.com as of 29/02/2024

Eric Bendahan ผู้จัดการกองทุน ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของ Eleva Fund มีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ โดยในช่วงที่เป็น Fund Manager ของ Oyster European Opportunity Eric สามารถทำผลตอบแทนให้อยู่ใน 1st Quartile ได้ตลอด และนับตั้งแต่จัดตั้ง Oyster European Selection ในปี 2011 Eric ก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นลำดับที่ 1 เอาชนะ STOXX 600 ได้กว่า 24% หลังหักค่าธรรมเนียม ทั้งยังได้รับรางวัล Best manager for European equities by Citiwired ในปี 2005 โดยปัจจุบัน Eric ยังดูแลกองทุน Eleva European Selection Fund ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 

ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 
จัดทำโดยบลป. เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ ONE-EUROEQ

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ONE-EUROEQ
ดูคลิปประกอบ
ONE-EUROEQ
Mr.Messenger Call: Take Profit หุ้น Blockchain
ความเห็นจาก Finnomena : แบ่งขายทำกำไรกองทุน ASP-DIGIBLOC สำหรับการเน้นเก็งกำไรระยะสั้น และพักเงินไว้ที่ Money Market Fund หรือหมุนเงินเข้าเก็งกำไรต่อในสินทรัพย์อื่น

แนะนำแบ่งขายทำกำไรในกองทุน ASP-DIGIBLOC สำหรับนักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น และพักเงินไว้ที่กองทุนตลาดเงิน KKP MP หรืออาจพิจารณาเข้าลงทุนใหม่เพื่อเก็งกำไรต่อในกองทุนหุ้นจีนอย่าง B-CHINE-EQ และ K-CHINA-A(A)

Mr.Messenger ได้ออกคำแนะนำ Mr.Messenger Call: หุ้น Blockchain เตรียมรีบาวด์ หลังฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวต้านสำคัญ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2024 หลังจากแนะนำราคาหุ้น Blockchain ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางสกุลเงินดิจิทัล (Crypto Currencies) โดย DAPP ETF (กองทุนหลักของ ASP-DIGIBLOC) ปรับตัวเพิ่มขึ้น +25% (ข้อมูล ณ 7 มีนาคม) หลังจากแนะนำ ขณะที่กองทุน ASP-DIGIBLOC +15.8% หลังจากคำแนะนำเข้าลงทุน (NAV ณ 5 มีนาคม)

Mr.Messenger Call: Take Profit หุ้น Blockchainกราฟราคา Bitcoin TF week Source: Tradingview as of 8/3/2024

ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นมา 58% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 หลัง ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติ Bitcoin ETF รวมถึงมีปัจจัยหนุนจากการ Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2024 โดยราคา Bitcoin กำลังทดสอบจุดสูงสุดเดิมบริเวณ $69,000 และมีโอกาสที่ราคา Bitcoin จะปรับตัวลงมาในช่วงสั้น สอดคล้องกับ RSI Indicator ที่อยู่โซน oversold บ่งชี้ถึงโอกาสการกลับตัวลงในช่วงสั้น

Mr.Messenger จึงแนะนำ take profit บางส่วนในกองทุน ASP-DIGIBLOC สำหรับนักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น โดยพักเงินไว้ที่กองทุน Money Market Fund อย่างกองทุน KKP MP หรืออาจพิจารณาเข้าลงทุนใหม่ตามคำแนะนำของ Mr.Messenger Call ดังนี้

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาว เพื่อคาดหวังการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin หลังเกิดการ Halving ยังสามารถลงทุนหรือถือกองทุน ASP-DIGIBLOC ต่อได้

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (FINNOMENA FUNDS)


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ FINNOMENA FUNDS ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ ASP-DIGIBLOC

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ASP-DIGIBLOC
ดูคลิปประกอบ
ASP-DIGIBLOC
เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรป
ความเห็นจาก Finnomena : สรุปความน่าสนใจของตลาดหุ้นยุโรป พร้อมกองทุนแนะนำซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายที่แตกต่างกัน

Highlight


เวลาพูดถึงกองทุนหุ้นยุโรป มักจะไม่ค่อย Mass ในสายตาคนส่วนใหญ่ เพราะใน Developed Markets นั้นถูกดึงโฟกัสไปที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นซะเยอะ แถมยังมี Emerging Markets ซึ่งร้อนแรงในหลายประเทศไล่มาตั้งแต่จีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และอินเดีย เป็นต้น

แต่ดูเหมือนว่าปี 2024 นี้ ภาพดังกล่าวจะต่างออกไป หุ้นยุโรปกำลังถูกสปอร์ตไลท์ส่องมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านราคาหุ้นที่ดัชนี EURO STOXX 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 7% นับตั้งแต่ต้นปี

ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจยุโรปที่กำลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้เวลานี้หุ้นยุโรปถูกพูดถึงมากขึ้นทีเดียว

ตลาดหุ้นยุโรป ทำไมจึงน่าสนใจ?

1.) เศรษฐกิจยุโรปผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลุดพ้นจาก Technical Recession และอยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2024 สะท้อนจากประมาณการเติบโต GDP, การบริโภคภาคครัวเรือน, การลงทุนภาครัฐ, ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการว่างงาน

2.) โอกาสการลดดอกเบี้ยที่เร็วและแรงของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ถือว่ามีโอกาสสูงที่ ECB จะเป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกที่ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงได้เร็วกว่าฝั่งสหรัฐฯ

3.) แม้ดัชนีหุ้นทำ New High แต่กำไรเติบโต หนุนให้ PE ไม่แพงอย่างที่คิด โดยดัชนี EURO STOXX 600 ณ วันที่ 01/04/2024 PE อยู่ที่ 14.05 เท่า มองในมิติ Valuation ยังถูกเมื่อเทียบกับหุ้นโลก

สรุปมุมมองการลงทุนหุ้นยุโรป

มุมมองการลงทุนหลักของ Finnomena Funds เริ่ม Overweight ตลาดหุ้นยุโรปมาตั้งแต่ต้นปี หลังเห็นสัญญาณบวกจากฝั่งยุโรปมากขึ้น ทั้งทิศทางเศรษฐกิจ แนวโน้มดอกเบี้ย และ Valuation ที่ยังถูกกว่า Developed Markets อื่น ๆ

กลยุทธ์การลงทุนในระยะยาวตามกรอบการพิจารณา MEVT Call จึงแนะนำ “ทยอยสะสม” กองทุน ONE-EUROEQ 

ส่วนมุมมองการลงทุนระยะสั้น-กลาง ซึ่งเน้นเก็งกำไรตามสัญญาณทางเทคนิคในตลาดขาขึ้นของ Mr.Messenger Call ก็มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นยุโรปเช่นกัน หลังเกิดสัญญาณ Golden Cross จึงแนะนำ “ซื้อ” กองทุน ONE-EUROEQ และ ABEG

นอกจากนี้ Finnomena Pick ก็มีกองทุนแนะนำ Passive Fund เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบลงทุนล้อตามดัชนี และมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำอย่าง กองทุน SCBEUEQA

รีวิวกองทุนหุ้นยุโรป เลือกอย่างไรดี?

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรป

คราวนี้อยากจะพามาเจาะรายละเอียดของแต่ละกองทุนที่เราแนะนำกันว่ามีนโยบายการลงทุนอย่างไร มีความแตกต่างกันในแง่มุมไหนบ้าง และเหมาะกับสไตล์การลงทุนแบบไหน มาดูกันเลย

ONE-EUROEQ

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรปSource: Finnomena Funds as of 09/04/2024

นโยบายการลงทุน: กองทุนรวมหุ้นยุโรปที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Eleva European Selection Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์หุ้นแบบ Bottom up เพื่อลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาวและมีความสามารถในการแข่งขัน

จุดเด่น: เป็นกองทุนที่พยายามมองหาเพชรในตมที่ราคาไม่แพง แต่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ด้วยการบริหารของ Eleva Capital ซึ่งเป็น Fund House ที่มีความชำนาญในการวิเคราะห์หุ้นยุโรป และมี Track Record ที่ดี สามารถเอาชนะดัชนี STOXX 600 ได้กว่า 10% ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

หุ้น Top 10 Holding (คิดเป็นสัดส่วน 35.92% ของพอร์ต)

  1. Novo Nordisk สัดส่วน 5.51%
  2. ASML Holding สัดส่วน 4.40%
  3. Nestle สัดส่วน 4.07%
  4. Novartis สัดส่วน 3.68%
  5. TotalEnergies สัดส่วน 3.48%
  6. UniCredit สัดส่วน 3.23%
  7. AXA สัดส่วน 3.20%
  8. L’Oreal สัดส่วน 2.88%
  9. Rio Tinto สัดส่วน 2.78%
  10.  Infineon Technologies สัดส่วน 2.67%

ABEG

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรปSource: Finnomena Funds as of 09/04/2024

นโยบายการลงทุน: กองทุนรวมหุ้นยุโรปที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I – European Sustainable Equity Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่แบบ High Conviction 

จุดเด่น: เน้นลงทุนหุ้นยุโรปแบบ High Conviction ภาพรวมของพอร์ตจึงจะกระจุกอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ในสัดส่วนที่สูง เช่น The 11 GRANOLAS Stock ทำให้สามารถเร่งผลตอบแทนได้แรงกว่าในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น

หุ้น Top 10 Holding (คิดเป็นสัดส่วน 50.08% ของพอร์ต)

  1. ASML Holding สัดส่วน 8.10%
  2. Novo Nordisk สัดส่วน 7.49%
  3. RELX สัดส่วน 5.02%
  4. LVHM สัดส่วน 4.85%
  5. London Stock Exchange Group สัดส่วน 4.46%
  6. Adyen สัดส่วน 4.41%
  7. L’Orea สัดส่วน 4.26%
  8. Schneider Electric สัดส่วน 4.10%
  9. SAP สัดส่วน 3.84%
  10.  Edenred สัดส่วน 3.54%

SCBEUEQA

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรปSource: Finnomena Funds as of 09/04/2024

นโยบายการลงทุน: กองทุนหุ้นยุโรปแบบ Passive Fund ที่ลงทุนผ่าน iShares STOXX Europe 600 (DE) เพื่อเป้าหมายได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี STOXX 600

จุดเด่น: เหมาะกับผู้ที่อยากกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นยุโรปที่หลากหลาย เคลื่อนไหวสอดคล้องตามดัชนี และมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ

หุ้น Top 10 Holding (คิดเป็นสัดส่วน 21.40% ของพอร์ต)

  1. Novo Nordisk สัดส่วน 3.67%
  2. ASML Holding สัดส่วน 3.32%
  3. Nestle สัดส่วน 2.42%
  4. LVHM สัดส่วน 2.05%
  5. Shell สัดส่วน 1.79%
  6. AstraZeneca สัดส่วน 1.75%
  7. Novartis สัดส่วน 1.73%
  8. SAP สัดส่วน 1.67%
  9. Roche Holding สัดส่วน 1.65%
  10.  TotalEnergies สัดส่วน 1.35%

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรป ONE-EUROEQ vs ABEG vs SCBEUEQA

เปรียบเทียบกองทุนหุ้นยุโรปกราฟแสดงผลตอบแทนกองทุนหุ้นยุโรปตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 9 เมษายน 2024
Source: Finnomena Funds as of 09/04/2024

สามารถดูข้อมูลการเปรียบเทียบเทียบกองทุนแบบครบทุกมิติ ทั้งผลตอบแทน ความผันผวน ความเสี่ยง นโยบายการลงทุน พอร์ตการลงทุน และค่าธรรมเนียม คลิกที่ที่

สรุปแล้วทั้ง 3 กองทุนถือเป็นกองทุนหุ้นยุโรปที่มีสไตล์แตกต่างกันชัดเจน … ใครชอบหาโอกาสในหุ้นที่ยังโตไม่เยอะ แต่มีศักยภาพรอวันฉายแสง แนะนำ ONE-EUROEQ … ใครชอบแนวคัดตัวเด่นเน้น ๆ อยากรีดพลังของการเติบโตแบบเต็มที่ในช่วงขาขึ้น แบบนี้ต้อง ABEG … ส่วนถ้าใครที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก อยากลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงไปตามดัชนี SCBEUEQA ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เช่นกัน

ไหน ๆ จะลงทุนทั้งที การไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มเนี่ย ออกจะฟินสุดๆ ทีมงานมัดรวม FINT Cashback ตามลิงก์ข้างล่างเลย 👇🏻👇🏻👇🏻

1️⃣ อยากใช้ FINT Cashback ต้องเข้าตรงไหน?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback

2️⃣ สอนใช้ FINT Cashback แบบจับมือทำ
💡 Link : https://youtu.be/Zsrs7URDUwM?si=uROVCvLFIvA_Au0f

3️⃣ กองทุนที่เราจะลงทุน เข้าร่วม Cashback ไหม?
💡 Link : https://www.finnomena.com/fint/cashback/fund-list

4️⃣ อยากรู้ลึกๆ ว่า FINT Cashback คืออะไร?
💡 Link : https://docs.fint.finance/fint-token/use-fint-fint/cashback-from-fee


แหล่งข้อมูล

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT 

ดูกราฟ -

เมื่อกดปุ่ม “รับรายละเอียดเพิ่มเติม ” แสดงว่าคุณยินยอมให้บริษัท ฟินโนมีนา จำกัด และบริษัทในเครือ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อแนะนำบริการ แจ้งสิทธิประโยชน์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ประชาสัมพันธ์ และดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูคลิปประกอบ
รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAX

กองทุน TLFVMR-ASIAX เปิดประตูการลงทุนสู่เอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่นและจีน) ด้วยการพัฒนากลยุทธ์ร่วมกันระหว่าง บลจ. ทาลิส กับ A.Stotz Investment Research ผ่านแนวคิดการลงทุน FVMR สร้างผลตอบแทนชนะตลาด ภายใต้ความผันผวนที่เหมาะสม

Highlight


รีวิวกอง

กฎง่าย ๆ ของการลงทุน เรามักจะมองหาอะไรที่มี “โอกาส” สร้างผลตอบแทนคุ้มค่ากับ “ความเสี่ยง” หรือที่เรียกกันว่า Risk to Reward และที่สำคัญต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตไปข้างหน้า โดยยังมี Upside เพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคต

คำถามคือเมื่อกวาดตามองไปทั่วแผนที่โลก ภูมิภาคไหนล่ะที่ตอบโจทย์เงื่อนไขแบบนี้ คือยังไม่โตจนอิ่มตัว แต่ก็ไม่ได้เล็กจนขาดพลัง… เชื่อว่า “เอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific)” ต้องเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึง

เอเชียแปซิฟิก เป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมทวีปเอเชียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ เพราะความได้เปรียบในแง่จำนวนประชากรกว่า 4.7 พันล้านคน คิดเป็น 60% ของโลก เต็มไปด้วยวัยแรงงาน และ middle class ที่มีกำลังซื้อ ตลอดจนพลวัตรทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจด้วยการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

จึงเป็นที่มาของกองทุน IPO น้องใหม่ TLFVMR-ASIAX ที่ บลจ. ทาลิส พัฒนาร่วมกับ A.Stotz Investment Research พาเปิดประตูการลงทุนสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAX

รู้จักกองทุน TLFVMR-ASIAX

กองทุนเปิดทาลิส FVMR เอเชียแปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เอ็กซ์ ไชน่า หรือ TLFVMR-ASIAX เป็นกองทุนรวมประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่นและจีน) โดยจะกระจายลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในออสเตรเลีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร์, ไต้หวัน และไทย

TLFVMR-ASIAXSource: A. Stotz Investment Research, mapchart.net as of 18/03/2024

กองทุนจะใช้กระบวนการวิเคราะห์ทั้งเชิงปริมาณและพื้นฐาน ด้วยหลักการ FVMR ประกอบด้วย Fundamentals, Valuation, Momentum, Risk ควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ข้อมูลข่าวสาร บทวิเคราะห์ เพื่อพิจารณาเลือกลงทุนและกําหนดสัดส่วนในตลาดหุ้นของแต่ละประเทศ โดยมุ่งหวังผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)

รายละเอียดอื่น ๆ ของ TLFVMR-ASIAX

  • ความเสี่ยงสูงระดับ 6 (กองทุนรวมตราสารทุน)
  • นโยบายปันผล ไม่จ่าย
  • ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.00% 
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.4980% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.6050% ต่อปี
  • เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 1 เมษายน 2024

ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 07/03/2024

ลงทุนเอเชียแปซิฟิก ทำไมต้องไม่มีญี่ปุ่นและจีน?

TLFVMR-ASIAX แตกต่างจากกองทุนหุ้นเอเชียอื่น ๆ ในตลาด นั่นคือแนวคิดว่าควรแยกทั้งญี่ปุ่นและจีนออกจากเอเชียแปซิฟิกไปเลย และกลายมาเป็นกองทุน Asia Pacific ex Japan ex China 

เหตุผลเพราะว่าญี่ปุ่นและจีนเป็น 2 ประเทศที่มีมูลค่าตลาดหุ้นใหญ่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค จนมีอิทธิพลเกินไปในการกำหนดทิศทางพอร์ต ซึ่งไม่ค่อย Healthy นัก โดยเฉพาะช่วงตลาดขาลง

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: A. Stotz Investment Research, mapchart.net as of 18/03/2024

ญี่ปุ่นถือเป็น Developed Market ที่ถูกแยกออกจากดัชนีหุ้น Asia Pacific มานานหลายทศวรรษแล้ว เพราะก่อนหน้านี้หุ้นญี่ปุ่นมีมูลค่ามากกว่าครึ่งหนึ่ง และปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของ Asia Pacific 

แต่กรณีของจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในภูมิภาค ปัจจุบันมูลค่าตลาดหุ้นอยู่ที่ประมาณ 16% ของ Asia Pacific และมีแนวโน้มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราควรตัดจีนออกไปจาก Universe นี้เช่นกัน

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: A. Stotz Investment Research, MSCI, Visual Capitalist as of 18/03/2024

ความน่าสนใจของประเทศที่ TLFVMR-ASIAX คาดจะเข้าลงทุน

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: Source: A. Stotz Investment Research, CIA Factbook, IMF, MSCI, Refintitv, World Bank as of 18/03/2024

ออสเตรเลีย 

  • เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 13 ของโลก ด้วยมูลค่า GDP ปี 2023 ที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ 
  • เป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีเสถียรภาพสูงสุด สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีจังหวะสะดุดมาเกือบ 30 ปี
  • เศรษฐกิจถูกหนุนด้วยภาคบริการ คิดเป็นประมาณ 62.43% ของ GDP ปี 2022 และตามมาด้วยการเงิน สุขภาพ การศึกษา เหมืองแร่ และการก่อสร้าง

อินเดีย

  • ในปี 2024 คาดว่าอินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก จากความหลากหลายของภาคเศรษฐกิจและอัตราการเติบโตอันรวดเร็ว
  • อินเดียถูกขับเคลื่อนด้วยกลุ่มเทคโนโลยี บริการ การเกษตร และอุตสาหกรรม 
  • ได้เปรียบจากเศรษฐกิจที่ใหญ่ ประกอบกับจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก และอายุยังน้อย มีการขยายตัวของชนชั้นกลาง

อินโดนีเซีย

  • หนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ถูกจับตามอง และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • จำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 10
  • มีโอกาสเติบโตจากกำลังซื้อในประเทศ และจะได้รับประโยชน์มหาศาลหากสามารถขจัดความยากจนออกไปได้

เกาหลีใต้

  • ประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการลดความยากจนของคนในประเทศ
  • GDP เกาหลีใต้โตเฉลี่ย 4.9% ต่อปี ระหว่างปี 1999-2022 ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยการส่งออกเป็นหลัก

มาเลเซีย

  • Bank Negara Malaysia คาดการเติบโต GDP มาเลเซียปี 2024 อยู่ในช่วง 4-5% 
  • ปัจจัยหนุนมาเลเซียนั้นอยู่ที่รายได้จากการนักท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ภายในประเทศที่ฟื้นตัวทั้งในฝั่งภาครัฐและเอกชน

“คน” + “เทคโนโลยี” พลังขับเคลื่อนตลาดเกิดใหม่

นอกจากปัจจัยเฉพาะตัวที่โดดเด่นของแต่ละประเทศแล้ว เมื่อมองในภาพรวมจะเห็นว่า Asia Pacific มีจุดแข็งร่วมกันอยู่ 2 ประการ คือ

ประการแรก… ประชากรกว่าครึ่งโลกอยู่ที่นี่ 

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: A. Stotz Investment Research, Kharas (2010) The Emerging Middle Class in Developing Countries as of 18/03/2024

การมัดรวมประเทศใน Asia Pacific จะทำให้มีจำนวนประชากรมากกว่า 60% ของโลก เป็นวัยแรงงานในสัดส่วนที่สูง ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวของชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง คาดว่าการใช้จ่ายของชนชั้นกลางในภูมิภาคนี้จะเพิ่มขึ้น 120% เป็น 33 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่เติบโต 59% 

ประการที่สอง… ศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: : A. Stotz Investment Research, BCG, SIA as of 18/03/2024

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ ก็คือบทบาทสำคัญของอุตสากรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ซึ่งเราจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม Magnificat-7 ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังของ Tech และ AI ล้วนต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่มี ไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย เป็นผู้ผลิตรายใหญ่

วิเคราะห์เชิงลึกผ่านกระบวนการลงทุน FVMR

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: บลจ. ทาลิส as of March 2024

กองทุน TLFVMR-ASIAX มีกลยุทธ์การคัดเลือกตลาดโดยใช้ FVMR Framework ซึ่งเป็นรูปแบบวิธีคิดที่ถูกออกแบบเป็นขั้นตอนด้วยฝีมือของ A.Stotz Investment Research ก่อตั้งโดย Andrew Stotz นักวิเคราะห์และนักวิจัยที่มีประสบการณ์การลงทุนกว่า 20 ปี 

FVMR Framework ประกอบด้วย 4 ปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ 

  • Fundamentals: การวิเคราะห์พื้นฐานแบบ Bottom-up ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดแต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน ตัวเลขการเงิน และความสามารถทางการแข่งขัน
  • Valuation: ประเมินมูลค่าตลาดทั้ง Absolute และ Relative Valuation เพื่อค้นหาหุ้นที่มูลค่าเหมาะสม 
  • Momentum: วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของกำไร ควบคู่กับทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น
  • Risk: ประเมินความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความผันผวนของราคา ภาระหนี้สิน เป็นต้น

 

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXคุณษรศักดิ์ ก้องเจริญพาณิชย์ และคุณ Andrew Stotz ผู้ร่วมก่อตั้ง A.Stotz Investment Research

หัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการลงทุนที่ชัดเจน เป็นระบบ ติดตาม และตรวจสอบกลยุทธ์สม่ำเสมอ พร้อมทั้งร่วมกับทีมผู้จัดการกองทุน บลจ. ทาลิส ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย และจะพิจารณาปรับน้ำหนักพอร์ตโฟลิโอ จำนวน 4 ครั้งต่อปี

การทดสอบย้อนหลัง (Backtesting) ผลตอบแทนชนะตลาด 

A.Stotz Investment Research ได้นำกลยุทธ์ FVMR เปรียบเทียบกับ Asia Pacific ex Japan โดยทำการ Backtesting ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 1997 ถึง 30 พฤศจิกายน 2023 ผ่านการลงทุนในดัชนี และไม่พิจารณาค่าธรรมเนียม

พบว่ากลยุทธ์ FVMR ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า มี Risk-adjusted return ดีกว่า และ Maximum drawdown ก็ลดลงด้วย

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAX

รีวิวกองทุน TLFVMR-ASIAXSource: A. Stotz Investment Research, Refintitv as of 18/03/2024

ภาพข้างต้นแสดงให้เห็นว่าเมื่อนำเงิน 100 บาทไปลงทุนในหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) เวลาผ่านไป 26 ปี เงินก้อนนั้นจะโตเป็น 418 บาท 

แต่หากนำเงิน 100 บาทเท่ากันไปลงทุนผ่านกลยุทธ์ FVMR ในหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) ใช้เวลาเท่ากัน เงินก้อนนั้นจะโตเป็น 805 บาท

สรุปจุดเด่นกองทุน TLFVMR-ASIAX เหมาะกับใคร?

  • ลงทุนกระจายไม่กระจุก ครอบคลุมหุ้นหลายประเทศใน Asia Pacific ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศขนาดใหญ่  
  • โอกาสเติบโตก้าวกระโดด จากศักยภาพของตลาดเกิดใหม่ที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว เช่น โครงสร้างประชากรอย่างอินเดียและอินโดนีเซีย หรือการเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์อย่างไต้หวันและเกาหลีใต้
  • ลงทุนผ่านกลยุทธ์ FVMR ที่โดดเด่นในการเอาชนะทุกสภาวะตลาด ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ
  • เป็น Fund of Fund สามารถลงทุนใน Index ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ของหุ้นในกลุ่ม Asia Pacific ซึ่งผ่านการคัดกรองมาแล้วว่าน่าสนใจ และสภาพคล่องสูง
  • เหมาะกับผู้ที่ค้นหาโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ เชื่อมั่นกับตลาดแห่งอนาคตทั้งในแง่เศรษฐกิจ และ Fund Flow ไหลเข้า

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูกราฟ -